ปีนี้แนวโน้มการเดินทางต่างประเทศของคนไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจยังผันผวน สะท้อนความต้องการเดินทางที่ฟื้นตัวชัดเจน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมยังคงเป็นประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาล่าสุดปี 2567 ระบุว่า คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก และมีการใช้จ่ายถี่ขนาดเล็ก (Micro-transactions) เช่น ค่าชอปปิง 14% และค่าเดินทาง 13%
สอดคล้องกับข้อมูลของทรูมันนี่ในส่วนการใช้งานแอปทรูมันนี่ ระบุว่า ปี 2568 บริการชำระเงินในต่างประเทศเติบโตกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นการใช้งานในประเทศจีนถึง 82% ขณะเดียวกันการใช้จ่ายในประเทศอื่นๆ รวมกันยังเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนโอกาสการขยายตัวของตลาด Cross-border Payment ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทรูมันนี่ในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาฟีเจอร์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้กับธุรกิจ
ทรูมันนี่ ยังมีตัวเลขปริมาณผู้ใช้งานรายเดือนสำหรับบริการท่องเที่ยวเติบโตกว่า 75% ซึ่ง 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มอายุ 23-39 ปี คิดเป็น 47% ส่วนกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป คิดเป็น 43% และจากการสำรวจความคิดเห็น พบว่าการชำระเงินดิจิทัลเพื่อการเดินทางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่อีกต่อไป
สิ่งที่น่าสนใจ คือ บริการของทรูมันนี่ยังช่วยลด Pain Points สำคัญ เช่น อุปสรรคด้านภาษา และความยุ่งยากในการต้องดาวน์โหลดและเรียนรู้การใช้งานแอปใหม่ๆ ระหว่างการเดินทางอีกด้วย

ขยับจาก Payment สู่ Travel Companion
ทรูมันนี่ ในฐานะผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองเห็นเทรนด์ต่างๆ ด้านการท่องเที่ยว จึงเดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มการให้บริการจ่ายในต่างประเทศสู่แพลตฟอร์มบริการ “ท่องเที่ยว” ที่รวบรวมฟีเจอร์ด้านการท่องเที่ยวไว้ในแอปทรูมันนี่ เพื่อยกระดับประสบการณ์เดินทางต่างประเทศให้สะดวกและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
ธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา การเติบโตของธุรกรรมในต่างประเทศกว่า 45% สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางกำลังเชื่อมโยงกับดิจิทัลเพย์เมนต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เราครองสัดส่วนการใช้งานถึง 82% ขณะเดียวกันตลาดอื่นๆ ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทรูมันนี่จึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้าน Cross-border Payment สู่การเป็น Travel Companion ด้วยการรวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวไว้ในหมวดบริการเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและใช้จ่ายเรื่องท่องเที่ยวได้อย่างครบวงจรผ่านแอปทรูมันนี่ โดยมุ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยลดความซับซ้อนของการเดินทาง และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการใช้จ่ายสำหรับนักเดินทางไทยในยุคดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดนในระยะยาว
โดยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้แอปทรูมันนี่ในประเทศจีน ยังมองเห็นกลุ่มร้านค้าในหมวด Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Shanghai Disneyland, Pop Mart (ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ) และตู้คีบตุ๊กตา (Claw Machine) ซึ่งติดอันดับ Top Growing Merchants ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 49% ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มของนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และกิจกรรมความบันเทิงมากขึ้น และไม่ได้จำกัดการใช้จ่ายไว้เพียงหมวดอาหารหรือที่พักเท่านั้น
"เรามองเห็นพฤติกรรมลูกค้าว่า ในหนึ่งทริปการเดินทางไม่ได้มีแค่เรื่องการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การวางแผน การจองที่พัก ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต และประกันภัยในต่างประเทศ ทรูมันนี่จึงขยับบทบาทจากการเป็นเพียงแอปพลิเคชันสำหรับการชำระเงิน สู่การเป็น Travel Companion หรือเพื่อนร่วมเดินทางที่พร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อให้ทุกประสบการณ์การเดินทางของลูกค้าเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และดีที่สุดในทุกขั้นตอน"
ทรูมันนี่จัดกิจกรรมเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” บนแอปทรูมันนี่อย่างเป็นทางการในงาน “One App, Easy Travel เที่ยวครบจบที่ทรูมันนี่” โดยมี “เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์” นักกีฬาและนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากซีรีส์วายที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มาเป็นตัวแทนสะท้อนภาพลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมายและคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบายกับการวางแผนทริปการเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้แอปทรูมันนี่เป็นตัวช่วย ในการลดความซับซ้อนจากการต้องสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชันระหว่างทริป รวมถึงการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันต่างๆ คือ
จองง่าย ครอบคลุมการวางแผนทริปในแอปเดียว จ่ายสะดวก ชำระเงินในต่างประเทศได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปอื่นเพิ่มเติม เน็ตพร้อม ใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ต่อเนื่อง สมัครง่ายด้วยเบอร์เดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม และ ประกันคุ้ม เพิ่มความอุ่นใจในการเดินทาง เพียงซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทประกันชั้นนำในแอปทรูมันนี่ ใช้เวลาเพียง 3 นาที ราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน พร้อมปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

จับมือ Alipay เสริมศักยภาพอีโคซิสเต็ม
ทรูมันนี่ยังร่วมมือกับ แอสเซนด์ นาโน เปิดตัว PayNext วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลังสำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ชูจุดแข็ง “จ่ายทีหลังได้ พร้อมไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างการเดินทาง ปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งาน PayNext และ PayNext Extra รวมกว่า 2.7 ล้านคน และยังคงเติบโตต่อเนื่องสะท้อนศักยภาพของบริการ Buy Now, Pay Later ที่จะขยายสู่ตลาด Cross-border Payment ในอนาคต
สำหรับการเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทรูมันนี่และ Alipay+ เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อวอลเล็ตแบบรวมศูนย์ (Unified Wallet Gateway) ภายใต้ Ant International เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้านการชำระเงิน ฟินเทค และนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่ช่วยยกระดับความสะดวก ความปลอดภัย และความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ (Interoperability) สำหรับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทย โดยวางแผนเดินหน้าขยายการรองรับการชำระเงินในระดับสากลสำหรับผู้ใช้งานทรูมันนี่
ภายใต้หมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Alipay+ Voyager ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางแบบ AI แบบครบวงจรที่ฝังอยู่ภายในแอป e-wallet ผู้ใช้งานสามารถรับคำแนะนำแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล พร้อมเข้าถึงบริการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้ทันทีในที่เดียว โดยทั้งสองบริษัทยังเตรียมร่วมกันพัฒนาโซลูชันด้าน AI และนวัตกรรมการชำระเงินเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ธนรัฐ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มทรูมันนี่มีผู้ใช้งานรายเดือนประมาณ 28 ล้านคน เป็นอันดับหนึ่งของตลาด ส่วนการใช้งานในต่างประเทศในปีที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้นอยู่ที่ 45% (Year-on-Year) โดยจุดที่น่าสนใจคือการพบ Use Case ใหม่ๆ ที่ดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 70%
"เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันสำหรับการชำระเงิน แต่กำลังมุ่งหน้าสู่การเป็น 'Financial Companion' ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงวัยและทุกกิจกรรมของชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องการเดินทางที่ความสะดวกสบายคือหัวใจสำคัญ ลูกค้ากลุ่มใหม่กว่า 70% หันมาใช้เราในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าบริการที่เป็นภาษาไทย ใช้งานง่าย และปลอดภัย คือสิ่งที่ตลาดต้องการ และเราจะต่อยอดจุดแข็งนี้ด้วยนวัตกรรมอย่างการใช้จ่ายผ่าน PayNext ในต่างประเทศ เพื่อทำให้ทุกการใช้จ่ายเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกคน" ธนรัฐ กล่าว
