การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่เจ้าภาพคือประเทศกาตาร์ กลายเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องดราม่าไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่วันแรกในช่วงปี 2010 ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นประเทศเจ้าภาพ จนมาถึงวันเปิดสนาม ที่ยังไม่มีทีท่าว่าเรื่อง ดราม่าจะจบลง เรามาไล่เลียงกันดูว่า ดราม่าฟุตบอลโลก 2022ในปีนี้มีเรื่องอะไรบ้าง
1.มีนอกมีในกับกรรมการฟีฟ่าจนได้เป็นเจ้าภาพ ย้อนกลับไปในปี 2010 ตอนที่ฟีฟ่าประกาศว่ากาตาร์ได้เป็นประเทศเจ้าภาพจัดงานฟุตบอลโลก ปี 2022ก็สร้างความเซอร์ไพรส์อย่างมากเนื่องจากคู่แข่งในการยื่นข้อเสนอเป็นเจ้าภาพนั้นมีทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่ปรากฏว่าประเทศที่ไม่เคยได้เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเลยอย่างกาตาร์กลับได้สิทธินี้ไป
ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศชื่อประเทศเจ้าภาพนั้น ก็มีดราม่าคณะกรรมการฟีฟ่า 2 ใน 24 คนซึ่งจะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินว่าใครจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานฟุตบอลโลกเร่ขายคะแนนเสียง และสุดท้าย 2 คนนั้นก็ถูกแบนจากฟีฟ่าจริง จากนั้นในปี 2014 ก็มีการแฉว่าโมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมาน (Mohammed Bin Hammam) อดีตคณะกรรมการฟีฟ่าจากกาตาร์ จ่ายสินบนให้กับคณะกรรมการฟีฟ่าเพื่อให้กาตาร์ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งทำให้เกิดการสอบสวน พบความผิดปกติจริง แต่ที่สุดแล้วก็ไม่มีหลักฐานเอาผิด
แต่ถึงอย่างนั้น ในปี 2015 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ฟ้องเจ้าหน้าที่ฟีฟ่า 9 คนว่าฉ้อโกงในโครงการขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขัน ตามมาด้วยทางการสวิตเซอร์แลนด์ก็เปิดการสอบสวนการทุจริตในกระบวนการคัดเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 ที่รัสเซีย และการแข่งขันในปี 2022 ที่กาตาร์เช่นเดียวกัน
จากนั้นในปี 2020 กระทรวงยุติธรรม สหรัฐ ยังได้ได้เผยแพร่หลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ฟีฟ่า 3 คน รับสินบนจากคนกลางที่ไม่เปิดเผยชื่อเพื่อลงคะแนนเสียงให้กาตาร์อีกด้วย แต่การสอบสวนนี้ก็ไม่สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าได้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของกาตาร์ยังคงให้การปฏิเสธ
ซึ่งไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข่าวลือการจ้างล้มบอลในนัดเปิดสนามด้วยหรือเปล่า
2) ศิลปินปฏิเสธร่วมแสดงในงานเปิดการแข่งขัน เพราะกาตาร์ละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนพิธีเปิดการแข่งขันจะเริ่มขึ้นก็คือศิลปินระดับโลกอย่าง ดัว ลิป้า (Dua Lipa) ออกมาปฏิเสธร่วมแสดงในงานฟุตบอลโลกในปีนี้ที่กาตาร์ เช่นเดียวกับร็อด สจ๊วต และชากีร่า ที่ได้การทาบทามแต่ก็ปฏิเสธเช่นเดียวกัน
ในกรณีของดัว ลิป้า นั้น ว่ากันว่าเป็นเพราะฐานแฟนเพลงของเธอเป็นกลุ่ม LGBTQ+ และกาตาร์เองเป็นประเทศที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะชาว LGBTQ+ ซึ่งกาตาร์ยังคงมีกฎหมายลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตการเป็นคนรักเพศเดียวกันอยู่ด้วย
ทางด้านร็อด สจ๊วตนั้นก็ให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนในอีกประเด็นหนึ่งซึ่งร้อนแรงไม่แพ้กัน
โดยหลังจากที่กาตาร์ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 ก็เริ่มมีการก่อสร้างสาธารณูปโภคและสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมายในประเทศโดยใช้แรงงานจากอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และศรีลังกา โดยในต้นปี 2021 มีรายงานว่าตั้งแต่ปี 2010 หลังจากที่กาตาร์ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก มีแรงงานจากประเทศเหล่านี้เสียชีวิตในกาตาร์กว่า 6,500 คน ในขณะที่ทางการกาตาร์ออกมาปฏิเสธ โดยกล่าวว่าการเสียชีวิตของแรงงานเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับโปรเจ็กต์ฟุตบอลโลก
ในขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากล รายงานว่าแรงงานในกาตาร์ต้องทนต่อการถูกทารุณกรรมต่างๆ รวมถึงค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป สภาพการทำงาน (อากาศที่ร้อนจัด) และความเป็นอยู่ที่อันตราย และการล่วงละเมิดทางร่างกายและทางเพศอีกด้วย
3) ประเทศที่ไม่เอื้อต่อแฟนบอลที่มีความหลากหลาย ด้วยการเป็นประเทศอิสลาม ทำให้มีกฎหมายหลายอย่างที่ไม่เอื้อต่อแฟนบอลที่ต้องการมาร่วมรับชมในสนาม เหมือนอย่างที่เราเห็นข่าวไปแล้ว กับการห้ามขายเบียร์ในสนาม ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการตกลงกันว่าขายได้ก่อนการแข่งขัน 3 ชม. และหลังการแข่งขัน 1 ชม. และขายนอกสนามแข่งขันเท่านั้น แต่ก่อนการแข่งขันนัดแรกจะเริ่มเพียง 3 ชั่วโมง ก็มีการประกาศว่าห้ามการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งมีรายงานข่าวว่าที่มีการกลับลำก็เป็นเพราะราชวงศ์กาตาร์ไม่พอใจที่ให้มีการขายเครื่องดื่มมึนเมาในประเทศมุสลิม
โดยจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ฟีฟ่าสูญเสียรายได้ไปถึง 40 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท จากสปอนเซอร์ที่จะได้จาก Budweiser แบรนด์เบียร์สัญชาติอเมริกัน ตามมาด้วยข่าวขำๆ ที่ว่า Budweiser จะมอบเบียร์ทั้งหมดที่เตรียมไปขายที่กาตาร์แล้วไม่ได้ขายให้กับแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนี้
นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว
อีกหนึ่งประเด็นทางด้านกฎหมายและสภาพสังคมของประเทศมุสลิมอย่างกาตาร์ ที่ทำให้ประชาคมโลกเป็นห่วงก็คือ แฟนฟุตบอลที่เป็น LGBTQ+ ได้รับการแนะนำว่าไม่ควรบินมาดูฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เพราะอาจจะไม่ปลอดภัย ซึ่งเรื่องสิทธิมนุษยชนของชาว LGBTQ+ ในกาตาร์นั้นเป็นที่เลื่องลือในทางลบอย่างมาก ก่อนที่จะมีการแข่งขันสหพันธ์ฟุตบอลสหภาพยุโรป ทั้งทีมอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ตกลงกันว่าจะใส่ปลอกแขนสีรุ้งที่เขียนว่า #OneLove ลงแข่งขันเพื่อเป็นการประท้วงประเด็นปัญหานี้ในกาตาร์ แต่จากนัดแรกระหว่างอังกฤษและอิหร่านก็เห็นแล้วว่า ทีมอังกฤษไม่ได้ใส่ปลอกแขนนี้ลงสนาม หลังจากฟีฟ่าออกมาขู่ว่าจะลงโทษ
นี่เป็นเพียงแค่วันแรกๆ เท่านั้นของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ดราม่ายังยาวเหยียดขนาดนี้ รอลุ้นว่าทีมประเทศไหนจะได้เป็นแชมป์พร้อมๆ กับการลุ้นว่าก่อนจะจบการแข่งขันจะมีดราม่าอะไรออกมาอีก
อ้างอิง https://www.vox.com/world/23450515/world-cup-fifa-qatar-2022-controversy-scandals-explained https://tribune.com.pk/story/2387106/shakira-to-dua-lipa-why-artists-refused-to-perform-at-fifa-world-cup-in-qatar https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-63620686