นักวิทยาศาสตร์จากสหภาพยุโรปเผยว่า ปี 2021 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกอย่างที่เคยเป็น แต่อาจไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่สูงขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นของภัยธรรมชาติหลายอย่าง เช่น เกิดไฟป่าโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนทำให้สัตว์ไม่มีที่อยู่ หรือแม้กระทั่งปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน อย่างการวางแผนจะไปเที่ยวทะเลในฤดูร้อน แต่ฝนกลับตกหนักก็เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเช่นเดียวกัน
ต้นตอของปัญหานี้ ไม่ได้เกิดจากใครที่ไหน แต่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น และสุดท้ายโลกก็ได้ตอบแทนกลับในรูปแบบของภัยธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม สูญเสียพื้นที่ทำกิน นำมาสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนของเศรษฐกิจจนเกิดเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมในที่สุด
ในเมื่อปัญหาเกิดจากมนุษย์ คนที่จะสามารถแก้ไขปัญหานั้นก็ต้องเป็นมนุษย์
หากจะเร่งฟื้นฟูโลกให้ดีขึ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็วก็คงเป็นไปได้ยาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงต้องช่วยกันหาหนทางที่ยั่งยืน นั่นคือ การกำหนดเป้าหมาย Net Zero ที่ไม่เพียงมุ่งลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้แต่ละองค์กรดำเนินกิจการอย่างรอบคอบอีกด้วย ซึ่งธุรกิจด้านพลังงานระดับแนวหน้าอย่างบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และให้ความสำคัญกับเป้าหมาย Net Zero

ตลอดเวลาที่ผ่านมา GC ดำเนินกิจการพร้อมกับมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ใช้พลังงานลดลง พัฒนาโครงสร้างธุรกิจกลุ่ม Low Carbon Business อย่างต่อเนื่อง และยังนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้กับการชดเชยคาร์บอนด้วยวิธีต่างๆ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน หรือ Decarbonization อีกด้วย
ที่สำคัญ GC ยังมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยใช้ ESG Economy ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy มาปรับใช้ และเชื่อว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ หากเห็นแนวทางที่จะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตน ตั้งแต่ปี 2019 GC จึงมีการจัดงานประชุม “GC Circular Living Symposium” เพื่อให้คนไทยมีความตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และก้าวสู่เส้นชัย Net Zero ภายในปี 2065 ของประเทศไทยไปด้วยกัน

การกลับมาครั้งที่ 3 ของ “GC Circular Living Symposium 2022 : Together to Net Zero” ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนให้นึกถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบ คอบ ผ่านการส่งต่อแนวคิด Net Zero จากวิทยากรชื่อดังทั้งในและต่างประเทศกว่า 40 ราย และผู้เชี่ยวชาญด้าน สิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ที่มาร่วมแบ่งปันวิธีช่วยชีวิตโลกและต่อยอดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน โดยกล่าวถึงการรับมือกับภาวะโลกร้อนของหน่วยงานภาครัฐไว้ว่า
“รัฐกำลังเดินหน้าจัดการวิกฤตโลกร้อนในทุกมิติ โดยกำลังพิจารณาการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด NDC หรือ Nationally Determined Contributions ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น 40% ภายในปี 2573 แบ่งส่วนสัดการจัดการภายในประเทศเป็น 30% และจากความร่วมมือระหว่างประเทศ 10% และนำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเร่งกำลังพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG อย่างจริงจัง ริเริ่มระบบการเงินสีเขียว Green Finance เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนในนวัตกรรมและธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสรรค์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ภาคสังคมธุรกิจ”

ปลดล็อกวิถีธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน
เข้าสู่เวทีเสวนาที่หลายคนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อกวิถีธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน” กับผู้นำจากภาครัฐและบริษัทระดับโลก นำโดย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง CEO ของ GC, วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า, อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน 2.7 เท่า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 50% ในปี 2050 สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)” อาเบล เติ้ง CEO หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
“สำหรับปัจจัยสำคัญในการก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ของบริษัทปี 2050 คือบรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” วิคเตอร์ เซียห์ CEO เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าว
ความพิเศษของปีนี้ คือโซนนิทรรศการ “Net Zero City” แห่งอนาคต จำลองการใช้ชีวิตในสังคมคาร์บอนต่ำ ประกอบด้วย Net Zero Farm & Café, Net Zero Avenue ซึ่งมีการเปิดตัวครั้งแรกของ UPTOYOU Virtual Store ร้านค้ารักษ์โลก, Net Zero Living บ้านสีขาวที่เต็มไปด้วยผลิต ภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Net Zero Industry โรงงานสีเขียวที่ใช้พลังงานสะอาด ที่จะเข้ามามีบทบาทให้เกิดการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปสายกรีน ที่ทุกคนที่เข้าร่วมจะได้รับทั้งความอิ่มท้องและอิ่มใจ ดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

“GC Circular Living Symposium ในครั้งที่ผ่านมา เราเน้นเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่สำหรับปีนี้ เราจะตอกย้ำถึงการบรรลุเป้าหมาย Net Zero เราได้เชิญผู้นำทางความคิดและผู้นำจากองค์กรต่างๆ มาแบ่งปันแนวคิดและแรงบันดาลใจ และภายในงานมีนิทรรศการต่างๆ และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เพื่อให้เห็นว่า Net Zero เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ไม่มากก็น้อยและไม่ใช่เรื่องไกลตัว” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้

ไม่หยุดที่ Recycle แต่ไปต่อที่ Upcycling
การเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำจะสำเร็จลุล่วงไม่ได้ หากไม่ได้ความร่วมมือจากประชาชน GC จึงมีแพลตฟอร์มที่ใครๆ ก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการพลาสติกได้ อย่าง YOUเทิร์น ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตร ภาคประชาชน และองค์กรชั้นนำ ให้ทุกคนได้นำพลาสติกใช้แล้ว มาทิ้งที่จุดรับพลาสติกสะอาด YOUเทิร์น Drop Point แบบถังและแบบตู้ดิจิทัล เพื่อผ่านกระบวนการสู่โรงงานรีไซเคิลของ GC จากนั้นทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล และเพิ่มมูลค่าด้วยการ Upcycling ให้สามารถใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่ง YOUเทิร์น ได้ถูกนำมาจัดนิทรรศการภายในงานครั้งนี้เช่นกัน
“ทางเรายังคงมีการขยายจุดวาง YOUเทิร์น Drop Point อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน รวมถึง PTT Station เพื่อให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล” ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าว
ดร.ชญาน์ ยังได้กล่าวถึงโครงการนำพลาสติกมา Upcycling ที่ประสบความสำเร็จ อย่างโครงการ Our Khung Bangkachao โดยร่วมกับวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพัฒนาให้ชุมชนบางกะเจ้าเป็นพื้นที่ต้นแบบในการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการรับบริจาคขวดพลาสติกสะอาด ซึ่งนอกจากปริมาณขยะจะลดลงแล้ว ขวดพลาสติกยังได้รับการ Recycle & Upcycling ให้กลายเป็น “จีวรไซเคิล” ให้กับพระภิกษุในวัดได้ใช้อีกด้วย

Net Zero ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด
“Global Climate Risk Index 2021 จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอันดับที่ 9 ของโลก” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หนึ่งในผู้ร่วมเวทีเสวนาหัวข้อปลดล็อกวิถีธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน กล่าว
มากไปกว่านั้น จากการจัดลำดับขององค์กร Climate Watch ประจำปี 2020 พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก หรือปริมาณ 0.8% ของก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยเฉพาะก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถยนต์สันดาป ทิ้งขยะโดยที่ยังไม่แยก รวมถึงการบริโภคพลาสติกอย่างสิ้นเปลือง การกระทำเล็ก ๆ อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ได้
และแน่นอนว่า การปรับพฤติกรรมที่ใจดีต่อโลกมากขึ้นทีละนิดก็สามารถนำไปสู่การฟื้นฟูโลกที่ดีขึ้นได้เช่นกัน ภายในงาน GC Circular Living Symposium 2022 จึงจัดเวทีเสวนาเพื่อแบ่งปันวิธีการไปสู่เป้าหมาย Net Zero ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง และสำหรับองค์กรที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีทั้งหมด 3 เวที ได้แก่
- Climate Actions มอบแนวคิดการบริหารจัดการของแต่ละองค์กรชั้นนำ เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน
- Sustainable Finance บรรยายถึงโลกธุรกิจในอนาคตกับบทบาทการลงทุนและการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน
- Net Zero Stage เวทีที่คนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้แนวคิดการบริหารจัดการพลาสติกที่ใช้แล้วอย่างยั่งยืน และแนวทางการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมว่าจะสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้อย่างไร
จากการกิจกรรมภายในงาน GC Circular Living Symposium 2022 : Together to Net Zero ถือเป็นการตอกย้ำถึงการดำเนินนโยบาย Net Zero ของ GC ว่าไม่ได้เป็นเพียงการตั้งเป้าหมายที่ฉาบฉวย แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลัง

สุดท้ายนี้ ดร.ชญาน์ ได้กล่าวถึงหัวใจของการทำ Net Zero ของ GC ไว้ว่า
“การตั้งเป้า Net Zero ที่ชัดเจนจะทำให้เรามีแผนการดำเนินตามนโยบายที่ชัดเจนด้วยว่า มีการตั้งเป้าระยะสั้น ระยะกลาง ไปจนถึงระยะยาวไว้อย่างไร ซึ่งเป้าหมายระยะยาว Net Zero ที่ทาง GC ตั้งไว้ คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 และตั้งเป้าระยะกลางด้วยการลดปริมาณคาร์บอน 20% ภายในปี 2030
ทั้งนี้ เราวางแผนทั้งงบประมาณและโครงการต่างๆ ที่จะต่อยอดประกอบกับการพัฒนานวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ GC มีโอกาสในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero สูง”