ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในงานเปิดตัว iPhone 14 Pro, Pro Max, iPhone 14, 14 Plus ของ Apple ในงาน Far Out ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อคืนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ถูกขยับอันดับจาก Tier 2 ขึ้นมาเป็น Tier 1 ในการวางจำหน่าย iPhone 14 แล้ว นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย หลังจากที่ผ่านมาประเทศไทยจะสามารถวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศตามหลังเสมอมา
โดยในครั้งนี้ผู้บริโภคชาวไทยจะสามารถการสั่งจองเครื่องล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายนที่จะถึงนี้
ราคาเริ่มต้น iPhone 14 เริ่มต้น 32,900 บาท และ iPhone 14 Pro Max เริ่มต้น 44,900 บาท
- iPhone 14
ROM 128 GB ราคา 32,900 บาท
ROM 256 GB ราคา 36,900 บาท
ROM 512 GB ราคา 45,900 บาท
- iPhone 14 Plus
ROM 128 GB ราคา 37,900 บาท
ROM 256 GB ราคา 41,900 บาท
ROM 512 GB ราคา 50,900 บาท
- iPhone 14 Pro
ROM 128 GB ราคา 41,900 บาท
ROM 256 GB ราคา 45,900 บาท
ROM 512 GB ราคา 54,900 บาท
ROM 1 TB ราคา 63,900 บาท
- iPhone 14 Pro Max
ROM 128 GB ราคา 44,900 บาท
ROM 256 GB ราคา 48,900 บาท
ROM 512 GB ราคา 57,900 บาท
ROM 1 TB ราคา 66,900 บาท
ในส่วนของ iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Max เป็นสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และชิป A16 Bionic
iPhone ใหม่ยังมาพร้อมรอยบากรูปเม็ดยาที่เล็กกว่า รอยบากดั้งเดิม มีระบบการแจ้งเตือนเคลื่อนไหวรอบ ๆ รอยบาก รวม Cutout เข้ากับ UI (User Interface) ของโทรศัพท์ และ Apple เรียกสิ่งนี้ว่า Dynamic Island
iPhone 14 Pro มีจอแสดงผล Super Retina XDR ที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว มีความสว่างถึง 2,000 นิต (2,000 nits) ด้วยเทคโนโลยี LTPO ของจอแสดงผลทำให้มีอัตราการรีเฟรช 1Hz แบบไดนามิก ช่วยลดการใช้พลังงาน
ขุมพลังของ iPhone 14 Pro และ Pro Max คือ ชิป A16 Bionic ที่มีทรานซิสเตอร์ 16 พันล้านตัว บนชิปขนาด 4 นาโนเมตร ทำให้แกนประสิทธิภาพของชิปเร็วขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ GPU ก็มีการอัพเกรดเช่นกัน มีแบนด์วิดท์ (Bandwidth) หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ Display Engine บนชิป A16 Bionic ช่วยเพิ่มพลังให้กับจอแสดงผล LTPO และ Dynamic Island
iPhone 14 Pro มีกล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์แบบ Quad-pixel Sensor เป็นกลุ่มพิกเซลสี่พิกเซลที่ถูกทำให้เป็นพิกเซลขนาดใหญ่หนึ่งพิกเซล เพื่อการจับภาพและแสงที่ดีขึ้น สมาร์ทโฟนมีโหมด Pro Raw ช่วยให้ถ่ายภาพได้เต็มขนาด 48 ล้านพิกเซล โดยไม่มีการบีบอัด
Apple ยังได้พัฒนาวิธีการประมวลผลภาพด้วยคอมพิวเตอร์แบบใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์จากรูปแบบพิกเซลใหม่ เพื่อความถูกต้องของสีและรายละเอียดที่ดีขึ้นในช็อตถ่ายภาพยาก ๆ ด้วย Photonic Engine ซึ่งภาพถ่ายในที่แสงน้อยจะได้รับการปรับปรุงสามครั้ง
สำหรับในการถ่ายวิดีโอ iPhone 14 Pro จะมาพร้อมกับโหมด Pro Video และ Cinematic ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอที่ระดับ 4K และ 24 เฟรมต่อวินาที
แบตเตอรี่ของ iPhone 14 Pro จะมีอายุการใช้งานยาวนานตลอดวัน และมีคุณสมบัติเดียวกันกับใน iPhone 14 รุ่น พื้นฐาน เช่น มี SOS ฉุกเฉิน และ Crash Detection และจะมีระบบปฏิบัติการ iOS 16 มากับ iPhone 14 ตั้งแต่แกะกล่อง
สำหรับ Phone 14 และ iPhone 14 Plus รุ่น Plus มีขนาด 6.7 นิ้ว ขณะที่รุ่นมาตรฐานมีขนาด 6.1 นิ้ว ใช้ชิป A15 Bionic มีจอแสดงผล HDR 1,200-nit พร้อมรองรับ Dolby Vision และมีรุ่นสีฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นมา แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานตลอดวันเช่นเดียวกับรุ่น Max
ชิป A15 Bionic ใหม่ทำให้สมาร์ทโฟนมีประสิทธิภาพเร็วขึ้น Apple ได้อัพเกรดระบบกล้องด้วยเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ขึ้น (1.9 ไมครอน) และ OIS แบบ Sensor Shift ในกล้องหลักที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้นในสภาพแสงที่ยากและถ่ายภาพได้เร็วขึ้นด้วย
กล้อง TrueDepth ใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพในที่แสงน้อยและถ่ายภาพได้เร็วขึ้น มีการโฟกัสดีขึ้น รวมทั้งมีสิ่งที่เรียกว่า Photonic Engine ในซอฟต์แวร์ เพื่อทำให้การประมวลผลภาพดีขึ้น และยังมีโหมดแอ็คชัน (Action) เพื่อป้องกันภาพสั่นไหวแบบดิจิทัล สำหรับการถ่ายวิดีโอและใช้เซ็นเซอร์แบบเต็ม (Full Sensor)
ราคา iPhone 14 เริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์ (849 ปอนด์, 1,399 ดอลลาร์ออสเตรเลีย), iPhone 14 Plus ราคาเริ่มต้นที่ 899 ดอลลาร์ (949 ปอนด์, 1,579 ดอลลาร์ออสเตรเลีย) เริ่มเปิดจองวันที่ 9 กันยายน และจัดส่งรุ่น iPhone 14 วันที่ 16 กันยายน ส่วนรุ่น Plus จะจัดส่งในวันที่ 7 ตุลาคม