แนวโน้มการเดินทางที่กำลังมาแรงและนานาประเทศให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้คือ การเดินทางเพื่อดูแลสุขภาพและความงาม โดย Global Wellness Institute (GWI) ได้คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพของทั้งโลก จะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 230 ล้านล้านบาท และในช่วงปี 2563-2568 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 20.9% และธุรกิจสปาอยู่ที่ 17.2% ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของโลกใบนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง
ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของคนเราที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา แนวโน้มเหล่านี้คือแรงสนับสนุนที่ทำให้ทุกประเทศมองเห็นกลุ่มเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของแต่ละประเทศที่จะทวีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะต่อยอดให้กับธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจด้านความงาม รวมไปถึงสนับสนุนธุรกิจด้านการลงทุน ที่จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี
สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือได้ว่าสร้างรายได้ที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์และยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วโลก กับการประกาศรางวัลล่าสุดที่ ประเทศไทยคว้าอันดับ 3 ประเทศชั้นนำของโลก จากการจัดอันดับประเทศชั้นนำ 48 ประเทศ ในงาน Condé Nast Traveler Readers’ Choice Awards 2022 (นิตยสารคอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์) อีกหนึ่งรางวัลที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทย ด้วยความประทับใจจากการต้อนรับและการบริการที่อบอุ่น จริงใจ ในราคาที่เหมาะสม ท่ามกลางทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามและหลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางจากทั่วโลก จึงไม่ผิดนักที่ประเทศไทยจะได้รับความไว้วางใจจากนักเดินทางและยกอีกหนึ่งรางวัลด้านสถานบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness Retreats) มาเป็นอันดับ 1 ของโลก และอันดับ 2 ในด้านกิจกรรมเชิงสุขภาพ (Highest-rated wellness activities) จากเว็บไซต์ Travel Daily News เว็บไซต์ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยอ้างอิงจากผลสำรวจของ TripAdvisor และ Slingo เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมสำหรับนักเดินทาง
การจัดอันดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไทยได้รับ เป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศไทยคือมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมผลักดันภูเก็ตเมืองนำร่องและไมซ์ซิตี้ของไทย สู่การเป็นศูนย์กลางทางแพทย์ระดับนานาชาติ และจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 ครม. ได้มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก (Medical Hub) บนพื้นที่กว่า 141 ไร่ ในตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเป็นผู้ดูแลโครงการ เพื่อเป็นศูนย์บริการทางการแพทย์ระดับพรีเมียมครบวงจร และในระหว่างนั้นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ หน่วยงานเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์และดำเนินการยื่นประมูลสิทธิ์งานเมกะอีเวนท์เข้ามาจัดในประเทศ ได้ประสานความร่วมมือกับ จ.ภูเก็ต กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ในการนำเสนอพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่จัดงาน และเสนอภูเก็ตเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อชิงสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพงาน Specialised Expo 2028, Phuket Thailand เพื่อเพิ่มดีกรีของการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกที่สมบูรณ์แบบ และพร้อมเป็นจุดหมายของการจัดงานระดับโลกด้วยเช่นกัน
ความโดดเด่นของภูเก็ตกับการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในครั้งนี้ นอกจากการใช้พื้นที่จัดงานในโครงการของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตที่มีศูนย์บริการทางการแพทย์แบบครบรอบด้านแล้ว ภูเก็ตยังมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพอีกมากมายที่พร้อมจะเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล อุทยานแห่งชาติที่มาพร้อมกับการเดินป่า ในอุทยานแห่งชาติสิรินารท หรือกิจกรรมเดินป่าบนเขาโต๊ะแซะ พร้อมชมสัตว์ป่านานาชนิด หรือจะเล่นกีฬาทางน้ำอย่างเซิร์ฟบอร์ด ล่องเรือยอร์ชที่มีจุดจอดท่าเรือให้บริการ พร้อมดำน้ำ ดูปะการัง หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาดูแลตนเองด้วยสปา หรือโยคะ พร้อมกับได้ซึมซับวัฒนธรรมผ่านอาหารท้องถิ่นที่อร่อย กินดีมีสุขภาพที่การันตีด้วยรางวัล City of Gastronomy จาก UNESCO ให้เป็นเมืองสร้างสรรด้านวิทยการอาหารของยูเนสโก และยังเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไปยังอีก 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน Andaman Wellness Route ที่พร้อมต้อนรับนักเดินทาง ประกอบไปด้วย ระนอง จังหวัดต้นแบบการบริการแช่น้ำแร่ร้อนจากบ่อนำพุร้อน จ.พังงา ได้ปรับเปลี่ยนโรงแรมและที่พักเป็นที่พักเพื่อสุขภาพควบคู่กับกิจกรรมกีฬาเช่น เซิร์ฟบอร์ด สเก็ตบอร์ด โยคะ ส่วน จ.กระบี่ นักเดินทางจะได้บำบัดด้วยสปาวารีด้วยน้ำพุร้อน จ.ตรังได้ปรับพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมและการแข่งขันกีฬา และ จ.สตูล ได้พัฒนาน้ำตกร้อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028, Phuket Thailand จึงเป็นโอกาสของภูเก็ตและประเทศไทย ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางกระเป๋าหนัก และผลักดันให้ไทยและภูเก็ตคือมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบนเวทีโลก จึงขอเชิญชวนองค์กรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมทั้งคนในชุมชนร่วมสนับสนุนและส่งแรงใจให้กับทีเส็บ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนกับการคว้าสิทธิ์นี้ มาเป็นของประเทศไทย