“ปี 2565 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งของตลาด Logistics และ E commerce เราจะเห็นได้ว่าผู้เล่นแทบทุกรายต่างหันมาใช้คอนเซปต์ เข้ารับฟรีถึงที่ และให้บริการไม่มีวันหยุด สำหรับแฟลช เอ็กซ์เพรส นับว่าเราเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมนี้ เรามองหาสิ่งที่แตกต่างด้วยการมองถึงภาพรวมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน เหนือสิ่งอื่นใดคือการนำเอา Pain point ที่ตลาดพบเจอเข้ามา Apply ให้สอดคล้องกับบริการใหม่ๆ ที่เราจะคลอดออกมา เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายหลัก คือ การสนับสนุนตลาดให้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างไม่มีสะดุด และยังช่วยให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยู่บน Platform สามารถทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น”
นายคมสันต์ ยังได้พูดถึงทิศทางธุรกิจของแฟลชในปี 2565 ว่า บริษัทเร่งเดินหน้าขยายบริการให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศในแถบ South East Asia ทั้งหมด โดยเมื่อปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้วใน สปป.ลาว และฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่ามาเลเซีย จะเป็นประเทศที่สามที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาสแรกนี้
นอกจากนี้ คมสันต์ ยังเปิดเผยถึงรายได้รวมของปี 2564 ที่แฟลช เอ็กซ์เพรส สามารถทำได้ว่ามีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท และยอดพัสดุทั้งปี สูงกว่า 600 ล้านชิ้น โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานกว่า 35,000 คน จุดรับส่งพัสดุทั่วประเทศมากกว่า 15,000 แห่ง ประกอบด้วย Flash Shop ,Flash Home และจุด Drop Off ที่ร่วมกับกลุ่มพาร์ทเนอร์หลักอย่าง Cafe Amazon, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT, ศูนย์การค้าบิ๊กซี (Big C) ,The Living OS และธนพิริยะ(NTP) เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่มีอยู่ 40 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งล่าสุดยังมีแผนขยายพื้นที่เพื่อรองรับกับปริมาณสินค้าในแต่ละวันที่มีมากกว่า 2 ล้านชิ้น