เราได้รับการบอกกล่าว และเชื่อกันมาตลอดว่า การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูง และประสบความสำเร็จนั้น "ต้องบริหารเวลาให้เป็น"
แต่ปัจจุบัน ความเชื่อนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว วิทยาการยุคใหม่สำหรับการสร้างความสำเร็จในงาน ไม่ใช่แค่การบริหารเวลาให้เป็นเท่านั้น แต่ต้องบริหารพลังงานของตัวผู้ทำงานเองด้วย เพื่อให้การทำงานในชั่วโมงทำงาน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
Tim Cook, CEO ของ Apple รู้เรื่องนี้ดี
Tim Cook เข้านอนตั้งแต่เวลา 20.45 น. และตื่นนอนตอนเช้าตั้งแต่เวลา 03:45 น.ทุกวัน เขาใช้เวลาช่วงเช้าเป๊น "ชั่วโมงแห่งความบริสุทธิ์ (The early hours for pure)" ทำสมาธิรับพลังงานบริสุทธิ์ อากาศบริสุทธิ์ ก่อนที่จะไปบริหารร่างกายที่ยิมเวลา 05.00 น.
การล็อคตัวเองอยู่กับพิธีกรรมแห่งการบริหารพลังงาน (Energy Ritual) เพื่อสร้างพลังงานภายในร่างกายและจิตใจของตัวเองในช่วงเวลาเช้าตรู่ อย่างต่อเนื่องทุกวันนี้ หมายถึง เมื่อถึงเวลาที่โลกทั้งโลกตื่นขึ้นในแต่ละวันเพื่อทำงาน Tim Cook ก็มีร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละวัน
อดีตที่ผ่านมา ผู้คนที่ทำงานจะให้ความสำคัญกับการบริหารเวลามากเกินไป (Time management) และให้เวลาไม่เพียงพอกับการบริหารจัดการพลังงาน (Energy management) ในตัวเอง
ทั้งๆ ที่ การบริหารพลังงานในตัวเองนั้น เป็นกุญแจสำคัญในการทำให้การทำงานประสบความสำเร็จสูงสุด ดังตัวอย่างจาก Tim Cook ที่ใช่เวลาช่วงเช้าตรู่หลายชั่วโมงกับการบริหารพลังงานในตัวเอง
ร่างกายของมนุษย์ในต่ละวัน จะมีช่วงเวลาที่มีพลังงานสูงและเปลี่ยนไปเป็นพลังงานต่ำ
ในช่วงเวลาที่พลังงานต่ำ ร่างกายของมนุษย์จะต้องการการฟื้นฟู ซึ่งจะแสดงออกโดยอาการ หาว รู้สึกกระสับกระส่าย และหิวโหย อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นทุก 90 - 120 นาที
ซึ่งหมายความว่า การทำงานติดต่อกันมากกว่า 2 ชั่วโมง สามารถสร้างความล้มเหลวในด้านผลิตภาพ (Productivity) คือ ความสามารถในการผลิต
ดังนั้น หลังจากทำงานได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง ให้ลุกออกจากโต๊ะทำงาน ออกไปเดินเล่น 10 นาที กินกล้วย หรือฟังเพลงโปรดที่ชื่นชอบ การหยุดทำงานนี้เป็นสิ่งที่สมองของมนุษย์ต้องการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานหนักในอีก 2 ชั่วโมงถัดไป
นอกจากนั้น การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ที่ผู้คนมักจะภูมิใจตัวเองว่า ตัวเองเก่งที่สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันให้เสร็จได้ตามเวลา
เรื่องนี้ ต้อง "คิดใหม่่"
เพราะสมองมนุษย์ในส่วนความทรงจำในการทำงานมีความจุจำกัด เมื่อใช้มันจัดการกับปัญหามากเกินไปพร้อม ๆ กัน อาจจะจบลงด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย เครียด และ อาจถึงขั้นหมดสติ เพราะพลังงานในร่างกายถูกทุ่มเทในการทำงานจนหมดสิ้น
การบริหารพลังงาน คือ แบ่งเวลา 1 ชั่วโมงทุกเช้าให้กับการดำเนินชีวิตโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลานี้ในการออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ทำสมาธิ
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การบริหารจัดการโดพามีน {Dopamine เป็นสารในร่างกาย ผลิตจากกรดอะมิโนไทโรซีน (Tyrosine) ทำให้เรารู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิ และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น}
ทั้งนี้เนื่องจากการบริหารเวลาก็ยังมีความสำคัญ ก็ต้องมีเคล็ดลับในการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพ โดยสร้างสรรค์ช่วงเวลาแห่งคุณค่าในแต่ละวัน
แทนที่จะเน้นย้ำอยู่กับเรื่องเดิม ๆ ในแต่ละวัน ก็ให้เปลี่ยนมาเน้นย้ำช่วงเวลาที่กระตุ้นโดพามีน (Dopamine) เพราะโดพามีนเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ Reward Centers ในสมองของมนุษย์ และเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งตั้งแต่ความทรงจำ แรงจูงใจ ไปจนถึงอารมณ์และความสนใจ
(หมายเหตุ; Reward Centers หรือ Reward System มีศูนย์กลางของระบบ คือ Striatum เป็นหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดในสมอง ขับเคลื่อนพฤติกรรมมนุษย์ให้รู้สึกมีความสุขกับสิ่งเร้าที่น่าพึงพอใจ เช่น รสชาติอาหาร ฯลฯ ในทางปฏิบัติ Striatum ยังประสานกระบวนวิธีคิดหลายแง่มุม ที่ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้)
ช่วงเวลากระตุ้น โดพามีน เพื่อบริหารพลังงานในต้ว เช่น การจัดสรรเวลาติดต่อกับคนใกล้ชิดสนิทสนม ส่งข้อความหาคนใกล้ชิด ซื้อดอกไม้ให้ตัวเอง หาสถานที่ใหม่สำหรับมื้อกลางวัน ฯลฯ เหล่านี้เป็นวิธีเติมความสุขให้กับวันทำงานแต่ละวัน และเป็นการสร้างพลังงานให้กับตัวเอง เพื่อรับมือกับความท้าทายของงานต่อไปในแต่ละวัน
เหล่านี้คือตัวอย่างของวิธีการในการบริหารพลังงานในตัวเอง เพื่อให้การทำงานในแต่ละวันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
Cr : Inc.
Source