“โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล” ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ NETA จากประเทศจีน เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ภายใต้แบรนด์ NETA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประเดิมตลาดด้วยรุ่น NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แนวคิด “Touchable Smart EV” เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนไทยทุกคน
NETA V เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่วาง Brand Positioning ไว้เป็นรถยนต์ในกลุ่ม City Car สร้างความฮือฮาด้วยราคาเปิดตัวที่ 549,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 760,000 บาท) เป็นผลมาจากการได้ส่วนลดจากการเซ็น MOU กับทางภาครัฐเพื่อเข้าร่วมโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า100% ตามมาตรการรัฐบาลและภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมสร้างจุดขายด้วยแนวคิด Touchable Smart EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้
NETA V วางตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองไว้ที่การเป็น City Car ด้วยมิติตัวถัง ความยาว 4,070 มม. ความกว้าง 1,690 มม. ความสูง 1,540 มม. ระยะฐานล้อ 2,420 มม. ขนาดยาง 185/55 R16 รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง มีการออกแบบภายนอกทันสมัย โดยการออกแบบและเส้นสายภายนอกตัวรถที่ดูโฉบเฉี่ยวโดยได้แรงบันดาลใจจากปลาโลมา Dolphin Streamline

ด้วยความโฉบเฉี่ยวสไตล์คนรุ่นใหม่ NETA V จึงมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคน New Gen ซึ่งไม่ใช่เพราะแค่ First Jobber แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่สนใจอยากลองใช้เทคโนโลยีใหม่ และยังถูกมองว่าเป็น Smart Device ตัวหนึ่งของคน New Gen ด้วยจุดขายสำคัญ เพราะนอกจากการออกแบบภายนอกที่ลงตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ในส่วนของการออกแบบภายในที่เรียบง่ายยังแฝงไว้ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้
1) หน้าจอ Infotainment Screen ระบบสัมผัส ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ควบคุมการทำงานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS (บางแอปพลิเคชันไม่อนุญาตให้ทำการสะท้อนหน้าจอ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแอปพลิเคชันนั้นๆ) ผ่าน Mobile Hotspot และ สาย USB เคเบิล สามารถเพลิด เพลินกับความบันเทิงจากจอเล็กสู่จอใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ GPS นำทาง ฟังเพลง คุยโทรศัพท์ โดยความสามารถในการแสดงผลขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่มีการเชื่อมต่อ
2) กุญแจอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมระบบ Ride & Go Function ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถ และยังมีระบบเกียร์ไฟฟ้า (Electronic Shifter) แผงหน้าจอมาตรวัดแบบดิจิทัลขนาด 12 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศควบคุมผ่านหน้าจอระบบสัมผัส ระบบกรองอากาศ N95 เบาะนั่งด้านหลังพับเก็บได้ และมีความจุมากถึง 552 ลิตร
3) ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) ฟังก์ชั่นการปล่อยไฟฟ้าสู่ภายนอก ที่สามารถจ่ายกระแส ไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ เช่น กีตาร์ไฟฟ้า อุปกรณ์แคมปิ้ง เป็นต้น ด้วยกำลังสูงสุดถึง 3,300 วัตต์ และรองรับการชาร์จกระแสสลับ AC Normal Charge จาก 0-100% ในระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และการชาร์จกระแสตรง DC Quick Charge จาก 30-80% ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที
ทั้ง 3 ฟังก์ชั่นนี้ นับว่าโดนใจคน New Gen ที่มีความ Gadget Lover เป็นทุนเดิม จึงเชื่อว่า NETA V จะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายนี้ได้เป็นอย่างดี แถมด้วยสนนราคาเพียง 5 แสนกว่าๆ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายๆ ส่งผลให้ NETA V จะมีโอกาสสร้างประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้กับคนไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น

NETA V ยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยมาแบบจัดเต็ม ได้แก่ ระบบดิสก์เบรกด้านหน้า / หลัง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ กล้องมองหลังพร้อมสัญญาณกะระยะหลัง ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันและระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เบรกมือไฟฟ้า ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์
NETA V ยังมีสมรรถนะเพียงพอต่อการใช้งานในสไตล์ City Car ด้วยมอเตอร์ขนาด 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ความจุ 38.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางในการวิ่งสูงสุด 384 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มตามมาตรฐาน NEDC ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 พร้อมด้วยระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ HEPT 3.0 และระบบระบายความร้อนแบบ LIQUID COOLING SYSTEM
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของสีสันการดีไซน์ ทางบริษัทก็ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบเฉดสีที่ดูสดใส สนุกสนาน ตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย มีให้เลือก 5 สี ประกอบด้วย สีเขียว Cyan สีขาว White Storm สีชมพู Sakura Pink สีเทา Midnight Grey และสีฟ้า Sky Blue ซึ่งสีเขียว Cyan เป็นสีที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นสีสัญลักษณ์ของ NETA V โดยเฉพาะ

หวัง เฉิงเจี่ย รองประธาน บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทมีเป้า หมายที่จะให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสได้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่ หลายมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับ “การสร้างรถยนต์เพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน" ให้มี "สิทธิ์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกัน" นั่นเป็นเหตุผลให้บริษัทเริ่มขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่ปลายปี 2564 โดยมีประเทศไทยเป็นเป้าหมายแรก ภายใต้แผนการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพ เพราะภาครัฐมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจังอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้บริโภคก็เปิดรับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเช่นกัน
เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวเสริมว่า การดำเนินงานในประเทศไทย บริษัทมุ่งเน้นความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบ คลุม และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NETA “Popularizer of Smart EV: สรรค์สร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้”
“บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 3,000 คัน โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป และในปีหน้าคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 10,000 คัน โดยโมเดลต่อไปจะเป็นรุ่น NETA U ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม SUV คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ประมาณไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ของปีนี้” เป่า จ้วงเฟย กล่าว