เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถือเป็นความจำเป็นที่ทุกธุรกิจต้องมีความสามารถในการปรับตัวหรือ Adapt to Change เพื่อความอยู่รอด ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ต้องยอมรับว่า “TQMalpha” มี Adapt to Change อยู่ในดีเอ็นเอ ตั้งแต่ ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 69 ปีก่อน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคมาได้
ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทปรับตัว อยู่เสมอผ่าน New Business Model โดยเป็นโบรกเกอร์รายแรกๆ ในตลาดที่ให้บริการขายประกันทางคอลเซ็นเตอร์ ก่อนที่จะพัฒนาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ในเวลาต่อมา ดังนั้นการเกิดขึ้นของโควิดซึ่งเป็น Change สำคัญที่สุดในช่วง 2-3 ปี มานี้จึงทำให้ TQMalpha เติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนกระแสตลาด ทั้งในแง่รายได้จากผลิตภัณฑ์ประกันภัยโควิดด้วยยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี และฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ล้านราย ทำให้ปัจจุบันทีคิวเอ็มอัลฟามีฐานลูกค้าแอ็กทีฟกว่า 3 ล้านราย “แพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้เรา เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึง ลูกค้าในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์และรักษาระยะห่างเท่านั้น แต่เทคโนโลยียังมีบทบาทในด้านต้นทุน ให้เราสามารถ ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ในราคาไม่แพง กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินซื้อได้ทันที”
อย่างไรก็ดี แนวทางการขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรจะประกอบไปด้วยแนวตั้งและแนวนอน โดย ในส่วนของแนวตั้งนั้นนอกจากธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัยซึ่งเป็น Core Business แล้ว TQMalpha ยังสร้างรายได้จากธุรกิจ บริการ อาทิ ตรวจสอบสภาพรถ เคลมประกัน และดูแลลูกค้าตลอดอายุสัญญา เป็นต้น จากการเป็นเอาท์ซอร์สให้กับ บริษัทประกันภัย ซึ่งทำรายได้ในสัดส่วน 40% ของรายได้รวมในขาธุรกิจประกันภัย แต่การขยายธุรกิจในแนวนอนไปสู่ 2 ธุรกิจ ได้แก่ การเงิน และเทคโนโลยี จะสร้างการการเติบโตแบบ V-Shape ให้ TQMalpha ในอนาคต
ดร.อัญชลิน กล่าวว่า ปีนี้ได้มีการจัดโครงสร้างบริษัทใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 Pillars ได้แก่ โบรกเกอร์ประกันภัย ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ตามด้วยธุรกิจการเงินโดยตั้ง บริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทลูกดำเนินการให้ สินเชื่อเบี้ยประกันภัยสร้างรายได้แบบออร์แกนิกส์ให้กับองค์กร ในเวลาเดียวกันก็เข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่ายในต้นทุนที่ สามารถลดได้ง่าย คือค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตแก่สถาบันการเงิน ทั้งนี้สเตปต่อไปเตรียมให้บริการ สินเชื่ออเนกประสงค์
Pillar สุดท้าย คือธุรกิจด้านเทคโนโลยี โดยเข้าไปลงทุนใน Tech Company ใน Area ที่เกี่ยวกับธุรกิจประกัน ภัย และธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตและสามารถเข้ามาต่อยอดธุรกิจหลักของ TQMalpha โดยล่าสุดเข้าไปลงทุน ถือหุ้นในบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นที่ปรึกษา ทางธุรกิจ, การพัฒนาองค์กรสู่ดิจิทัล และการออกแบบประสบการณ์ดิจิทัล ภายในเร็วๆ นี้ จะมีการพัฒนาธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีไปช่วยส่งเสริมช่องทางการขายให้ TQMalpha เพื่อเป็นการลดต้นทุน
“เทคโนโลยีมีความสำคัญกับทุกธุรกิจไม่มากก็น้อย ยิ่งบริษัทขนาดใหญ่อย่างเรายิ่งสำคัญ เพราะจะไปเกื้อกูลให้ ธุรกิจใน 2 Pillars แรกมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากบลูบิคแล้ว ปีนี้เราเตรียมเข้าไป M&A กับ Tech Company ด้าน การก่อสร้าง ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมการก่อสร้างซึ่งต้องทำประกันภัยอยู่แล้ว ก็จะมาเป็นฐานลูกค้า ก้อนใหม่ให้กับทีคิวเอ็ม อัลฟา”
ดร.อัญชลิน คาดการณ์ว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ ธุรกิจการเงินและธุรกิจด้านเทคโนโลยี จะมีสัดส่วนรายได้ 50% ของรายได้รวม เมื่อคิดจากรายได้ปี 2021 ที่ TQMalpha มีรายได้ 3,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยต่อปี 10-15% นั่นหมาย ความว่าการเติบโตจากนี้ไปของ TQMalpha จะไม่ใช่ตัวเลข 10-15% อีกต่อไป แต่จะโตแบบก้าวกระโดดนั่นเอง
“การจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญอยู่ที่กระดุมเม็ดแรก ถ้าเรากลัดได้ถูกต้องเหมาะสม ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญ ทำให้เรากลัดกระดุมเม็ดต่อไปได้ดี ดังนั้นการทำโครงการ โมเดลธุรกิจ และวิสัยทัศน์จึงต้องแม่นยำ เรามองว่าตลาด สินเชื่อใหญ่มาก และยังมีช่องว่างอีกเยอะ เหมือนกับธนาคารเข้าสู่ธุรกิจประกันก็เพราะเขามองเห็นโอกาส ดังนั้นผมคิดว่า ตลาดนี้จึงไม่ใช่ Red Ocean เพราะ TQMalpha มีจุดแข็งทั้งคนในองค์กรและเทคโนโลยี ย่อมสร้างได้เปรียบในแง่ของต้นทุน การจัดการ และการดูแลลูกค้าที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด”
ดังนั้นความครบเครื่องทั้ง Hi-Tech และ Hi-Touch บวกกับดีเอ็นเอ Adapt to Change จะสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับ TQMalpha ในระยะยาว