โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม แคปปิตอล เอ ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับพันธมิตรในกลุ่มเชนโรงแรมชั้นนำในเอเชียกว่า 50 กลุ่ม ทั้งจากมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว และไลฟสไตล์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ด้วยการเพิ่มจำนวนห้องพักเข้าสู่ “airasia hotels” ให้มากขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้งาน airasia Super App เลือกเข้าพักโรงแรมตามงบประมาณที่มีอย่างเหมาะสม สะดวก และคุ้มค่ายิ่งขึ้น
การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มเชนโรงแรมชั้นนำในเอเชียจำนวนมากในครั้งนี้ จะส่งผลให้ airasia Super App สามารถสร้างเครือข่าย Ecosystem ด้านที่พักที่มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยจำนวนโรงแรมในเครือข่ายที่มีมากกว่า 700,000 แห่งทั่วโลก โดยมีพันธมิตรโรงแรมที่ร่วมงานกับ airasia Super App โดยตรงกว่า 3,000 แห่งทั่วภูมิภาคอาเซียน
ปัจจุบัน airasia Super App กลายเป็น Ecosystem ด้านการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ด้วยโปรแกรมการสะสมแต้ม ตลอดจนจับคู่ข้อเสนอโรงแรมคู่กับเที่ยวบินด้วยการจองเพียงครั้งเดียวผ่าน SNAP นอกจากจะช่วยให้พาร์ทเนอร์โรงแรมของ airasia Super App เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากขึ้นแล้ว ยังสร้างประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และคุ้มค่าแก่นักท่องเที่ยว ซึ่ง airasia Super App ยังมีแผนเปิดตัวแคมเปญ "Best Price Guaranteed หรือการันตีราคาดีที่สุด" เพื่อเป็นการรับประกันราคาโรงแรมที่ดีที่สุดบนแพลตฟอร์มนี้อีกด้วย

“ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่า airasia Super App เป็นแพลตฟอร์มที่มอบประโยชน์และโอกาสทางการตลาดแก่พาร์ทเนอร์โรงแรม อาทิ พาร์ทเนอร์สามารถใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของแบรนด์และเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมของ AirAsia ได้ นอกเหนือไปจากการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานรายวันถึง 1.25 ล้านคนที่กำลังค้นหาข้อมูลด้านการเดินทาง ทำให้พันธมิตรโรงแรมของเรามีโอกาสทางการตลาดมากขึ้นเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น บนข้อเสนอราคาที่ดีที่สุด โดยมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์รวมถึงข้อมูลแนวโน้มด้านการเดินทางที่เป็นประโยชน์ต่อพาร์ทเนอร์โรงแรมของเรา”
โทนี่ กล่าวเสริมว่า ในอดีตเมื่อครั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเคยเฟื่องฟู Airasia เคยให้บริการผู้โดยสารกว่า 100 ล้านคน บนเครือข่ายการบินของ Airasia เพียงแห่งเดียว ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการเหล่านี้กลายเป็นฐานข้อมูลลูกค้าที่สำคัญ และถือเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) รายอื่นๆ ที่ไม่มีใครสามารถทำได้เหมือน airasia Super App ซึ่งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และด้วยศักยภาพของ airasia Super App ในฐานะ OTA จะช่วยผลักดันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มการจองโรงแรม และตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งการอยู่บนแพลตฟอร์มของ airasia Super App จะทำให้เหล่าพันธมิตรสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวที่มี เพื่อสร้างข้อเสนอที่เหมาะสม และประสบการณ์การเดินทางที่ดีขึ้นผ่านการจองในแอปเดียวอย่างไร้รอยต่อได้

สำหรับเป้าหมายการพัฒนาแพลตฟอร์มในครั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ จะมีลูกค้าจากสายการบิน Airasia เข้ามาใช้บริการจองโรงแรมในแพลตฟอร์มประมาณ 10 – 15% ซึ่งอาเซียนจะเป็นตลาดหลัก โดยเริ่มต้นจากการขยายเครือข่ายในมาเลเซีย ตามมาด้วยอินโดนีเซียโดยเน้นที่จาการ์ตาและบาหลี ก่อนจะมาที่ประเทศไทย และฟิลิปปินส์
“เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในแอปเดียวอย่างไร้รอยต่อ airasia Super App จำเป็นต้องมี Ecosystem ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ เพื่อทำให้การมอบประสบการณ์แก่ลูกค้าทำได้ดียิ่งขึ้น และการเป็น OTA ที่เป็นเจ้าของสายการบินทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ตรงใจลูกค้า อาทิ SNAP คือบริการที่รวมกันระหว่างเที่ยวบินและโรงแรมของเรา ซึ่งช่วยให้พันธมิตรโรงแรมของเราได้รับความสนใจจากนักเดินทางมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มอบประสบ การณ์ที่มาพร้อมความสะดวกสบายในการจองที่ดีขึ้นแก่นักท่องเที่ยว” โทนี่ กล่าว