ในวงการธุรกิจหลายแบรนด์เกิดขึ้นมาโดยมีจุดเริ่มต้นจากความสนใจของเจ้าของแบรนด์ เช่นเดียวกับ “ปัญญ์ปุริ” (PAÑPURI) ซึ่งเกิดจากความสนใจในเรื่องการดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้ สาเหตุเพราะพื้นฐานเป็นคนผิวแพ้ง่าย ทำให้ คุณวรวิทย์ ศิริพากย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ปุริ จำกัด ต่อยอดสู่การทำโปรดักต์ไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ “ปัญญ์ปุริ” ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่ยืนระยะอยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

“หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก MCGILL UNIVERSITY ประเทศแคนาดา และทำงานด้านที่ปรึกษาทางธุรกิจ Management Consultant ที่ DELOITTE CONSULTING นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มาสักพักก็มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อปริญญาโทด้าน Luxury Goods Management จาก SDA BOCCONI ประเทศอิตาลี ในตอนนั้นได้เริ่มทำงานโปรเจ็กต์ที่ปรึกษาให้บริษัท GUCCI GROUP และทำงาน Retail Planning Manager ให้กับเว็บไซต์ YOOX.COM ซึ่งช่วงเวลานั้นมีโอกาสได้ทำ Study ของวิชาที่เรียนในเรื่องของสปาไทย ประกอบกับมีโอกาสได้ไปใช้สปาในโรงแรม 5 ดาว จึงพบว่าในเกือบทุกที่ ไม่มีใครใช้แบรนด์ไทยเลย ทำให้เรามองเห็นโอกาสตรงนี้ และเชื่อว่าด้วยศาสตร์การดูแลตัวเองของไทยที่เน้นการดูแลตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และให้ความสำคัญแบบองค์รวมจากภายในนั้นยังมีศักยภาพที่จะเติบโตและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราเริ่มต้นแบรนด์ปัญญ์ปุริ” คุณวรวิทย์ เล่าย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์
“ปัญญ์ปุริ” (PAÑPURI) ก่อตั้งขึ้นในปี 2546 ด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการนำเสนอการดูแลตัวเองแบบ Holistic ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ทิศทางและความต้องการของผู้บริโภคว่ากำลังมองหาสินค้าและบริการแบบไหน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ของการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้า โดยยึดถือเรื่องของการมี Consistency ในสิ่งที่ทำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในทิศทางเดียวกับแบรนด์
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา “ปัญญ์ปุริ” จึงเน้นการนำเสนอความแตกต่างให้กับตลาดและผู้บริโภค ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ในปี 2003 ซึ่งมีการแนะนำผลิตภัณฑ์แรก อย่างน้ำมันนวดและบำรุงผิวที่มีความเป็นธรรมชาติและออร์แกนิค โดยในเวลานั้นคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับความเป็นออร์แกนิคมากเท่าทุกวันนี้ หลังจากนั้น “ปัญญ์ปุริ” ก็ยึดมั่นในจุดยืนของแบรนด์ รวมถึงเลือกเฟ้นการใช้ส่วนผสมไปอีกขั้น โดยคัดเลือกส่วนผสมที่เป็น Certified Organic มีความเป็นออร์แกนิคและได้รับการรับรอง ซึ่งต่อยอดมาถึงการเปิดให้บริการ PAÑPURI Organic Spa แห่งแรกในไทย ภายในคอนเซ็ปต์ “Everything that touches you is organic” ทุกอย่างที่สัมผัสตัวลูกค้าเป็นออร์แกนิค ตั้งแต่น้ำมันนวด ผ้าปูเตียง ไปจนถึงชุดคลุมในห้องสปา


ในปี 2011 “ปัญญ์ปุริ” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องหอม โดยเลือกใช้ส่วนผสม และกลิ่น Essential Oil จากธรรมชาติ ซึ่งในเวลานั้นตลาดยังไม่มีใครทำ และปี 2016 มีการออกผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้มาตรฐานของแบรนด์อย่าง ZeroList™ ซึ่งคัดเลือกส่วนผสมปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรืออาจทำให้เกิดการระคายเคืองกว่า 2,300 รายการ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในตลาดระดับประเทศ
ล่าสุดในปี 2022
“ปัญญ์ปุริ” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 โดยวางแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นการรวมศาสตร์ของน้ำมันดูแลผิวจากธรรมชาติ ผสานการใช้น้ำหอมแบบดั้งเดิม ตีความใหม่ในรูปแบบเฉพาะของ
“ปัญญ์ปุริ” ที่เน้นความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ และกลิ่นหอมมาตลอด
การเดินทางมาถึงปีที่ 20 ของ
“ปัญญ์ปุริ” คุณวรวิทย์ มองว่า สิ่งสำคัญที่ทําให้แบรนด์ประสบความสําเร็จมี 4 องค์ประกอบหลัก คือ
- Sensorial Pleasure การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ต้องมอบความรื่นรมย์ มีกลิ่นหอม และมอบความสุขและเพลิดเพลินในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ
- Craftsmanship ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนผสม ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด และส่งต่อไปถึงการมอบการบริการให้กับลูกค้าต้องประณีตและตั้งใจในทุกส่วน
- Exquisite Design การมอบความโดดเด่น และประณีตบรรจงในทุกส่วนของการออกแบบไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือร้านของ “ปัญญ์ปุริ” ต้องมีเอกลักษณ์ของแบรนด์และโดดเด่น


- Asian Wellness Approach “ปัญญ์ปุริ” มุ่งสร้างสรรค์ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่มอบการดูแลสุขภาพ และประสบการณ์การดูแลของชาวตะวันออกที่เน้นการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก เพื่อการมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
แน่นอนว่า การทำธุรกิจเมื่อ 20 ปีที่แล้วกับปัจจุบันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ทั้งในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี แลนด์สเคปของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การมีคู่แข่งในตลาดที่เพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดภาวะการแข่งขัน และการปรับตัว แต่อย่างไรก็ตาม
คุณวรวิทย์ มองว่า
“ปัญญ์ปุริ” เน้นการแข่งขันกับตัวเองทั้งในระดับประเทศและระดับเอเชีย
“เราเน้นที่ Core Value ของแบรนด์เป็นหลัก รวมถึงศึกษาและวิเคราะห์ลูกค้า รวมถึงเทรนด์ต่างๆ ซึ่งทำให้มีการปรับตัวตลอดเวลา เช่น การมีผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นแบรนด์และยังต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า การมอบประสบการณ์ในการซื้อของหรือมาใช้บริการที่ดี การปรับหน้าร้าน Retail ให้มี Concept ที่น่าสนใจและแตกต่าง รวมถึงการสื่อสารใน Digital Platform ต้อง On-brand และน่าสนใจ และสุดท้ายที่ Online Shopping ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการขายที่สำคัญ ต้องแข็งแรง และรวดเร็วเพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างเต็มที่เรามีการวางแผนการออกผลิตภัณฑ์และการตลาดในระยะยาว ไม่ใช่มองเพียงแค่ 1-2 ปี แต่มองถึงจุดหมายที่เราจะไปใน 5-10 ปีเพื่อที่จะทำคิดกลยุทธ์ และวิธีการที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นอีกเรื่องที่ปัญญ์ปุริให้ความสำคัญ และต้องมีการปรับตัวทั้งในส่วนขององค์กร ผลิตภัณฑ์ และบริการคือเรื่องของความยั่งยืน หรือ Sustainability ที่เราเน้นเป็นอย่างมาก และเป็นหนึ่งในข้อกำหนดใน ZeroList มาตรฐานของแบรนด์อีกด้วย”
ในปีหน้า “ปัญญ์ปุริ” จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะย้ำจุดยืนของแบรนด์ในเรื่องการนำเสนอ Holistic Wellness Lifestyle สำหรับลูกค้าทุกคนเพื่อการมีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจในรูปลักษณ์ใหม่ และผลิตภัณฑ์กลิ่นใหม่มาตอบโจทย์กลุ่มลุกค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับแผนการตลาดในธุรกิจ Retail ให้มีมิติและหลากหลายในแต่ละสาขา เช่น บางสาขาจะเน้นในเรื่องของการปรุงกลิ่น หรือ Personalization ที่ลูกค้าสามารถเลือกปรุงกลิ่นที่ชอบได้ด้วยตัวเองโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นคอยให้คำแนะนำ หรือบางสาขาจะเน้นในผลิตภัณฑ์ประเภทของขวัญ รวมถึงการตกแต่งร้านที่จะเน้นการใช้งาน และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากที่สุดเพื่อสร้างประสบการณ์การมาใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น
“เป้าหมายของปัญญ์ปุริ คือการเป็น ผู้นำแบรนด์ Holistic Wellness Lifestyle อันดับต้นๆของเอเชีย ซึ่งเป้าหมายนี้เป็นจุดมุ่งหมายในการสร้างสรรค์ทุกผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการทำการตลาดและดำเนินธุรกิจในทุกภาคส่วนของเรา” คุณวรวิทย์ กล่าวปิดท้าย