Bridgestone E8 Commitment ให้การสนับสนุนในด้านความยั่งยืน พร้อมชูแนวคิดให้ทุกคนหันมาใช้ชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคผ่านคุณค่าทั้ง 8 ด้าน ดังนี้
ตั้งเป้าสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอนและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการขาย ซึ่งในปี ค.ศ. 2030 คาดว่าจะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 50% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2011 และตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 สำหรับในประเทศไทยได้เริ่มการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน โดยมีการติดตั้ง Solar Rooftop ที่บริษัท บริดจสโตน ไทร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยในการผลิตยางสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารภายในโรงงาน
พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางรถยนต์อย่างยั่งยืนและออกแบบโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่าง
“ENLITEN” เทคโนโลยีที่สามารถออกแบบยางรถยนต์ให้มีน้ำหนักเบาลง ลดวัตถุดิบในการผลิต ลดความต้านทานการหมุนและอัตราการสึกหรอ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ยืดอายุการใช้งาน อีกทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
คำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพและปริมาณผลิตภัณฑ์ โดยนำเทคโนโลยีแห่งการเดินทางที่ทันสมัยมาใช้เพิ่มผลผลิต เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานให้นำข้อมูลมาใช้วางแผนในการบำรุงรักษายางเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น พัฒนาโปรแกรม Toolbox ซึ่งเป็นโปรแกรมบริการจัดการยางของบริดจสโตนที่เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลสภาพยางผ่าน Website หรือ Application เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานให้สามารถนำข้อมูลมาใช้วางแผนในการบำรุงรักษายางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและการสร้างโซลูชั่น ผนวกนำนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางมาใช้ ส่งผลให้ปัจจุบันบริดจสโตนมีศูนย์และจุดบริการในเครือภายใต้การดูแลที่ครอบคลุมและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้ 1) ค็อกพิท (Cockpit) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร 273 สาขาทั่วประเทศ และแฟรนไชส์ 184 สาขา 2) Bridgestone Truck Tire Center (ศูนย์บริการยางรถบรรทุกและรถโดยสาร ภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์บริดจสโตน) 51 ศูนย์บริการ และ 3) Bridgestone Fleet Point (จุดบริการยางรถบรรทุกและรถโดยสาร ภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์บริดจสโตน) 115 จุดบริการ เมื่อความพร้อมทั้งจากสภาวะโรคระบาดเข้าสู่สถานการณ์ปกติและจากพันธมิตรมีมากขึ้น จะค่อยๆ ปรับและขยายการเติบโตต่อไป
มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งหวังเป็นอย่างมากในการช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจและยังคงป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เผยไอเดียสร้างศูนย์บริการยางหล่อดอก บริดจสโตน บันแดก ที่คงประสิทธิภาพและอายุการใช้งานเทียบเท่ายางใหม่ อีกทั้งการผลิตยางหล่อดอกใช้น้ำมันในการผลิตน้อยกว่ายางใหม่ ทำให้ลดการใช้น้ำมัน การทิ้งโครงยาง และมลพิษ
ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเชื้อไฟแห่งความตื่นเต้นในโลกแห่งการเดินทางจึงเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมท้าทายต่างๆ ทั้งมอเตอร์สปอร์ต กีฬา และอื่นๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Bridgestone POTENZA SPORT ยางสปอร์ตพรีเมียม และการแข่งขันรถยนต์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขับเคลื่อนในรายการ Bridgestone World Solar Challenge เป็นต้น
บริดจสโตนยึดมั่นในหลัก “ยางดูแลชีวิต” เพื่อให้การเดินทางมีแต่ความสงบและสบาย เพราะความสุขสร้างได้จากการเดินทาง จึงตั้งใจส่งมอบทั้ง 2 สิ่งผ่านการเดินทางที่ปลอดภัยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในเครือ เช่น ภายใต้การดำเนินธุรกิจยางล้อเครื่องบินและยางหล่อดอกล้อเครื่องบิน ที่สร้างความสุขและสบายให้กับทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิตเครื่องบิน และธุรกิจสายการบิน พร้อมส่งมอบความปลอดภัยจากจุดแข็งของผลิตภัณฑ์
- Empowerment: พลังทางสังคม
เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำ โดยอยู่เคียงข้างและรับฟังปัญหาจากชุมชน สะท้อนผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น อาทิ โครงการ Bridgestone Global Road Safety ที่ร่วมมือกับพันธมิตร จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน และการคัดเลือกเยาวชนเป็น Bridgestone’s Youth Champion เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนนในหมู่นักเรียน
บริดจสโตนเล็งเห็นถึงอีกหนึ่งปัญหาสำคัญในโลกปัจจุบันอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของมนุษย์ จากการที่มนุษย์มีพัฒนาการในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งผลให้วิทยาการการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สะดวกสบายและง่ายขึ้น พร้อมทั้งมีการพัฒนากระบวนการผลิต ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศในวงกว้าง ในทุกสังคม และสู่สิ่งแวดล้อมในที่สุด
ปัญหานี้ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นโดยไม่มีผู้ใดสามารถทราบถึงจุดสิ้นสุดได้ แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ผู้เป็นพลังแห่งอนาคต ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ไม่เพียงแต่เต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างจริงจังเพื่อโลกที่ดีขึ้น แต่ยังเชื่อมั่นในตัวเองว่าจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้
นอกจากนี้ บริดจสโตนเผยถึงภาพรวมหลังจากผ่านวิกฤตการณ์ใหญ่ว่า อัตราการเติบโตของบริดจสโตนอยู่ที่ประมาณ 1-3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในปี 2022 ประเทศไทยจะมีภาพรวมตลาดยางรถยนต์ที่โตอย่างต่อเนื่อง 5-10% และล่าสุดในตลาดผู้เล่นหลักอย่างยางรถยนต์นั่งทั่วไปมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 20-30% และตลาดยางรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อยู่ที่มากกว่า 50%
จากอัตราการเติบโตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นผนวกกับกลยุทธ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ผู้เป็นกำลังซื้อหลักในอนาคตได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นว่าพันธสัญญา E8 ของบริดจสโตนที่ประกาศยึดเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้จะสร้างความมั่นใจและก่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนดังกล่าว จนนำไปสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดยางรถยนต์ให้กับแบรนด์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกในที่สุด