สมัยก่อนถ้าคอนโดที่ขึ้นชื่อว่ามีทำเลติดรถไฟฟ้าก็ขายได้แล้ว แต่วันนี้ทำเลอาจจะเป็นแม่เหล็กที่ไม่ดึงดูดลูกค้ามากพอ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ๆ ที่ผู้นำตลาดคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่าง“อนันดา” ที่จับกลุ่มนี้มาโดยตลอด เลยต้องหากิมมิคใหม่เพื่อเพิ่มความเซ็กซี่ให้โปรดักท์
ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่าตลาดเปลี่ยนแปลงไปมาก เกิด New Norm ของพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนเมืองที่เปลี่ยนไป จากการศึกษา Persona คนเมืองรุ่นใหม่ของอนันดาสรุปออกมาได้ 3 ข้อ กล่าวคือ คนเมืองชอบอยู่ในเมืองแต่ไม่ชอบรถติด ,ชอบพื้นที่สีเขียวแต่ไม่ชอบทำสวน และชอบห้องสวยแต่ไม่มีเวลาทำความสะอาด
ทั้งหมดนี้นำมาซึ่งส่วนผสมของโปรดักท์ที่ต้องมีอะไรมาเพิ่มเติมมากกว่าความสะดวกของทำเล โดยอนันดาถอดรหัสอินไซท์ที่ว่านี้ออกมาเป็น 24 Hrs. On demand service ทว่าเรื่องนี้อนันดาไม่มีความถนัดจึงไปจับมือกับดุสิตธานี ผู้นำธุรกิจด้านการบริการท่องเที่ยวและโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย และ Ascott ผู้นำให้บริการด้านที่พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในเวลาเดียวกันอนันดาพยายามสร้างตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการเชื่อมโยงกับคอมมิวนิตี้จึงไปจับมือกับ SCRATCH FIRST ผู้สร้างสรรค์เฟสติวัล Wonderfruit มาเพิ่มกิจกรรมเพื่อ Connect the dot ให้ลูกบ้านโดยเฉพาะ
เมื่อส่วนผสมของโปรดักท์เปลี่ยนไป แบรนด์เดิมจึงไม่สะท้อนตัวตนใหม่ของโปรดักท์ แบรนด์ใหม่จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด ประกอบด้วยแบรนด์โคโค่ (COCO) เป็นคอนโดลักชูรีที่ผสมผสานบริการแบบโรงแรมห้าดาว และแบรนด์คัลเจอร์ (Culture) ที่จะมี Wonderfruit มาเป็นเบื้องหลังการบริหารจัดกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้แบรนด์คัลเจอร์ยังได้วางตำแหน่งให้เป็นคอนโดแห่งความยั่งยืน จับกลุ่มคนรุ่นใหม่รักษ์โลก โดยการออกแบบ วัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการขยะจะมีส่วนลดการปล่อยคาร์บอน
ในเวลาเดียวกันอนันดาก็เติมพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบเพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปั้นแบรนด์ใหม่ชื่อ ANDA เป็นบ้านเดี่ยว Middle to high ทำเลชานเมืองในราคาจับต้องได้
ซึ่งโค้งสุดท้ายของปีนี้อนันดาเปิดตัวโครงการใหม่พร้อมกัน 6 โครงการ รวมมูลค่า 21,627 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการ โคโค่ พาร์ค (COCO PARC) 2. โครงการ คัลเจอร์ ทองหล่อ (CULTURE THONGLOR) 3.โครงการ คัลเจอร์ จุฬา (CULTURE CHULA) 4.โครงการไอดีโอ รามคำแหง – ลำสาลี สเตชั่น (IDEO RAMKHAMHAENG LAMSALI STATION) 5. โครงการ อันดา ราชพฤกษ์ - แจ้งวัฒนะ (ANDA RATCHAPHRUEK-CHAENGWATTHANA) และ 6. โครงการ อาร์เทล อโศก - พระราม 9 (ARTALE ASOKE - RAMA 9) คาดว่าจะทำให้ยอดขายไตรมาสสุดท้ายโตต่อเนื่องอีกกว่า 5,000-6,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายของปีนี้ที่ 15,680 ล้านบาท