ผู้หญิงหลายคนมีคำถามเกิดขึ้นในใจทุกครั้ง เมื่อก้าวเข้าสู่ร้านที่เกี่ยวกับความสวยความงามว่า…
“สีผมนี้จะเหมาะกับฉันหรือเปล่า”
“รองพื้นเบอร์ไหนถึงจะเหมาะ หน้าไม่เทาไม่ลอย”
เดิมทีกว่าจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อซื้อไปทดลองใช้ ถ้าดีก็รอดไม่รอดก็พัง จุด Pain Point ใหญ่นี้ทำให้เทคโนโลยีจะมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของธุรกิจความงามอย่างที่คาดไม่ถึง ปี 2020 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งความรุ่งเรืองของ Beauty Tech เรามาดูว่าเทคโนโลยีแบบไหนที่จะมาเป็นเทรนด์และมีอิทธิพลกับอุตสาหกรรมนี้ในปีหน้า
ธุรกิจความงามเป็นธุรกิจที่ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาของเทคโนโลยีสร้างโอกาสให้กับตลาดนี้ได้อย่างมหาศาล เพราะเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์หรือสินค้ารวมถึงเพิ่มการเข้าถึงตลาดกลุ่มใหม่ๆ และยังช่วยผู้บริโภคให้มีประสบการณ์ที่ดีกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายให้สอดคล้องกับยุคใหม่ที่เร่งรีบมากขึ้น
ลองสวยผ่านแอป… ปัจจุบันการซื้อของออนไลน์กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น เจ้าของแบรนด์ต่างพยายามทำให้การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์อย่างเครื่อง สำอางหรือสกินแคร์ซึ่งปกติต้องมีการทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ จึงนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ นี่คือที่มาของ “Virtual Try-On Application” หรือแอปฯ “ลองสวย” ซึ่งหลายๆ แบรนด์นิยมนำมาใช้โดยแอปพลิเคชันจะทำงานด้วยการวัดริมฝีปากและดวงตาของคุณ รวมทั้งรูปหน้า โหนกแก้ม จมูก คาง เพื่อจะได้รู้ว่าต้องแต่งแต้มเครื่องสำอางไว้ตรงไหนให้ออกมาดูดีที่สุด ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นภาพว่า หากตนใช้สีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ลองใช้ได้หลายเฉดสี ช่วยให้ตัดสินใจทางออนไลน์ซื้อง่ายมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปทดลองสินค้าที่เคาน์เตอร์ แอปพลิเคชันประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในหลายประเทศ
Personalized Skincare ออกแบบสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละวัน…จาก Pain Point ของผู้ใช้สกินแคร์ที่ประสบกับปัญหาใช้มาหลายตัวหลายขั้นตอนแล้วไม่ตอบโจทย์ เพราะผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดส่วนใหญ่ค่อนข้าง Mass ไม่ตรงกับสภาพผิวแก้ปัญหาผิวไม่ตรงจุด Shiseido แบรนด์เครื่องสำอางรายใหญ่จากญี่ปุ่น จึงนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตคนยุคดิจิทัลที่เร่งรีบ ยุ่งยาก ให้แค่ใช้สกินแคร์ตัวเดียวจบ แก้ปัญหาผิวอย่างตรงจุด ครบทุกปัญหาผิวอย่าง “Shiseido’s Optune” สกินแคร์ที่ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ผ่าน IoT Service พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ตรวจจับสภาพผิวของผู้ใช้ในแต่ละวันแบบเรียลไทม์ แล้วประมวลผล Personalized ออกมาเป็นครีมสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมที่ให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละวัน และเหมาะกับผิวผู้ใช้งาน สามารถออกแบบครีมเฉพาะตัวได้มากถึง 80,000 สูตร
E-Makeup แต่งหน้าดิจิทัล… คือเทรนด์การแต่งหน้าแบบสามมิติที่แปลกตา ทำให้ตัวตนบนโลกออนไลน์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Snapchat และ Instagram ดูทันสมัยและมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยจะมี E-Makeup Artist เป็นผู้สร้างสรรค์ฟิลเตอร์ AR ให้ดาวน์โหลดลุคการแต่งหน้า ถือเป็นของเล่นที่สนุกและเป็นกระแสที่น่าสนใจอีกเทรนด์หนึ่ง
ลอรีอัล กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจความงามระดับโลก ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับโลกความงาม อาทิ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองสีผลิตภัณฑ์เมคอัพผ่านมือถือก่อนสั่งซื้อสินค้า หรือเทคโนโลยีวัดระดับสีผิวที่ช่วยแนะนำสีรองพื้นที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่าง ลอรีอัลกับ LAZADA ในประเทศไทย ในการจัดตั้ง Online Acne Community แห่งแรก สำหรับคนอยากไกลสิว ชูการให้คำแนะนำที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากแพทย์ผิวหนังชั้นนำโดยตรงผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ Live ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันมักใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนและต้องการแสวงหาข้อมูลง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว
“ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดรับการเข้ามาของดิจิทัล และเชื่อว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้และเข้ามาเสริมศักยภาพในการให้บริการและเข้าถึงผู้บริโภค การก้าวเข้ามาของดิจิทัลเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติทุกกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เว้นแม้แต่ความงาม ลอรีอัล จึงทำการพลิกโฉมธุรกิจความงามที่เราได้ดำเนินงานมากว่า 100 ปี มุ่งเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลง” อินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของลอรีอัล กรุ๊ป ทั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตถึง 41% เป็นสัดส่วนกว่า 11% ของยอดขายบริษัท พร้อมทั้งยอดคนดูในวิดีโอทุกช่องทางของลอรีอัลกว่า 6.3 พันล้านครั้ง ไปจนถึงทำงานร่วม กับ Influencers ในโลกดิจิทัลกว่า 80,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ ลอรีอัลยังได้ทุ่มทรัพยากรในหน่วยงานด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ การให้บริการด้านดิจิทัล เนื้อหาทางดิจิทัล และการบริหารจัดการข้อมูล
“การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัล นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องที่องค์กรควรจะนำมาปรับใช้ หรือเป็นแค่เรื่องของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรดูทันสมัย แต่การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัลคือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่รอดในการแข่งขันได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จ ลอรีอัลยึดมั่นในสิ่งที่เราเริ่มต้นทำมาโดยตลอด และเราจะยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความงามให้แก่ทุกคนตามเป้าหมายผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยลอรีอัลจะเดินหน้าการดำเนินงาน Beauty Tech อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ความงามที่ตอบรับทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล” อินเนส กล่าวเสริม