ด้วยวิวัฒนาการด้านการสื่อสารที่ล้ำสมัยในปัจจุบัน ส่งผลให้ในแต่ละวันมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมากมายมุ่งหน้าไปสู่ผู้บริโภค วันนี้เรื่องของการสร้าง Top of Mind Brand เพื่อให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคสำหรับสินค้าและบริการต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อในอดีต เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกและมีช่องทางในการรับสื่อมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีเครื่องมือต่างๆ ในการจัดการกับโฆษณาที่ไม่ต้องการรับออกไปจากหน้าจอ เช่น โปรแกรมบล็อกแอด หรือปุ่มกด Skip Ads เป็นต้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นหน้าที่ของนักการตลาดและคนโฆษณา ในการค้นหาวิธีการสื่อสารใหม่ๆ มาใช้ แม้จะเป็นกลุ่มลูกค้าเดิมแต่ก็ไม่สามารถใช้วิธีการสื่อสารในแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงวิธีการโฆษณาไปยังผู้บริโภคยุคใหม่ให้ได้ โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์มและเครื่องมือดิจิทัลหลากหลายรูปแบบที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภค และตอบโจทย์ต่อความต้องการในระดับปัจเจกบุคคลได้ดีขึ้น เรียกรูปแบบนี้ว่า Hyper Personalization
วันนี้จึงมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ DTAC ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยกับการเลือกใช้กลยุทธ์ Hyper Personalized Ads บน LINE TODAY ที่สามารถสร้างผลลัพธ์เรื่อง Conversion และ Engagement ได้อย่างชัดเจน
- โฆษณายุคใหม่ต้องเข้าถึงเฉพาะบุคคล
ปัจจุบันผู้บริโภคเพลิดเพลินกับคอนเทนต์มากมายบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย แต่ละแพลตฟอร์มมีความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนวคิดที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคในแบบ Mass Audience หรือการวางโฆษณารูปแบบซ้ำๆ สำหรับทุกคนจึงเป็นวิธีที่ล้าสมัย ใช้ไม่ได้ผล จึงไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ซึ่งหากยังฝืนใช้อาจทำให้ผู้ที่ได้รับข้อความเกิดความรำคาญเพราะไม่ได้สนใจสินค้าหรือบริการที่อยู่ในโฆษณานั้นๆ และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในอนาคต
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังที่จะให้แบรนด์ตอบโจทย์แบบเฉพาะบุคคล (Personalization) Hyper Personalized Advertising จึงเกิดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยการเชื่อมโยง “ความคิดสร้างสรรค์” เข้ากับ “เทคโนโลยี” ผ่าน “Big Data” ที่ผสานกับการใช้ “Machine Learning” และ “AI” เพื่อพัฒนาเป็นคอนเทนต์เจาะลึกผู้บริโภคเป็นรายบุคคล หรือการส่งต่อข้อมูลสื่อต่างๆ เฉพาะเจาะจงให้ตรงกับบุคลิกและรูปแบบการใช้งานของผู้บริโภครายนั้นๆ และมีความหลากหลาย อาทิ นำเสนอสินค้าและบริการ โปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับโลเกชั่นที่ลูกค้ากำลังจะไปหรือไปบ่อย หรือกำลังอยู่ในขณะนั้น (Geo-location) หรือในจังหวะที่ลูกค้าอยู่กับสิ่งๆ นั้นพอดี (Real-time Moment) รวมทั้งการจับข้อมูลได้จาก Digital Footprint เช่น เสิร์ชหรือคลิกดูสินค้า (Recommendation System) เป็นต้น
เทรนด์เหล่านี้ถูกพูดถึงและใช้งานกันมากในโลกการตลาดปัจจุบัน และกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องมือทรงพลังของนักการตลาดและนักโฆษณา เพื่อทำให้พวกเขาสามารถผลิตชิ้นงานที่โดนใจ ทั้งรูปแบบคอนเทนต์ ภาษา หรือเมสเสจที่อยู่ในคอนเทนต์นั้นๆ และตอบโจทย์ Pain Point ผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ เมื่อสามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและตัวตน หรือทัศนคติของผู้บริโภคแต่ละบุคคลได้อย่างถ่องแท้ ขณะเดียวกันเมื่อแบรนด์เข้าใจผู้บริโภคลึกระดับรายบุคคลแล้ว ก็ย่อมทำให้แบรนด์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนโปรโมชั่นต่างๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและถูกช่วงเวลาด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างงานครีเอทีฟของแบรนด์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พร้อมจะเป็นช่องทางให้เข้าถึงลูกค้าได้ถูกที่ถูกเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้เห็นภาพแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ Hyper Personalization ประสบความสำเร็จได้จริง ลองมาดูกรณีศึกษาของโฆษณาสุดเวิร์คในสไตล์ DTAC ที่เชื่อมโยงคอนเทนต์เข้ากับแพลตฟอร์ม LINE และสามารถสร้าง Conversion และ Engagement ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เลือกสื่อที่ใช่ บน LINE TODAY
DTAC หนึ่งในผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทย เลือกใช้ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม LINE โดยเฉพาะบน LINE TODAY ถือเป็นช่องทางที่มีศักยภาพสูงในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก และเป็นแพลตฟอร์มที่มีระบบด้านโฆษณาเอื้ออำนวยให้นักการตลาดสามารถสร้างงานครีเอทีฟที่ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แบบเฉพาะบุคคล อีกทั้งยังสามารถสร้าง Brand Engagement ได้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยลูกเล่นในการนำเสนอสื่อโฆษณาได้อย่างเหนือชั้น