ในขณะที่นักเทคโนโลยีและนักกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับการขยายกรอบการใช้งานจากเมตาเวิร์สให้กว้างขวางขึ้น บทบาทของบอร์ดคือการดึงให้เกิดบทสนทนาที่พูดถึงยุทธศาสตร์และความเสี่ยง แนวคิดที่ครั้งหนึ่งเคยพบเฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์และวิดีโอเกมกำลังเข้าสู่โลกแห่งความจริงในวันนี้ โดยมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงแง่มุมต่าง ๆ ของการมีปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจและส่วนบุคคล
เมตาเวิร์ส คืออินเทอร์เน็ตยุคถัดไป โดยมีเนื้อหาที่ล้ำหน้าจากข้อความเป็นกราฟิกไปจนถึงวิดีโอที่มีการสอดผสานการตอบสนองทางดิจิทัลที่สมจริง เป็นการเชื่อมโยงโลกเสมือนเข้ากับประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างแนบเนียน
สิ่งที่ขับเคลื่อนเมตาเวิร์ส 2 ปัจจัยหลัก คือ ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการเชื่อมต่อและประสบการณ์สมจริงผ่านเครือข่ายความเร็วสูง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาในการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สำหรับภาคธุรกิจที่เตรียมพร้อมสำหรับการใช้เมตาเวิร์สจะต้องปรับตัวให้มีความสามารถในการประมวลผลแบบ edge computing การเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น เซิร์ฟเวอร์ เครือข่ายฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ - ชุดหูฟัง ถุงมือ กล้องที่รองรับได้ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เพื่อรองรับระบบนิเวศนี้
เมตาเวิร์สมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจได้หลายวิธี ซึ่งมีการใช้งานที่เป็นไปได้ดังนี้
· การทำงานร่วมกัน การทำงานแบบไฮบริด เช่น การประชุมเสมือนจริงผ่านอวตาร และมีส่วนร่วมในการสนทนาแบบดิจิทัลที่สมจริงมากขึ้น
· การผลิตและการขนส่ง บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้ digital twins เพื่อจำลองกระบวนการผลิต และการขนส่งภายในเมตาเวิร์ส ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนด้วยการวางแผนและบำรุงรักษาล่วงหน้า
· การศึกษาและการฝึกอบรม การใช้อวตารมาผสมผสานกับประสบการณ์ออนไลน์สามารถขยายขอบเขตการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันได้ อวตารตัวเดียวสามารถเคลื่อนที่ไปมาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ห้องบรรยาย ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงห้องผ่าตัด ซึ่งนักศึกษาแพทย์อาจได้โอกาสฝึกทักษะผ่านอวตารก่อนใช้ทักษะกับผู้ป่วยจริง
· ผู้บริโภค ธุรกิจและผู้บริโภคสามารถดำเนินการในพื้นที่ที่ผู้คนอยู่อาศัย ทำงาน และซื้อของในโลกเสมือนจริง ซึ่งสามารถขยายขอบเขตของการโต้ตอบและการทำธุรกรรมได้
· ภาครัฐ เมตาเวิร์สสามารถถูกใช้เป็นพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง รวมถึงภาครัฐเองก็สามารถใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้สนับสนุนได้สะดวกมากขึ้น รวมถึงยกเอากิจกรรมทางการเมืองสำคัญต่าง ๆ ไปไว้ในโลกเสมือนได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน
· สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี Telehealth ในปัจจุบันสามารถพัฒนาไปสู่การดูแลเสมือนจริงเพื่อสร้างประสบการณ์แบบตัวต่อตัว เมตาเวิร์สสามารถปลดล็อกนวัตกรรมการดูแลสุขภาพตั้งแต่สุขภาพจิตและการจัดการความเจ็บปวดไปจนถึงการผ่าตัด ฟิตเนส กายภาพบำบัด และ การดูแลผู้ป่วย โรงยิมในบ้านสามารถได้รับการอัพเกรดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง
บทบาทของบอร์ดในการพิจารณาเมตาเวิร์ส
การที่บอร์ดคุ้นเคยต่อนวัตกรรมนี้จะเป็นประโยชน์กับองค์กรในภาพรวม เช่น กรรมการที่เข้าร่วมประชุมบอร์ดแต่ละคนสามารถสวมแว่นตาที่สามารถซ้อนทับข้อมูลดิจิทัลบนสภาพแวดล้อมที่เป็นทางกายภาพ โดยสามารถแสดงวาระการประชุมที่เสมือนกับฉายขึ้นผนัง รวมถึงเอกสารต่าง ๆ ที่ให้ข้อมูลเสริมหรือข้อมูลย้อนหลังเพื่อเปรียบเทียบได้ หรือแม้แต่การประชุมผู้ถือหุ้น ระบบสามารถแสดงประวัติของบุคคลที่กำลังจะพูดใส่ไมโครโฟนโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตนเองได้อีกด้วย เป็นต้น
แม้ว่าแนวคิดนี้อาจยังไม่เกิดขึ้นเร็ววัน แต่แนวคิดดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้แล้วในปัจจุบ้น ซึ่งบอร์ดควรพิจารณาถึงความไม่แน่นอน ความเสี่ยง และ โอกาสต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจ และ สำรวจความเป็นไปได้ เช่น
· โมเดลธุรกิจ วิธีการทำงานแบบใหม่ อาจนำไปสู่โมเดลธุรกิจและโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงสิ่งที่ยังไม่ค้นพบ
· การจัดการระบบนิเวศ การเลือกแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีในเมตาเวิร์ส อาจเป็นแบบฝึกหัดที่ซับซ้อนสำหรับหลาย ๆ บริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น
·การมีส่วนร่วม และ นโยบายต่อสังคม การให้ประสบการณ์แบบมีส่วนร่วมและการจัดการพฤติกรรมของประชาชนอาจเป็นสิ่งที่ท้าทายในสภาพแวดล้อมเสมือนได้เหมือนกับที่จะเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมทางกายภาพจริง
· ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เมตาเวิร์สยังมีแนวโน้มที่จะชี้ช่องโหว่ทางไซเบอร์ใหม่และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประจำตัวและการฉ้อโกงทางดิจิทัล ธุรกิจต่าง ๆ และรัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งระบุและจัดการกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในขณะเดียวกัน