ถือเป็นธรรมเนียมของทุกปีไปแล้ว สำหรับบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ที่จับมือร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส “รักษ์โลก” เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังมาถึง รวมถึงการมุ่งสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการนำผลิตภัณฑ์ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าและส่งต่อความสุขให้ทุกคนในช่วงสิ้นปี สำหรับความพิเศษของปีนี้ คือ “Circular Living X’ Mas Tree 2022” มาในธีม SIAM SMILEY® Celebration Infinite Happiness ที่ได้จับมือกับพันธมิตรระดับโลก “Smiley®” แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ถือได้ว่าเป็น The One and Only Largest Collaboration in South East Asia สำหรับแคมเปญฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์

โดยปีนี้ต้นคริสต์มาสรักษ์โลก “Circular Living X’ Mas Tree 2022” ยังคงคอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่มุ่งเน้นหลักการ Zero Waste หรือการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์หมุนเวียนเพื่อลดปริมาณขยะ จากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ระหว่าง สยามพิวรรธน์ และ GC โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งหลังการจัดงาน วัสดุที่นำมาใช้จัดแสดงในงานทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้กับ “YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม” หรือระบบบริหารจัดการ พลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจรที่ริเริ่มโดย GC เพื่อนำพลาสติกไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลให้เป็นถังแดงสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ และเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมรักษ์โลก สยามพิวรรธน์จะมีการนำเอา “YOUเทิร์น Drop Point” มาตั้งที่ Siam Paragon ชั้น G ประตูทางเข้าฝั่ง South SIAM CAR PARK ชั้น G หน้า 7-Eleven และ Siam Discovery ชั้น G ลานพลาซ่า เพื่อนำขวดพลาสติกขุ่นรวมกับพลาสติกจากต้นคริสต์มาส ส่งมอบให้ “YOUเทิร์น” นำไปรีไซเคิลเป็นถังขยะติดเชื้อเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
สำหรับวัสดุพลาสติกที่นำมาใช้ในปีนี้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขวดน้ำดื่ม-น้ำอัดลม, กล่องหรือวัสดุพลาสติก, แก้วพลาสติก, ฝาขวด และแผ่นซีดี เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำมาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นต้นคริสต์มาสที่สวยงามในดีไซน์รูปทรงกลม เพื่อสื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์ของพันธมิตรอย่างแบรนด์ “Smiley” สัญลักษณ์หน้ายิ้มแห่งความสุขและความคิดเชิงบวก รวมถึงการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน

ที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ มุ่งเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การค้าทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามคิสคัฟเวอรี่ เพื่อให้พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าในทุกเจนเนอเรชั่น โดยทำให้แต่ละศูนย์การค้าจะมีโพซิชันนิ่งและวางกลยุทธ์ ที่แตกต่างกัน “สยามดิสคัฟเวอรี่” ถือเป็นหนึ่งแบรนด์ที่ถูกวางให้เป็นศูนย์การค้าที่มีความยูนีค เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ มีแมกเน็ตที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นหมวดแฟชั่น สินค้าออร์แกนิกส์ แบรนด์เนมชั้นนำและ สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้สยามดิสคัฟเวอรี่ก้าวสู่การเป็น The Real ECO Lifestyle System หรือเป็นศูนย์การค้าแห่งการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ
ในแง่ของการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืน สยามพิวรรธน์ถือเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ดำเนินกิจการ การพัฒนาโครงการภายใต้สยามพิวรรธน์ ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “การสร้างคุณค่าร่วม” หรือ Shared Values โดยเน้นการสร้างผล กระทบเชิงบวกไปสู่ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ รวมถึงการดำเนินธุรกิจแบบร่วมสร้าง หรือ Co-Creation ด้วยการหาพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง จำเป็นต้องมีการผสานศักยภาพร่วมกันทุกฝ่าย ซึ่งในปีนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่เดินหน้ากลยุทธ์คอลลาบอเรชั่น ในการร่วมมือกับพันธมิตรสร้างแมกเน็ตใหม่ เข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่น ใหม่ ขณะที่ในปีหน้าจะมีการปรับครั้งใหญ่หลังจากที่ไม่ได้ปรับมานานถึง 5 ปี

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์มีเป้าหมายชัดเจนในการทำให้ศูนย์การค้า ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เกิด Zero Waste โดย ECOTOPIA ไม่ใช่โครงการเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจร่วมด้วย ซึ่งสยามพิวรรธน์ต้องการแสดง ให้เห็นว่าเรื่องรักษ์โลก สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนสามารถทำควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
“จริงๆ แล้วคำว่า สยามพิวรรธน์ หมายความถึงการพัฒนาสยามอย่างยั่งยืน กว่า 60 ปีที่เราก่อตั้งมาเราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืนมาโดยตลอด โดยการสร้างคุณค่าร่วมกับทุกคนที่อยู่ในอีโค่ซิสเต็มของเรา เพื่อส่งต่อผลกระทบในด้านบวกให้กับประชาชน ชุมชน และสังคมไทย การที่เราทำเรื่องของ X’ Mas Tree ในปีนี้ ก็เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องของความยั่งยืนว่าสามารถต่อยอดไปสู่เรื่องของการทำธุรกิจได้เช่นกัน เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายความรู้ให้กับชุมชน และกลุ่มสังคมต่อไป เพราะเราเชื่อว่าการได้รับความรู้ที่ถูกต้องจะนำไปสู่การปรับพฤติกรรม ให้มีความรักษ์โลกและช่วยดูแลโลกใบนี้ได้มากขึ้น
ปีนี้เป็นปีพิเศษที่นอกจากเราจะร่วมมือกับทาง GC มาตลอด ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี ของ Smiley จึงถือเป็น Global Corroboration ที่จะทำรอยยิ้มของ Smiley ไปทุกตึกของ ONESIAM ตามคาแร็กเตอร์ของแต่ละตึก อย่างสยามดิสคัฟเวอรี่ก็ตกแต่งด้วยสีเงินและสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของนวัตกรรมและความสุขที่จะส่งมอบให้กับคนไทยในปีใหม่ปีนี้ รอยยิ้มนี้นอกจากจะเป็นรอยยิ้มเพื่อคนไทยแล้ว ยังถือเป็นการต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางกลับมาเที่ยวที่ เมืองไทยด้วย” คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้
อีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ตอกย้ำการเป็น Everyday Gifts ศูนย์รวมของขวัญสำหรับทุกคนทุกโอกาส โดยระดมสินค้าที่คัดสรรเหมาะกับเป็นของขวัญสุดพิเศษ ทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้ารักษ์โลกจาก Ecotopia ผลงานสร้างสรรค์จากนักออกแบบและช่างฝีมือชาวไทยในธีม Smiley® เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี Smiley® ที่ ODS. และ ICONCRAFT และร้าน LOFT พร้อมบริการห่อของขวัญฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อแสดงบิลใช้จ่ายที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ขั้นต่ำ 500 บาท/ใบเสร็จ ณ จุดให้บริการ หน้าลิฟต์ด้านข้างร้าน LOFT ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่
ด้าน ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวเสริมว่า “GC มุ่งดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรมาใช้ให้คุ้มค่าสูงสุด ความมุ่งมั่นของ GC ในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน และจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้น และยังมีการนำหลักการ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นแนวทางในการต่อยอดการจัดการของเสียอย่างครบวงจร โดยได้นำนวัตกรรมเข้ามาสร้างสรรค์การแปรรูปของเสียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม”

หากเจาะลึกลงไปถึงเหตุผลในการจับมือกันของสยามพิวรรธน์ GC และ Smiley® ก็พอจะมองเห็นว่าการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน “ความยั่งยืน” กลายเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ ดังนั้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจ จำเป็นต้องทำควบคู่กับสังคม สิ่งแวดล้อม ในฐานะพลเมืองหนึ่งของโลก ภาคธุรกิจจึงมีการกำหนดเป้าหมาย “Net Zero” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ซึ่งสยามดิสคัฟเวอรี่ได้สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสรักษ์โลกต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ซึ่งประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมาย Net Zero ไว้ปี 2065 การจะก้าวสู่เป้าหมายได้นั้น ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น สยามพิวรรธน์ GC ถือเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับคนที่ต้องการชมความมหัศจรรย์แห่งความสุขในรูปแบบรักษ์โลกและการตกแต่งสวยงามในธีม Smiley® พร้อมสินค้าจากแบรนด์ดังมากมายที่ร่วมแคมเปญสามารถมาพบกันได้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 มกราคม 2566 ณ ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม