ฮือฮาไม่น้อยสำหรับการเปิดตัว “Head & Shoulders แชมพูถุงเติม” ของผู้เล่นรายใหญ่อย่าง P&G ซึ่งเดินหน้าพลิกโฉมแพ็กเกจจิ้งใหม่ของ Head & Shoulders ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลกเจ้าแรกในตลาด โดยแพ็กเกจจิ้งใหม่นี้จะช่วยลดพลาสติกได้ถึง 78% พร้อมตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกภายในปีแรกที่ปล่อยแชมพูถุงเติม 1.3 ตัน
ถ้ามองถึงเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพร้อมที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การออกแชมพูถุงเติมในครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย ในขณะเดียวกันก็ยังดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่หัวใจสีเขียวด้วย
โดย Head & Shoulders แบบถุงเติมเปิดตัวภายใต้คอนเซ็ปต์ 4 ลด คือลดพลาสติก 78% ลดค่าครองชีพ 30 บาทต่อถุง ถ้าเทียบกับราคาแชมพูแบบขวด ลดปัญหารังแค ลดความคันของหนังศีรษะ

หากเจาะลงไปถึงเบื้องหลังการเปิดตัวแชมพูแบบถุงเต็มในครั้งนี้ สิรินพร วัฒนะภราดร รองประธานกรรมการฝ่ายขายและการสื่อสารองค์กร ประเทศไทย พม่า และลาว บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า จริงๆ แล้ว Retailer ให้ความสนใจกับแชมพูแบบถุงเติมมาตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้วเนื่องจากได้เห็นแชมพูถุงเติมวางขายในต่างประเทศ แต่ในตอนนั้นทาง P&G ยังไม่แน่ใจว่าผู้บริโภคจะตอบรับหรือไม่ ซึ่งถ้าเทียบกับปัจจุบันซึ่งผู้บริโภคไทยมีเปอร์เซ็นต์การปรับพฤติกรรมมาใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในรูปแบบถุงเติมมากขึ้นมาสักพักทั้งน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ ซึ่งเป็นสินค้า Personal Care ก็มีการปรับไปใช้แบบถุงเติมค่อน ข้างมากถึง 30% ทำให้มั่นใจว่าผู้บริโภคไทยไม่มีปัญหากับการปรับตัวเรื่องของการใช้บรรจุภัณฑ์แบบถุงเติมแล้ว
นอกจากนี้ แชมพูถุงเติมของ Head & Shoulders ยังถูกดีไซน์มาให้ตอบโจทย์ในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภคเพราะมาพร้อมกับฝาปิดทำให้ผู้บริโภคสามารถที่จะเปิดใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเทใส่ขวด หรือหากเทใส่ขวดก็สามารถทำได้ง่ายไม่เลอะเทอะ
การเข้าถึงผู้บริโภคเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะแม้ปัจจุบันผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และในตลาดหลายเจ้าเริ่มมีบริการที่เป็น Refill Station เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคกลุ่มรักษ์โลกสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือ Single Use Plastic แต่การเข้าถึงจุด Refill Station ก็ยังไม่สะดวกเพราะยังมีจุดบริการไม่มากนัก รวมถึงเรื่องของราคาที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มแมส ทั้งๆ ที่ผู้บริโภคเองก็อยากจะช่วยรักษ์โลกเหมือนกัน
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ถุงเติมของ Head & Shoulders ในครั้งนี้จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในเรื่องของการเข้าถึง รวมถึงราคาที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ทั้งยังทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีส่วนร่วมในการช่วยลดโลกร้อน ดังนั้นเมื่อถึงจุดที่ถูกที่ถูกเวลา ผู้บริโภคพร้อม ผู้ผลิตพร้อม ตอบโจทย์กระแสรักษ์โลกที่เป็นเทรนด์ซึ่งผู้บริโภคให้ความ สำคัญเพิ่มขึ้น Head & Shoulders แชมพูถุงเติมจึงออกมาในเวลาที่เหมาะสม
สิรินพร เสริมว่า ถ้าตลาดพร้อมมากกว่านี้ สินค้าในกลุ่มอื่นๆ ก็มีโอกาสที่จะตามมา “สินค้าเรามีหลายหมวดมาก ถ้าผู้บริโภคตอบรับเราก็จะนำเข้ามา เพราะเทคโนโลยีของเราเป็นโกลบอลอยู่แล้ว นำเข้ามาไม่ใช่เรื่องยากแต่ตลาดพร้อมหรือเปล่าเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ”
สำหรับ Head & Shoulders แชมพูถุงเติม จะมีให้เลือกใช้ 2 สูตร คือสูตรคูลเมนทอล (COOL MENTHOL) แชมพูสูตรขจัดรังแคที่ขายดีที่สุดและให้ความเย็นสบายทุกครั้งที่สระ และสูตรแอปเปิ้ลเฟรช (APPLE FRESH) ช่วยขจัดรังแคพร้อมมอบกลิ่นแอปเปิ้ลหอมสดชื่นและป้องกันการกลับมาของรังแคอย่างยาวนาน คุ้มค่าด้วยปริมาณ 380 ml ต่อซอง ในราคา 139 บาท และเฉพาะเมื่อซื้อที่ Big C และ Lotus ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมนี้ ผู้บริโภคจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคเงิน 1 ถุง = 10 บาท ให้กับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเพื่อใช้ในการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

“P&G Global และ P&G จากทุกประเทศต่างเชื่อมั่นว่า ภารกิจสำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตการณ์ขยะล้นโลก จะสามารถบรรลุสู่เป้าหมาย Ambition 2030 ตามที่ตั้งใจ ด้วยนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจาก Head & Shoulders และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ P&G ซึ่งนี่เป็นโอกาสสำคัญในการที่เราจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมโลกอย่างยั่งยืน” สิรินพร กล่าว
ก่อนหน้านี้ P&G วางเป้าหมาย P&G Ambition 2030 ที่มุ่งสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับบริษัทและผู้บริโภค เป้าหมายของ Ambition 2030 ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน อันได้แก่ แบรนด์ สังคม และพนักงาน P&G รวมถึงการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผู้ค้าปลีกเพื่อส่งผลิตภัณฑ์ให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างยั่งยืน และหวังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero Ambition ในปี 2040
ซึ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2010 P&G ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานไฟฟ้าลงถึง 73% ลดการใช้น้ำในโรงงานผลิตได้มากถึง 35% และนอกจากนี้ในปี 2018 โรงงานที่ใช้ผลิตสินค้า P&G ยังสามารถปล่อยของเสียจากกระบวน การผลิตและลดปริมาณขยะฝังกลบได้เป็นศูนย์ ในปี 2021 P&G ประเทศไทย นำร่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากลานจอดรถ โดยลงนามในสัญญา PPA เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเริ่มใช้อย่างเป็นทาง การในเดือนกรกฎาคม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 135 ลูกบาศก์ตันต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้ากว่า 332 ครัวเรือน สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ P&G มุ่งมั่นจะพัฒนาต่อไป
