BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,656
VIEWS

โคตรตึงครับจารย์! เปิดบ้านชูเอย์ฉะ ตำรับมายฮีโร่ฯ

ต.ค. 01, 2565 S.Kawintip
ทันกันรึเปล่า? กับภาพปกล่าสุดของโชเน็นมังงะชื่อดังอย่าง “Boku no Hero Academia” หรือมายฮีโร่อคาเดเมีย โดยโฮริโคชิ โคเฮย์ ซึ่งครั้งนี้ ได้เปิดตัวน้องโทรุ (Toru) ตัวละครเด็กสาวล่องหนขึ้นปกในสภาพวาบหวิว จนเกิดกระแสวิจารณ์กันว่าการใช้ตัวละครที่ยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลายมานำเสนอในรูปแบบนี้ เป็นเรื่องที่สมควรแล้วหรือ? บ้างก็ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการ์ตูนญี่ปุ่น เขาทำกันมาตั้งนานแล้วเหอะ


จากประเด็นร้อนดังกล่าว วันนี้ Brand Story จึงหยิบสำนักพิมพ์ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มายฮีโร่ฯ “สำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ” (Shueisha) ที่ไม่ได้ถือลิขสิทธิ์เพียงมายฮีโร่ฯ เรื่องเดียวเท่านั้น แต่รวมถึงบรรดาการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Haikyu!! คู่ตบฟ้าประทาน, One Piece ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้!, Jujutsu Kaisen มหาเวทผนึกมาร หรือจะเป็น บาสไม่ใช่กีฬาที่เล่นคนเดียวนะครับ! กับ Kuroko no Basket แม้กระทั่งความหล่อเท่ของคุณลอยด์ จาก SPY X Family ก็ถูกอัดแน่นอยู่ในสำนักพิมพ์นี้เช่นเดียวกัน

กว่าจะมาเป็นชูเอย์ฉะอย่างปัจจุบัน สำนักพิมพ์แห่งนี้ได้ผ่านเรื่องราวมากมายนับไม่ถ้วน
แล้วชูเอย์ฉะเจออะไรมาบ้าง? เดี๋ยว Brand Story จะเล่าให้ฟัง

ต้องเล่าก่อนว่า การ์ตูนญี่ปุ่นหรือหลายคนเรียกว่า “มังงะ” เกิดจากตัวคันจิ 2 ตัว คือคำว่า มัง (漫) แปลว่าความบันเทิง, ไร้ขีดจำกัด และคำว่า งะ (画) แปลว่ารูปวาด กลายเป็นการวาดภาพเรื่องราวแบบเร็ว ๆ ของนักวาด แบ่งออกเป็นช่องแบบไม่ตายตัว ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ต้องปรากฏในมังงะ คือ “กล่องข้อความ” เพื่อใส่บทสนทนาระหว่างตัวละคร

เพราะฉะนั้น ภาพเคลื่อนไหวอย่างอนิเมะจะมาเป็นมังงะเหมือนกัน ไม่! ได้!


มังงะ และการเมือง
ก่อนที่จะเป็นมังงะ ในช่วงศตวรรษที่ 17 มังงะได้รับการพัฒนามาจากภาพวาดบนแผ่นไม้ที่เรียกว่า “อุคิโยเอะ” (Ukiyo-e) ที่นักวาดใช้วาดเรื่องราวประวัติศาสตร์ บทละคร และสภาพแวดล้อมทางสังคมในยุคเอโดะ แน่นอนว่าลายเส้นช่วงนั้นยังคงความเป็นยุคเอโดะอยู่

กระทั่งญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กับฝั่งพันธมิตรและสหรัฐฯ ญี่ปุ่นจึงถูกชาติตะวันตกรุกล้ำเข้ามาและได้รับอิทธิพลด้านศิลปะมากมาย ญี่ปุ่นได้หยิบมังงะมาปรับให้มีความทันสมัยเพื่อให้ทัดเทียมกับชาติตะวันตกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นคมชัดขึ้น องค์ประกอบของภาพ รวมถึงการลงแสงและเงา จนความเป็น “มังงะ” เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง และมีเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นชัดเจนอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

มากไปกว่านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นยังถูกสหรัฐฯ บังคับให้เปิดเสรีภาพแก่สื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ที่รวมถึง “มังงะ” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งตรงกับช่วงที่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ เติบโตขึ้นมา รวมถึง “สำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ” ที่เรากำลังจะกล่าวถึงด้วย

TMI: มีการสันนิษฐาว่า สาเหตุที่ภาพวาดตัวการ์ตูนญี่ปุ่นมีดวงตาที่กลมโต หรือที่เราเรียกกันว่า “การ์ตูนตาหวาน” เป็นเพราะอ้างอิงมาจากรูปลักษณ์ของชาวตะวันตกที่ตาโตกว่าชาวเอเชีย และได้รับอิทธิพลการ์ตูนตะวันตกอย่างวอลต์ ดิสนีย์


จากแผนกนิยาย สู่สำนักพิมพ์นิตยสารรายสัปดาห์
สำหรับเรื่องราวของสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะ เริ่มต้นจากการเป็นแผนกนิยายของสำนักพิมพ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง “โชงากูกัง” (Shogakukan) ซึ่งแผนกชูเอย์ฉะได้ตีพิมพ์นิยายมากมายตั้งแต่ปี 1925 และออกมาจากโชงากูกัง ตั้งเป็นสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะอย่างเต็มตัวในปี 1926 ในระหว่างนั้นก็ยังคงผลิตนิยายออกมาให้คนญี่ปุ่นได้อ่านอย่างต่อเนื่อง

จนปี 1949 หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชูเอย์ฉะได้ตีพิมพ์นิตยสารฉบับแรก “โอโมชิโระ” เป็นนิตยสารที่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่เบาสมองและมอบความบันเทิง เยียวยาหัวใจวัยช่างฝันในประเทศที่เพิ่งแพ้สงครามได้เป็นอย่างดี โอโมชิโระจึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มหนุ่มสาว ซึ่งหนึ่งในเนื้อหาเบาสมองที่ว่านั่นก็คือ “มังงะ”

แน่นอนว่าชูเอย์ฉะไม่ได้หยุดอยู่ที่นิตยสารสำหรับวัยรุ่นทั่วไป แต่ได้ต่อยอดออกมาเป็นนิตยสาร “โชโจบุ้ค” ซึ่งคำว่าโชโจ (少女) แปลว่า “เด็กสาว” เพื่อตีตลาดกลุ่มเด็กสาววัยสะพรั่ง และยังออกเวอร์ชั่นเด็กหนุ่ม “โชเน็นบุ้ค” มาเอาใจเด็กผู้ชายวัยห้าวอีกด้วย และทำการคัดเลือกมังงะจากนักวาดฝีมือดีมาอยู่ในเครือ เพื่อลงผลงานในนิตยสารดังกล่าว โดยไม่ได้มีการบังคับว่าผู้หญิงต้องอ่านโชโจ ผู้ชายต้องอ่านโชเน็น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการ Stereotype หรือกำหนดค่านิยมทางเพศแบบเนียน ๆ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นการสะท้อนค่านิยมแบ่งแยกเพศในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน

มากไปกว่านั้น การคัดสรรค์มังงะแต่ละเรื่องของชูเอย์ฉะ ไม่เพียงเลือกแค่เนื้อหาที่สนุก หรือปลอบประโลมจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “ส่งต่อชุดความคิด” ผ่านตัวละครในเรื่อง และบอกเล่าประวัติศาสตร์ชาติญี่ปุ่นไปในตัว โดยเฉพาะ Astro Boy เจ้าหนูอะตอม ที่ได้รับบทบาททูตสันติภาพระหว่างญี่ปุ่นกับต่างดาว (ซึ่งต่างดาวที่ว่าก็คืออังกฤษและสหรัฐฯ) ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกัน แสดงจุดยืนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น จากเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ และยังเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่รักอีกครั้ง

จากความนิยมอันล้นหลามของนิตยสารที่ได้วางขายไป โดยเฉพาะโชเน็นบุ้ค ที่เพิ่มกำไรให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ชูเอย์ฉะเห็นแววการเติบโตของมังงะสำหรับเด็กผู้ชาย จึงถือโอกาสได้งอกนิตยสารโชเน็นมังงะดาวเด่นที่ใคร ๆ ก็รู้จักอย่าง “โชเน็น จัมป์” และถูกเปลี่ยนเป็น “วีคลี โชเน็น จัมป์” (Weekly Shonen Jump) เนื่องจากเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ที่อัปเดตมังงะหลายเรื่อง ส่วนโชเน็นบุ้คก็ถูกรวบเป็นนิตยสารอัปเดตข่าวสารวงการมังงะแบบรายเดือนไปเสียอย่างนั้น

ถึงแม้ชูเอย์ฉะจะโดดเด่นในแวดวงผู้ผลิตนิตยสารมังงะ แต่ก็ไม่ได้เก็บความเป็นผู้ผลิตนวนิยายเก่าแก่ไว้ในลิ้นชัก ยังคงตีพิมพ์นิยายหลายชุด ผลิตนิตยสารนวนิยายไม่ซ้ำชื่อ รวมถึงจัดพิมพ์ “มังงะแบบรวมเล่ม” สำหรับผู้ที่อยากอ่านยาว ๆ แบบจุใจ จนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มังงะหลายเรื่อง ก้าวขึ้นเป็นสำนักพิมพ์นิตยสารและหนังสือการ์ตูนรายใหญ่ของญี่ปุ่น

จากการแรงกระเพื่อมของชูเอย์ฉะ รวมถึงสำนักพิมพ์อื่น ๆ ส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของประเทศญี่ปุ่นเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้รัฐบาลญี่ปุ่นพัฒนาร้านหนังสือ เพิ่ม “มังงะ” เข้าไปอยู่ในชั้นวางตามร้านหนังสือทั่วประเทศ และอุตสาหกรรมนี้ยังช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
 

กำแพงมีหู ชูเอย์ฉะมีช่องทำกำไร
ตัดมาที่มังงะยุคปลายศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบันของชูเอย์ฉะบ้าง
อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนแรกว่า ชูเอย์ฉะมีโชเน็นมังงะในเครือมากมาย มิหนำซ้ำยังมีเรื่องที่ครองใจนักอ่านตั้งแต่รุ่นเก่าจนถึงรุ่นใหม่ สร้างการสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่เสมอ ด้วยการเปลี่ยนการคัดเลือกเนื้อหา จากเดิมที่เคยเลือกมังงะที่มันส์ ๆ รุนแรง เนื้อเรื่องมีความเซอร์เรียลไปหน่อย มาสู่เรื่องราวในชีวิตประจำวัน สะท้อนความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมังงะแนวกีฬาในโรงเรียน (เช่น Haikyu!!, Kuroko no Basket) ที่นำเสนอวิถีชีวิตและมิตรภาพของเด็กผู้ชาย ซึ่งก็เป็นแนวโชเน็นอีกนั่นแหละ

จากยอดขายมังงะตลอดกาลจากทุกสำนักพิมพ์ พบว่า 3 ใน 5 อันดับแรกที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในโลก เป็นมังงะที่ชูเอย์ฉะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้แก่ อันดับ 1 One Piece จำนวน 500 ล้านฉบับ, อันดับ 3 Dragon Ball 260 ล้านฉบับ และอันดับ 5 Naruto 250 ล้านฉบับ

ส่วนมังงะใหม่ ๆ ก็ยังคงเป็นชูเอย์ฉะที่ยืนหนึ่งในการเลือกมังงะที่ถูกจริตคน นำมาสู่การทำยอดขายที่ดีได้ ล่าสุด Spy X Family ทำยอดขายมากถึง 4.9 ล้านฉบับภายในปีเดียว ทั้งที่มีเพียงแค่ 9 เล่มเท่านั้น และยังกางอาณาเขตทั่วโลกด้วย Jujutsu Kaisen พร้อมยอดขายมากกว่า 9.4 ล้านในปีนี้

ยิ่งเป็นการสะท้อนว่า ชูเอย์ฉะตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกดันโชเน็นมังงะมากกว่าโชโจมังงะ


เก่าแล้วไง เดินเกมไวก็แล้วกัน
ความทุ่มเทของสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะที่มอบให้กับวงการมังงะ ไม่ได้หยุดที่นิตยสาร Weekly Shonen Jump เท่านั้น แต่ยังขยายจากสื่อสิ่งพิมพ์ไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เปิดตัว “Manga Plus” ที่เปิดโอกาสให้เหล่าคนรักการอ่านมังงะทั่วโลก ได้แวะอ่านมังงะฟรีทุกภาษาอย่างถูกลิขสิทธิ์ จนหลายคนต้องมีแอปพลิเคชันนี้หรือเว็บไซต์ดังกล่าวไว้ติดเครื่อง (รวมถึงผู้เขียนด้วย)

ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น เมื่อล่าสุดนี้ วันที่ 31 มีนาคม 2022 ชูเอย์ฉะได้ประกาศแตกหน่อบริษัทย่อยในเครือ “Shueisha Games”  โดยให้การสนับสนุนนักพัฒนาเกมส์และแอปพลิเคชันอย่างเต็มกำลัง แน่นอนว่าเหล่าตัวละครในเกมของชูเอย์ฉะ ก็ต้องเป็นตัวละครจากมังงะในโชเน็น จัมป์อยู่แล้ว

จากทั้งหมดทั้งมวลจึงสามารถกล่าวได้ว่า “ชูเอย์ฉะ” สำนักพิมพ์เก่าแก่แห่งนี้ ไม่ได้เติบโตแค่ตัวเลขอายุของบริษัท แต่ยังเติบโตในแง่ของการวางกลยุทธ์ มองหาโอกาสในการต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการรักษามังงะที่ถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญให้อยู่คู่ประเทศญี่ปุ่นไปในตัว และนับเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับคนทั่วโลกอีกด้วย

โคตรตึงครับจารย์! เปิดบ้านชูเอย์ฉะ ตำรับมายฮีโร่ฯ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact