Apple Inc. และ Amazon.com Inc. ถูกกล่าวหาในคดีต่อต้านการผูกขาด (Antitrust Lawsuit) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกี่ยวกับการสมคบคิดที่จะผลักดันราคา iPhone และ iPad โดยการถอดบรรดาผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เกือบทั้งหมดออกจากเว็บไซต์ของ Amazon
การฟ้องร้องคดีความแบบกลุ่มที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางซีแอตเทิล (Seattle Federal Court) คัดค้านข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมกราคม 2019 โดยที่ Apple ให้ส่วนลดกับ Amazon มากถึง 10% สำหรับผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อแลกกับการที่ Amazon อนุญาตให้ผู้ค้าปลีกเพียง 7 รายจาก 600 ราย อยู่บนแพลตฟอร์มของตน
ข้อตกลงดังกล่าวข้างต้นนั้น ได้เปลี่ยน Amazon ให้กลายเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่สำหรับ iPhone และ iPad ใหม่ บนเว็บไซต์ของ Amazon, อ้างอิงตามคำฟ้องคดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผลิตภัณฑ์ Apple จำนวนจำกัด
การฟ้องร้องดังกล่าวยังระบุว่า ราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในขณะที่ Apple ขายราคาปกติคงที่ในร้านค้าปลีก และส่วนลด 20% หรือมากกว่า ที่เคยได้ก็ไม่มีอีกต่อไป
การฟ้องร้องคดีความยังระบุว่า “การสร้างอุปสรรคในการเข้ามาแข่งขันเพื่อกันคู่แข่งออกไป และเพิ่มราคาหลังจากการกำจัดคู่แข่งออกไปนั้น เป็นการกระทำที่สภาคองเกรสชองสหรัฐ ได้ประกาศใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาด (Antitrust Laws) เพื่อป้องกัน” นี่เป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน

Apple และ Amazon ไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที
ทั้งนี้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 นี้ รายได้จากผลิตภัณฑ์โดยรวมทั้งของ Apple และ Amazon อยู่ที่ 125 พันล้านดอลลาร์
สำหรับการยื่นฟ้องคดีความต่อศาลในวันพุธ ครอบคลุมชาวอเมริกันที่ซื้อ iPhone และ iPad ใหม่ใน Amazon ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019
ในการฟ้องคดี ผู้ฟ้องเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย 3 เท่าโดยไม่ระบุรายละเอียด และการยุติสิ่งที่บริษัทที่ถูกกล่าวหาเรียกว่า "Group Boycott"
โจทก์ที่ชื่อ Steven Floyd จากเมืองวิลเลียมสปอร์ต (Williamsport) รัฐเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า เขาจ่ายเงิน 319.99 ดอลลาร์สำหรับ iPad เครื่องใหม่ที่เขาซื้อจาก Amazon บนเว็บไซต์ของบริษัท และไม่มีโอกาสที่จะจ่ายด้วยเงินน้อยกว่านั้น เพราะไม่มีการแข่งขัน (ของผู้ค้าปลีก)
เมื่อเดือนที่แล้ว ศาลปกครองของอิตาลี (Italian Administrative Court) สั่งปรับ Apple และ Amazon เป็นเงิน 173.3 ล้านยูโร (173.6 ล้านดอลลาร์) ในคดีที่ยื่นฟ้องโดยหน่วยงานกำกับดูแลการต่อต้านการผูกขาดของอิตาลี (Italy's Antitrust Regulator) ในข้อหาเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดด้านราคา
Cr : REUTERS
Source