ช่วงที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย แทบไม่มีการเติบโต เนื่องจากภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มชูกำลังในไทยเป็นเครื่องดื่มกลุ่มใช้แรงงานมากกว่า ทำให้อัตราการดื่มน้อย กลุ่มผู้บริโภคจำกัด
สานิต โศภิตจิรพาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บีท เดอะ เวิลด์ จำกัด กล่าวว่า “จากผลการสำรวจEnergy Drink ของประเทศไทยมีการพัฒนาช้ากว่าตลาดโลกเกือบ 20 ปี เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมายเครื่องดื่มชูกำลังจะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน หรือกลุ่มที่เป็น Mass แต่จริงๆ แล้วในต่างประเทศ เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่”

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีมูลค่ารวมกว่า 28,000 ล้านบาท แต่เซกเมนต์กลุ่มพรีเมียมมีมูลค่าเพียง 5 % ของตลาดเท่านั้น
วิธีที่จะเข้ามาช่วยทำให้ยอดขายหรือตลาดยังคงมีการเติบโต ก็คือการขยายฐานเข้าไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ หรือการมองหาตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต ด้วยการรุกตลาด Energy Drink สร้างเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียม เพื่อจับกลุ่มเป้าหมาย
โดย G-BEAT ได้สลัดภาพเครื่องดื่มชูกำลัง จากคนใช้แรงงานสู่คนรุ่นใหม่ ตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-35 ปี ที่ชื่นชอบในการเล่นเกมหรือที่เรียกกันว่า “เกมเมอร์” เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการเติบโตในตลาด Energy Drink พรีเมียม เพราะปัจจุบันในไทยมีผู้เล่นเกมเป็นประจำ (Active Gamer) ถึง 28 ล้านคน เป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สินค้าที่ตอบสนองต่อคนกลุ่มนี้ยังไม่เด่นชัดและหายากในตลาด

อีกทั้งที่ผ่านมาทาง G-BEAT ได้เป็นผู้สนับสนุนให้กับทีม Talon Esports เป็นตัวแทนประเทศไทย และคว้าเหรียญทองของการแข่งขันเกม Arena of Valor (Mobile) หรือ RoV ใน "ซีเกมส์ 2022" หรือ SEA Games HANOI 2021 ครั้งที่ 31 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม รวมถึงการเป็นหนึ่งในทีมจากประเทศไทยที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน RoV Pro League AIC 2022 ระดับโลกที่ผ่านมา
ความท้าทายในครั้งนี้ของ G-BEAT คือการสร้างการรับรู้ใหม่ พยายามในการทลายกรอบเดิมๆ ของสินค้าประเภทเครื่องดื่มชูกำลังที่ถูกตีกรอบมาตั้งแต่ในอดีตจากการทำตลาดกับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ได้คิดค้นและแนะนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น รสชาติ คุณประโยชน์ และรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ที่ดูดีดูโดดเด่น
“เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า เป็น Energy Drink ยี่ห้อแรกที่ใส่ใจในส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มตั้งแต่การผลิตที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ให้ผลิตภัณฑ์มีความสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพ ไปจนถึงการพัฒนารสชาติผลิตภัณฑ์ให้ดื่มง่าย รสชาติอร่อย มีการใช้คาเฟอีนจากธรรมชาติ สกัดจากชาเขียว มีวิตามินเอ บำรุงสายตา วิตามินบีรวมสูง และสูตรน้ำตาล 0% อีกทั้งเรายังได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย” สานิต กล่าว

ณพมนัส สังขทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บีท เดอะ เวิลด์ จำกัด กล่าวว่า “กลยุทธ์ของ G-BEAT คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ มีการซื้อสื่อบนบิลบอร์ด MRT ในร้านสะดวกซื้อ มหาวิทยาลัย รวมไปถึงสื่อออนไลน์ครบทุกช่องทาง”
“อีกทั้งมีการใช้ Music Marketing ผ่านมิวสิกวิดีโอเพลง “Life is a Game” ควบคู่ไปกับการตลาดผ่านสื่อโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่าง ๆ รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนงานมิวสิกเฟสติวัล เพื่อสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของแบรนด์อีกด้วย”
สำหรับตอนนี้ G-BEAT มีเพียง 2 รสชาติ ได้แก่ รส Bubble Gum และ Apple Booster ตั้งยอดขายส่วนแบ่งตลาด 10% ใน 5% ของตลาดเซกเมนต์พรีเมียมในปี 2022 และพร้อมรุกออกไปในประเทศเพื่อนบ้านสู่ตลาด CLMV คือ ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนาม ในปี 2023