ภาพจำในเรื่องของการเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ขายสินค้าราคาถูกของโลตัส หลังถูกเปลี่ยนมือจากกลุ่มเทสโก้ของอังกฤษมาสู่อ้อมกอดของกลุ่มซีพีถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากการมุ่งหน้าสู่การเป็น New Smart Retail ซึ่งเป็นเทรนด์ของค้าปลีกทั่วโลก ที่นำเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนการทำตลาดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของแล้ว
สิ่งที่โลตัสให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือการผลักดันให้ตัวเองเป็นร้านค้าปลีกที่มีภาพของความเป็น “ฟู้ด เดสติเนชั่น” ของคนเมืองรุ่นใหม่ เหมือนกับที่ ธานินทร์ บูรณมานิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจแม็คโคร บริษัทแม่ของโลตัส เคยประกาศไว้เมื่อคราวประกาศผลดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ในปีนี้ว่า โลตัสมียุทธศาสตร์การเป็นผู้นำอาหารสด ที่มีจุดแข็งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไป ด้วยสินค้าที่หลากหลาย ในราคาที่คุ้มค่า โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา โลตัส มีการพัฒนาสินค้าอาหารสดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มียอดขายสินค้าประเภทอาหารสดในไตรมาส 2 เติบโตถึง 14%
โลตัส กำลังเดินหน้ากลยุทธ์ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องแรกที่มีหมุดหมายชัดเจนในการเป็น “New Smart Retail” การเติบโตของค้าปลีกแบบ Omni-channel และ Personalization โดยโลตัส ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Lotus’s SMART App ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยรวมออนไลน์ช้อปปิ้งเอาไว้กับโปรแกรมขอบคุณลูกค้า My Lotus’s เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ ควบคู่ไปกับความคุ้มค่าที่ถูกออกแบบมาสำหรับลูกค้าแต่ละคนโดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการปรับรูปแบบสาขาทั้งสาขาเดิมและสาขาที่กำลังจะเปิดใหม่ ให้สอดรับกับกลยุทธ์ดังกล่าว โดยโลตัสมีแผนที่จะเดินหน้าเปิดสาขา Next Generation ในหลากหลายรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ซึ่งทุกสาขาจะต้องทำหน้าที่เป็น Fulfillment Center ในการจัดส่งสินค้าสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพสูงสุดอีกด้วย
โลตัส ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ยอดขายจากแพลตฟอร์มออนไลน์จะมีสัดส่วน 20% ของยอดขายโดยรวมทั้งหมด สำหรับพื้นที่ศูนย์การค้าจะได้รับการปรับและเพิ่มพื้นที่ให้เป็น Everyday SMART Community Center ศูนย์รวมการใช้ชีวิตในทุกๆ วันของชุมชนรอบข้าง โดยมีร้านค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ มุ่งเน้นการเป็น Inspiring Food Destination และการทำกิจกรรมของชุมชน แผนงานภายใน 3 ปีข้างหน้า คือการปรับพื้นที่ศูนย์การค้าใน 140 สาขา ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ต่อยอดสู่การเป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

การรุกตลาดแบบต่อเนื่องเพื่อปูทางสู่ธงที่วางไว้นั้น ในช่วงครึ่งปีแรก โลตัสได้เปิดสาขาใหม่ 39 แห่ง โดยได้เปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ อาทิ SMART Urban Supermarket, Open Air Mall และ SMART F&B Heaven
สาขาที่กล่าวมาทั้งหมดจะชูความเป็นศูนย์รวมอาหารและอาหารสดชั้นนำ (Inspiring Fresh & Food Destination) และการเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตในแบบสมาร์ทของชุมชนทุกวัน (Everyday SMART Community Center) ซึ่งจากเสียงตอบรับที่ดีของลูกค้าต่อคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เหล่านี้ โลตัสเตรียมนำไปพัฒนาและต่อยอดเพื่อใช้ในสาขาอื่นๆ ในครึ่งปีหลัง
ส่วนสาขาที่จะเปิดในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็คือ โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นสาขา Flagship ที่เข้ามายกระดับ และเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆ ของโลตัสในอดีตที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าราคาถูกอย่างสิ้นเชิง
“โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์” จะเป็นสาขาในรูปแบบศูนย์การค้าที่ทันสมัยครบวงจร อยู่ติดโรงเรียนนานาชาติเด่นหล้า มีเนื้อที่ 16 ไร่ ภายในประกอบด้วย Lotus’s Mega Food Store ซึ่งเป็นมากกว่าไฮเปอร์มาร์เก็ตแบบเดิมๆ โดยถูกวางให้เป็น แหล่งรวมอาหารสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เข้ามาตอบโจทย์คนเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการนำเสนอสินค้าตามไลฟ์สไตล์ของคนที่อยู่ในโลเคชั่นย่านราชพฤกษ์ ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย
ขณะที่ ในส่วนของพื้นที่ช้อปปิ้งพลาซ่านั้น ไฮไลท์เด่นจะประกอบไปด้วย Lotus’s Eats ศูนย์รวมร้านอาหารชื่อดังที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินอาหารนอกบ้าน โซนสินค้าแฟชั่น สินค้าสุขภาพ และความงาม สินค้าสำหรับตกแต่งบ้าน สินค้าอุปกรณ์ IoT และ Gadget, ธนาคารและแหล่งบริการด้านการเงิน, ร้าน Pet Us จุดหมายของคนรักสัตว์เลี้ยง ร้านขายอาหารและสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของโลตัสที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงต้นปี เป็นต้น โดยศูนย์แห่งนี้จะมีบางโซนเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทำศูนย์การค้าออกมาในแนวนี้

หากยังพอจำกันได้ การเข้ามาสู่อ้อมกอดของกลุ่มซีพีอีกครั้งหนึ่งของโลตัสนั้น มีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่จากเทสโก้ โลตัส มาเป็น Lotus’s โดยตัว “S” ที่เพิ่มเข้ามา ทางโลตัสต้องการสื่อถึง คำว่า “SMART” เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์การ ช้อปปิ้งแบบ Smart ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันและในอนาคต ทั้งนี้คำว่า SMART ก็ยังมีที่มาของแต่ละตัวอีกด้วย ได้แก่
S = Simple
M = Motivation
A = Agile
R = Responsible
T = Transformative และ Sustainability
ไม่เพียงเท่านั้น คำว่า Smart ยังสื่อถึงความครอบคลุมทุกด้าน ที่มาจากเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ 4 ข้อไล่เลียงออกไปคือ- Total smart supply chain and innovative products คัดสรรคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
- Seamless omni-channel experience ให้คุณรู้สึกดีดี ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- Integrated technology and data innovation ความคุ้มค่าที่มากกว่าแค่ราคา และออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
- Committed sustainability living เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน
นอกจากการรีแบรนด์แล้ว ในแง่ของสโตร์แบรนด์ ก็มีการปรับแบรนด์จากที่มีหลายแบรนด์ หลายฟอร์แมตสโตร์ อาทิ โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต โลตัส เอ็กซ์ตร้า คุ้มค่า ตลาดโลตัส ซูเปอร์มาร์เก็ต ดีพาร์ตเม้นต์สโตร์ และเอ็กซ์เพรส ให้เหลือเพียง 2 แบรนด์ คือโลตัส และโลตัส โก เฟรช
แบรนด์หลังนี้จะถูกใช้กับฟอร์แมตที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก โดยมีการเติมเต็มสินค้าในส่วนที่เป็นฟู้ด เข้าไปมากขึ้น ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ และในเร็วๆ นี้ จะมีการปรับสาขาพัฒนาการที่เคยเป็นฟอร์แมตดีพาร์ตเม้นต์สโตร์ในสมัยเป็นของเทสโก้ และสาขาพระราม 4 ที่เคยเป็นฟอร์แมตเอ็กซ์ตร้าด้วยการเพิ่มสินค้าที่เป็นฟู้ดระดับพรีเมียมและสินค้านำเข้าเพิ่มเข้าไป เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในย่านดังกล่าว
การขยับตัวทั้งหมดของโลตัส สะท้อนให้เห็นภาพอีกยุคของไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ไม่เพียงแค่ขายสินค้าราคาถูก แต่ต้องก้าวไปเป็น “New Smart Retail” ด้วย....