ดิวาลี (Diwali) คือเทศกาลใหญ่สำหรับชาวอินเดีย ไม่ต่างจากตรุษจีนของชาวจีน หรือคริสต์มาสของชาวคริสต์ โดยดิวาลีหรือเทศกาลแห่งแสงสว่างที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นเทศกาลหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดียและมีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ และในปีนี้ความคึกคักสว่างไสวจะเกิดขึ้นในไทยด้วยเช่นกัน

เทศกาลดิวาลี กรุงเทพฯ จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 21 ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ บริเวณย่านลิตเติ้ลอินเดีย ถนนพาหุรัด-คลองโอ่งอ่าง-สะพานเหล็ก โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งสักการะบูชาพระพิฆเนศ และพระแม่ลักษมี เสริมดวงชะตา โชคลาภ เพิ่มความสำเร็จให้ชีวิต ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองของคนอินเดีย แสง สี เสียง สไตล์บอลลีวู้ด ชิมและช็อปอาหารและสินค้าแนวอินเดียน-ไทย และมหกรรมสินค้าสะพานเหล็กนานาชนิด
ที่สำคัญตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ต.ค. เป็นต้นไป พื้นที่แห่งนี้ก็จะโอบล้อมไปด้วยแสงไฟและแสงเทียนสว่างไสวไปจนจบงานเทศกาล
เทศกาลดิวาลี คืออะไร? หลายคนอาจยังสงสัย เราขออนุญาตเล่าให้อ่านกันตรงนี้เลย
ดิวาลี มาจากภาษาสันสกฤตที่ว่า ดีปาวาลี แปลว่า “สายธารแห่งแสง” เป็นเทศกาลที่จะมีการจุดไฟเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง โดยไฟถือเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างที่มีชัยเหนือความมืด เปรียบได้กับชัยชนะของความดีที่มีเหนือความชั่ว บ้างก็ว่ามีต้นกำเนิดมาจากตำนานความเชื่อของชาวอินเดีย เรื่องชัยชนะของพระรามที่ยกทัพไปปราบทศกัณฐ์ เมื่อกลับมาชาวเมืองจึงร่วมกันจุดไฟให้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง

ปกติแล้วเทศกาลดิวาลีจะมีการเฉลิมฉลองติดต่อกันถึง 5 วัน และในวันที่ 3 หรือวันอามาสวัสยะ ซึ่งเป็นวันที่มืดที่สุดตามปฏิทินฮินดู ก็จะมีการจุดโคมไฟ ตะเกียงดิน พลุ ดอกไม้ไฟ ให้สว่างไสวไปทั่วทั้งเมือง เพื่อสักการะบูชาเทพเจ้าฮินดูอย่างพระแม่ลักษมีที่เป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย โชคลาภ และความมั่งคั่ง
โดยในปีนี้ เทศกาลดิวาลีของทางอินเดียจะตรงกับวันที่ 22-26 ตุลาคม 2565 แต่ในหลายๆ ที่ทั่วโลกก็จะเริ่มมีการเฉลิมฉลองตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2565 และด้วยความที่ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นชนชาติที่มีประชากรมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของโลกและกำลังจะแซงจีนในไม่ช้า และเป็นหนึ่งในชนชาติที่กระจายตัวไปใช้ชีวิตอยู่ในหลายๆ ประเทศทั่วโลกเช่นเดียวกันกับชาวจีน จึงทำให้หลายๆ ประเทศทั่วโลกมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี ไม่ต่างกันกับเทศกาลตรุษจีนหรือคริสต์มาส และมีการผลักดันให้เทศกาลดิวาลี กลายเป็นเทศกาลนานาชาติ ที่ไม่ว่าจะชนชาติไหนก็ร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันได้ด้วย