รายงาน Travel & Tourism Economy Impact ประจำปีนี้ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะฟื้นตัวกลับมาในปี 2023 หลังจากที่เคยเป็นภูมิภาคที่เจ็บหนักที่สุดมาก่อน คราวนี้เราจะเป็นภูมิภาคที่ฟื้นตัวได้มากที่สุด และยังอาจเป็นเพียงภูมิภาคเดียวในโลกที่ฟื้นตัวกลับมาได้ด้วย
ย้อนไปในปี 2020 รายได้จากการท่องเที่ยวของทั้งภูมิภาคตกฮวบไปกว่า 59% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 และยังคงไม่ดีขึ้นในปี 2021 เนื่องจากหลายประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยว ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกเติบโตเพียง 16% ขณะที่อเมริกาเหนือเติบโตที่23% และยุโรป 28%
แต่ในปีนี้ แต่ละประเทศในเอเชียแปซิฟิกเริ่มทยอยกันเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกันแล้ว เริ่มตั้งแต่อินเดีย ออสเตรเลีย ไล่มาที่ไทย มาเลเซีย รวมถึงเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ในช่วงปลายปี นั่นทำให้นักท่องเที่ยวพร้อมจะหลั่งไหลกันเข้ามา และทาง World Travel & Tourism Council หรือ WTTC ได้คาดการณ์ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในภูมิภาคจะพุ่งสูงขึ้นถึง 71% ทีเดียว
ยิ่งกว่านั้น ในปี 2025 การท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกอาจจะทำรายได้สูงถึง 32% ของ GDP รวมของทั้งภูมิภาค ซึ่งถือว่ามากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 เสียด้วย
นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ต่อมาถึงช่วงเวลาอีก 10 ปีนับจากนี้ ว่าจะมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้งโลกสูงถึง 126 ล้านตำแหน่ง ซึ่งแน่นอนว่า 65% ของจำนวนนี้อยู่ที่เอเชียแปซิฟิกบ้านเรา เพียงแต่ 2 พื้นที่หลักก็ยังคงเป็นจีนและอินเดีย
ส่วนไทยเรา ทาง WTTC คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่ม 3.5 ล้านตำแหน่ง ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อย และน่าจะเป็นวาระสำคัญสำหรับใครก็ตามที่เสียโอกาสไปในช่วงการระบาดครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการในการท่องเที่ยวจะคึกคักเต็มที่ แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังไม่เอื้ออำนวยคือเรื่องของซัพพลาย ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวโดยปริยาย ยังส่งผลให้ราคาบริการต่างๆ อย่างเช่นค่าตั๋วเครื่องบินนั้นแพงกว่าที่เคยเป็น
เจมส์ มาร์แชลล์ (James Marshall) รองประธานฝ่ายการบินของ Expedia พูดถึงสถานการณ์เที่ยวบินเฉพาะในแถบเอเชียว่าด้วยความที่สายการบินยังให้บริการเที่ยวบินได้ในจำนวนจำกัด เนื่องจากมีบุคลากรไม่พอ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาค่าตั๋วยังสูงอยู่
ถามว่าค่าตั๋วแพงแค่ไหน ใครที่ลองกดดูราคาค่าตั๋วเครื่องบินในช่วงนี้น่าจะรู้กันดีว่าห่างไกลจากราคาโปรโมชั่นที่เราคุ้นเคยกันในช่วงก่อนโควิด-19 มากนัก ดังนั้นนี่อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบกับการท่องเที่ยวในภูมิภาคของเราได้เช่นกัน รวมถึง “ทัวร์จีน” ที่เคยเป็นกำลังจ่ายหลักก็ยังไม่สามารถกลับมาได้เต็มร้อย แล้วเราจะฟื้นตัวได้เท่ากับที่ WTTC คาดการณ์ไว้หรือ ไม่จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
อ้างอิง https://www.cnbc.com/2022/10/17/when-will-asias-travel-industry-recover-maybe-as-soon-as-2023.html https://www.cnbc.com/2022/10/11/more-flights-in-asia-may-cause-airfares-to-fall-but-it-may-take-time-.htmlhttps://wttc.org/Portals/0/Documents/Reports/2022/EIR2022-Global%20Trends.pdf