BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,039
VIEWS

National Geographic กรอบเหลืองนี้ มีที่มา!

ต.ค. 16, 2565 S.Kawintip
เชื่อว่าใคร ๆ ก็รู้จักนิตยสารกรอบเหลืองเลื่องชื่อ “National Geographic” สื่อสิ่งพิมพ์เก่าแก่มากที่สุดฉบับหนึ่งของโลก ที่อยู่คู่กับชาวโลกมานานถึง 134 ปี มียอดพิมพ์สูงสุดฉบับหนึ่ง 10 ล้านเล่มต่อเดือน และยังตีพิมพ์เป็นภาษาอื่นอีก 22 ภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย

ต้องเล่าก่อนว่า ในปี 2431 นิตยสาร National Geographic จัดพิมพ์โดยสมาคม National Geographic Society ซึ่งเป็นองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ไม่แสวงหาผลกำไร เดิมทีตั้งใจให้นิตยสารเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยมุมมองของบทความที่เป็นค่อนข้างมีความเป็นสากล จึงทำให้ National Geographic ได้รับความนิยมทั่วโลก

มากไปกว่านั้น National Geographic ยังเป็นหนึ่งในนิตยสารชุดแรก ๆ ที่ตีพิมพ์เป็นภาพสี และเป็นผู้นำในการพิมพ์ภาพถ่ายสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล มุมมองจากชั้นบรรยากาศ และสัตว์ต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติอีกด้วย (โดยเฉพาะสัตว์ต่างถิ่นหรือใกล้สูญพันธุ์) จนปี 2469 ทำยอดขายทะลุหนึ่งล้านเล่มในที่สุด

แน่นอนว่า National Geographic ไม่ได้แช่แข็งตัวเองไว้ในฐานะผู้ตีพิมพ์นิตยสารเพียงอย่างเดียว แต่ในปี 2558 ได้ร่วมกับ 21st Century Fox ก่อตั้ง National Geographic Partners กลายเป็นบริษัทสื่อที่แสวงหาผลกำไรจริง ๆ จัง ๆ (รวมถึงนิตยสารด้วย) มีช่องทีวีของ National Geographic ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Fox ที่ถือหุ้นไว้มากถึง 73% ก็ยิ่งสร้างการรับรู้ให้กับ National Geographic เพิ่มอีกเป็นกอง

แท้ที่จริงแล้ว การทำให้คนเกือบทั้งโลกรู้จัก National Geographic มากมายขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการเผยแพร่นิตยสารหรือออนแอร์สารคดีเท่านั้น แต่เป็นผลจากการออกแบบโลโก้ที่ดูมินิมอล อย่างเจ้ากรอบสีเหลืองผืนผ้านี้ด้วย
ว่าแต่ ทำไมต้องกรอบสีเหลือง? เรื่องราวเบื้องหลังโลโก้คืออะไร? วันนี้ Brand Story จะมาเล่าให้ฟัง!
โลโก้ของ National Geographic เป็นกรอบสีเหลืองสดใส โดยทีมออกแบบแบรนด์ Chermayeff & Geismar ในนิวยอร์ก ซึ่งกว่าจะออกแบบให้ดูเรียบแต่โก้ได้ขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นผลจากการศึกษาวิธีออกแบบโลโก้ให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์การค้าและกรอบสีเหลืองบนปกนิตยสารสัญชาติอเมริกันเล่มนี้

ด้วยความเป็นองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ โลโก้ก็ต้องมีความเนิร์ด ๆ ออกแนววิทยาศาตร์ตามองค์กรด้วย ประกอบด้วยสี่เหลี่ยมผืนผ้า คือกรอบรูป ส่วนสีเหลืองได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างไปทั่วทุกมุมโลก และยังเป็นสีที่หมายถึงความรู้และปัญญาอีกด้วย ซึ่งเจ้ากรอบสีเหลืองนี้ก็ไม่ได้ใช้ไม้บรรทัดวางขีด ๆ ลงมาแล้วจบ แต่ถูกคำนวณขนาดของกรอบให้เป็นไปตาม “กฎอัตราส่วนทองคำ” ที่อัตราส่วนความกว้างกับความยาว คือ 1:1.618 ตรงกับความเห็นของนักออกแบบทั่วโลก ที่กล่าวว่าการนำสัดส่วนทองคำมาใช้ในการออกแบบโลโก้ จะทำให้โลโก้นั้นดูมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ ดูไม่เบื่อ และใช้ได้อีกนาน ๆ

เรื่องราวของกรอบเหลืองจบลงเพียงเท่านี้ แต่ตัวหนังสือ National Geographic ถูกเปลี่ยนไปมาอยู่ 4 ครั้ง เดิมทีใช้ฟอนต์ Serif ที่มีความคมชัดและคลาสสิคตามยุค ประกอบกับการเข้ามาซื้อไปทำช่องสารคดีของ Fox จึงต้องมีคำว่า Chanel ต่อท้ายไปด้วย จนปี 2005 เปลี่ยนมาใช้ฟอนต์ Sans Serif ที่มีความโมเดิร์นมากขึ้น และตัดคำว่า Chanel ออกในปี 2016 กลายเป็น National Geographic ที่อยู่ข้าง ๆ กรอบสีเหลืองสัดส่วนทองคำจนถึงทุกวันนี้ แถมโลโก้ดังกล่าวยังอนุญาตให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้แบบฟรี ๆ อีกด้วย
จากข้อมูลล่าสุด National Geographic มีรายได้จากการจำหน่ายนิตยสารและผลิตรายการทีวีปีละหลักหมื่นล้านบาท แต่ประสบปัญหาขาดทุนตลอด เนื่องจากคนไม่นิยมอ่านนิตยสารหรือสิ่งพิมพ์กันแล้ว ทำให้นิตยสารจำนวนมากต้องปิดกิจการลง เดิมที่เคยมียอดจำหน่ายสูงถึงฉบับละ 12 ล้านเล่ม ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 5 ล้านเล่ม และถูกตราหน้าให้เป็นนิตยสารของคนแก่ไปเสียอย่างนั้น ไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มักเสพข่าวสารจากโลกออนไลน์มากกว่า

ประกอบกับการเข้ามาของคู่แข่งสารคดีทางโทรทัศน์รายใหญ่ อาทิ BBC, Discovery และอื่น ๆ แต่เหล่าผู้บริหารคงไม่ล้มเลิกกิจการนี้ไปง่าย ๆ เนื่องจาก National Geographic ยังถือเป็นแบรนด์นิตยสารที่มีมูลค่าสูงมาก ในปี 2558 จึงจำต้องขายหุ้นให้กับเจ้าพ่อสื่อเบอร์ 2 สัญชาติออสเตรเลียอย่าง Fox ไปมากกว่า 70% จน NatGeo พลิกฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นิตยสาร National Geographic ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการสำรวจ ค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมใหม่ ๆ เป็นจำนวนมาก ด้วยการมอบรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากการตีพิมพ์ ให้กับนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจทั่วโลก เพื่อสนับสนุนให้มีการแสวงหาความสวยงามอันไม่มีที่สิ้นสุดของจักรวาลนี้ต่อไป

National Geographic กรอบเหลืองนี้ มีที่มา!

แพลน บี มีเดีย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญระดับโลก National Geographic Photo Ark Global

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact