ด้วยความร่วมมือกันของ ทีเส็บ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และ จ. ภูเก็ต ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มีมติครม.เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2564 ให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Specialised Expo 2028, Phuket Thailand ภายในแนวคิด “ Future of Life-Living in Harmony, Sharing Prosperity ชีวิตแห่งอนาคต-แบ่งปันความรุ่งเรือง อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว” แนวคิดที่ทำให้มองเห็นแนวทางของโลกในอนาคต
“Living in Harmony, Sharing Prosperity แบ่งปันความรุ่งเรือง อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว”Signature ของภูเก็ตคือการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและมีความสุขท่ามกลางความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ชาวภูเก็ตมีทัศนคติที่ดีและมีศิลปะในการใช้ชีวิต สามารถนำความหลากหลายมาหลอมรวมให้เป็นความโดดเด่นได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย และสถาปัตยกรรม และชาวภูเก็ตก็ยังปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบตัวได้อย่างกลมกลืนและตระหนักรู้คุณค่าของธรรมชาติอย่างแท้จริง เป็นสถานที่ไม่กี่แห่งในโลกที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้
การนำเสนอแนวคิดในการจัดงานนั้นเกิดขึ้นจากนโยบายและความต้องการของแต่ละประเทศ ส่วนประเทศไทยนั้นเกิดจากแนวคิดในการใช้พื้นที่จริงของ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ของผู้คนในท้องถิ่น ผนวกเข้ากับพื้นที่กว่า 141 ไร่ของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ใน ต.ไม้ขาว จ.ภูเก็ต ที่มีการวางแผนจะพัฒนาเป็น Medical Plaza ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นศูนย์การแพทย์และสุขภาพนานาชาติในอนาคต และทีเส็บได้ประสานกับจังหวัดภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อเสนอให้เป็นสถานที่จัดงาน Specialised Expo 2028, Phuket Thailand ซึ่งสองสิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศและเป้าหมายร่วมของโลกที่สำคัญหลายประการ ประการแรกคือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ของประเทศไทยที่เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์ครบวงจรนั้นเป็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งโลกอนาคต จึงมุ่งเน้นพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติให้ได้ภายใน พ.ศ. 2569 ซึ่งก็ไปในทิศทางเดียวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่ระบุไว้ว่า “การพัฒนาด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง” เป็นหนึ่งใน 13 ข้อของนโยบายการพัฒนาประเทศด้วย
ประการต่อมาคือ มีความสอดคล้องกับ BCG Model โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอุตสาหกรรม “การแพทย์และสุขภาพ” ก็เป็นหนึ่งใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศด้วยเช่นกัน และสุดท้ายที่สำคัญคือ แนวคิดของไทยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) 17 เป้าหมาย ใน 3 มิติสำคัญที่ขับเคลื่อนโลก คือ
People แก้ปัญหาความยากจน ความอดอยาก ทุกคนต้องได้รับความเท่าเทียมในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการศึกษา และยอมรับในความหลากหลายทางเพศ
Planet มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
Prosperity ขจัดความไม่เท่าเทียมกันของผู้คน ร่วมกันก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บนโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนที่เข้มแข็ง
สำหรับ 4 ประเทศคู่แข่งนั้น ต่างมีจุดแข็งของตนเอง มีแนวคิดมุมมองต่อโลกในอนาคตที่แตกต่างกันออกไป
สหรัฐอเมริกา “Healthy People, Healthy Planet: Wellness and Well-Being for All” นำเสนอเรื่องการดูแลสุขภาพและส่งเสริมคุณภาพชีวิต สำหรับสหรัฐอเมริกานั้น เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2023 มาแล้ว และยังคงเสนอเมือง มินิโซต้า ที่เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลสุขภาพ มีบริษัทด้านสุขภาพ โภชนาการ และด้านการแพทย์ที่ติดอยู่ใน 500 อันดับแรกของนิตยสาร Fortune อยู่ในเมืองมินิโซต้ากว่า 10แห่ง
สเปน “The Urban Era: towards the Sustainable City” เสนอแนวคิดการใช้ชีวิตเมืองอย่างเหมาะสมโดยเน้นเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน เสนอเมือง มะลากา มีความได้เปรียบในเรื่องของศักยภาพการเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นประเทศที่เคยจัดงานเอ็กซ์โป คาดว่าจะมีฐานเสียงที่แข็งแรงจากกรรมการในฝั่งยุโรป
เซอร์เบีย “Play for Humanity-Sport and Music for all” เน้นเรื่องดนตรีและกีฬา เพราะเชื่อว่าพลังแห่งการเล่นจะช่วยให้มนุษย์สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ได้ นำเสนอ เมืองเบลเกรด เป็นสถานที่จัดงาน ปัญหาเชิงการเมืองอาจมีผลต่อคะแนนของเซอร์เบีย
อาร์เจนตินา “Nature + Technology = Sustainable Energy. A viable future for humanity” นำเสนอการนำธรรมชาติมาผสานกับเทคโนโลยีเพื่อให้เป็นพลังงานที่ยั่งยืนในโลกอนาคต นำเสนอเมือง เซนคารอส เดอ บาริโลเช่ เช่นเดียวกับสเปนที่เคยจัดงาน Specialised Expo น่าจะมีฐานเสียงพอสมควร แต่สภาวะเศรษฐกิจ มองว่าอาจจะมีผลต่อการให้คะแนนเช่นกัน
หากวิเคราะห์จากความหมายของธีมแล้ว สิ่งที่ประเทศไทยนำเสนอนั้นท้าทายให้มนุษย์ทั่วโลกต้องหาคำตอบร่วมกันถึงวิถีการใช้ชีวิตของโลกในอนาคต โลกของเราเกิดความหลากหลายในมิติใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นทุกวินาที จะทำอย่างไรให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมกันได้ด้วยหัวใจแห่งการแบ่งปันท่ามกลางความแตกต่าง แนวคิดนี้จะเปิดโอกาสให้ประเทศที่เข้าร่วมได้เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนความคิดกันได้อย่างเสรี สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในมิติต่างๆระหว่างประเทศในระยะยาว
ในช่วงเวลาของการแข่งขันนี้ ทีเส็บ ได้ทำหน้าที่ประสานกับผู้เกี่ยวข้องและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงคนภูเก็ตและคนไทยที่มีใจเป็นหนึ่งเดียวพร้อมแสดงศักยภาพของการเป็นเจ้าภาพที่ดี เหลือเพียงแต่คณะกรรมการ 170 ประเทศที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมากว่า จะเทคะแนนและจะแลกเสียงให้กับประเทศไทยมากน้อยเพียงไร บทพิสูจน์นี้คือสิ่งท้าทายมากที่สุด ณ ขณะนี้ มาร่วมกันให้กำลังใจ ทีเส็บ กระทรวงการต่างประเทศ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่กำลังทำงานกันอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงของประเทศไทย