ธนาคารกลางของอินเดียจะออกเงินรูปีดิจิทัลในปีงบประมาณ 2022-2023 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน นี้
Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย กล่าวว่า การนำเงินรูปีดิจิทัลมาใช้นั้น จะอยู่บนพื้นฐานของ “เทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) และเทคโนโลยีอื่นๆ
หากเป็นไปตามแผนงาน อินเดียจะเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จะเริ่มใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency - CBDC) ตามรอยเท้าของจีนที่กำลังทดลองการใช้งานหยวนดิจิทัล
Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้กล่าวอีกว่า “การแนะนำสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมาก เพราะสกุลเงินดิจิทัลจะนำไปสู่ระบบการจัดการสกุลเงินที่มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า”
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีคลังอินเดีย Sitharaman ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเงินรูปีดิจิทัลหรือหน้าตา นอกจากการที่ได้กล่าวว่า จะมีการเปิดตัว "โดยใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) และเทคโนโลยีอื่นๆ"
สำหรับการทดลองใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดยธนาคารกลางนั้น ประเทศจีนได้ดำเนินการเกี่ยวกับเงินหยวนในรูปแบบดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2014 และกำลังก้าวหน้าที่สุดในการเปิดตัว CBDC ทั่วโลกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ดำเนินการในเรื่องนี้
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (People’s Bank of China - ธนาคารกลางของจีน) ได้ทำการทดลองใช้งานหยวนดิจิทัลในรูปแบบของลอตเตอรี่ โดยจะมีการแจกหยวนดิจิทัลให้กับประชาชนในบางเมืองเพื่อใช้จ่าย เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารกลางได้มองหาการขยายการใช้หยวนดิจิทัล จีนยังไม่ได้เปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลทั่วประเทศ และยังไม่มีไทม์ไลน์ในการดำเนินการดังกล่าว
สำหรับประเทศอื่นๆ ญี่ปุ่นกำลังศึกษาในเรื่องสกุลเงินดิจิทัลที่ควบคุมโดยธนาคารกลาง (CBDC) ของตัวเอง และเมื่อเดือนที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐ (U.S. Federal Reserve - Fed) ได้เผยแพร่การศึกษาเกี่ยวกับเงินดอลลาร์ดิจิทัล แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมีการออกสกุลเงินดิจิทัลของตนหรือไม่
สำหรับอินเดีย ในขณะที่อินเดียกำลังผลักดันเงินรูปีดิจิทัลให้ออกมาใช้งาน แต่ก็พยายามใช้ความเข้มงวดยิ่งขึ้นกับสกุลเงินดิจิทัลแบบไม่มีการควบคุมอย่างเช่น Bitcoin และกำลังดำเนินการเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการควบคุมเรื่องนี้
Sitharaman รัฐมนตรีคลังของอินเดีย ยังได้กล่าวเสริมว่า รายได้จากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเสมือน (Virtual Digital Assets) ควรถูกหักภาษีในอัตรา 30%
Cr : CNBC
Source