ในวันแถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบิทคับ ยังได้มีการเปิดตัว เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำของประเทศ ซึ่งเตรียมที่จะเพิ่มทางเลือกในการรับชำระเงินผ่าน Cryptocurrency อีกมากมาย อาทิ
สายการบินแอร์เอเชีย : นำสกุลเงินดิจิทัลมาแลกเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินหรือสินค้าและบริการของ แอร์เอเชีย
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส : เตรียมเปิดรับชำระเงินในรูปแบบของสกุลเงินดิจิทัล ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ที่สำนักงานใหญ่วิภาวดี-รังสิต และจะเปิดให้ใช้บริการในสาขาอื่นและรูปแบบออนไลน์ ในเวลาต่อมา
โรงแรมในเครือดุสิตธานี : กำลังศึกษาและเร่งเตรียมความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนระบบ ภายในองค์กร
บางกอก เชน ฮอสพิทอล : เพิ่มช่องทางการรับแลกเปลี่ยนแบบทางเลือก เพื่อเป็นการลดข้อจำกัด ทางการเงินระหว่างประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
อนันดา พรอพเพอร์ตี้ : เปิดรับทรัพย์สินดิจิทัล และพัฒนาช่องทางการชำระเงินโดยนำ Cryptocurrency มาใช้ชำระเงินสำหรับการซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียม
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีแบรนด์ชั้นนำที่ทยอยประกาศนโยบายการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคผ่าน Cryptocurrency เช่น บาร์บีคิวพลาซ่า ของฟู้ดแพชชั่น ที่จับมือกับ Bitkub เพื่อนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบกระจายศูนย์ ร่วมออกแบบและจัดทำ Super Privilege ที่สุดแห่ง สิทธิพิเศษเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าสมาชิก GON Gang และชาว GON Lover
หรือจะเป็นค่ายโรงภาพยนตร์ SF Cinema ที่ให้ลูกค้าใช้เหรียญ JFIN มาใช้แลกตั๋วหนังเพื่อชม ภาพยนตร์ในเครือเป็นค่ายที่ 2 หลังจากที่ค่ายเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้เปิดขายตั๋วหนังจ่ายด้วย Bitcoin ผ่านบริการของ ZIPMAX ไปตั้งแต่ต้นปี
ในส่วนของธุรกิจพลังงาน กลุ่มบางจากฯ ก็ถือเป็นค่ายแรกที่รับชำระเงินด้วย Cryptocurrency โดยเริ่มที่ร้านกาแฟอินทนิล เพื่อเพิ่มความสะดวก เป็นทางเลือกและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า
เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ Cryptocurrency ในภาคบริการในช่วงไตรมาส สุดท้ายของปี
ถ้าเราสังเกตให้ดีจะพบว่าการเข้าตลาด Wave ที่ 2 นี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่จะเป็น Big Player ที่ล้วนแล้ว แต่มีบทบาทในสมรภูมิการแข่งขันทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าการขยับตัวของแต่ละแบรนด์ย่อมส่งผลถึงการสร้าง แต้มต่อในการแข่งขันทางธุรกิจของแต่ละอุตสาหกรรม
เพราะต้องไม่ลืมว่า การตลาดคือการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่คุ้นชินกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อันเนื่องมาจากวิกฤต COVID-19 ที่เสมือนเป็นการบังคับกลายๆ ให้ต้องเปิดรับเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เงินสด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายผ่าน QR Code, PromptPay จนเป็น New Normal ไปแล้ว