BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,950
VIEWS

ถอดรหัสความสำเร็จ เคสมือถือ CASETiFY ทำอย่างไรถึงขายได้ปีละ 4,500 ล้านบาท

พ.ย. 28, 2565
CASETiFY เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์และเครื่องประดับตกแต่งอุปกรณ์ไอทีจากประเทศฮ่องกงเผยความสำเร็จระดับโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีด้วยตัวเลขรายได้กว่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,500 ล้านบาท) ในปี 2020 และอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) สูงถึง +70% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพร้อมกางแผนขยายธุรกิจทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ Omnichannel เอาใจสาวกให้ได้ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อตั้งเป้ากวาดรายได้ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและเปิดสาขาใหม่ 100 แห่ง (รวม 20 แห่งในสหรัฐอเมริกา) ภายในปี 2025 

ล่าสุด CASETiFY ได้ประกาศเปิดสาขาที่ 19 ในสหรัฐอเมริการวมถึง Pop Up Store แห่งแรกในไทยพร้อมลุยตลาดไทยอย่างเต็มตัวตามแผน Roadmap รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งด้วยการร่วมทุนนับสิบล้านดอลลาร์สหรัฐกับ ‘C Ventures’ บริษัทร่วมทุนชื่อดังที่ก่อตั้งโดยเอเดรียนเฉิง
 
จากมือถือสู่ธุรกิจแฟชั่น
CASETiFY ซึ่งถือกำเนิดในฮ่องกงก่อตั้งขึ้นในปี 2011 และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยในปี 2020 สามารถสร้างรายได้รวมกว่า 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯและในช่วง 5 ปีที่ผ่ายมามีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) สูงถึง +70% นับเป็นการก้าวกระโดดอย่างงดงามของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสู่ธุรกิจแบรนด์ระดับโลก ด้วยกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างที่ตอบโจทย์ตรงใจผู้บริโภคโดยพลิกโฉมจากเคสโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ให้กลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในตลาดทั่วโลกอย่างสูง

Wesley Ng ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง CASETiFY กล่าวว่า "ผลิตภัณฑ์ของ CASETiFYเปรียบเสมือนผืนผ้าใบสำหรับการสร้างสรรค์ไม่มีที่สิ้นสุดผ่านการร่วมมือกับแบรนด์ที่โดดเด่นและความหลงใหลในคิดค้นนวัตกรรมป้องกันที่แข็งแรงทนทาน เพื่อให้ลูกค้าได้มีตัวเลือกตกแต่งอุปกรณ์ไอทีที่พวกเขาหวงแหนได้อย่างเต็มที่ และเชื่อมต่อกับความชอบของพวกเขาอย่างแท้จริง งานของเราคือการสร้างศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ที่มีตัวเลือกเพียงพอจะตอบทุกสไตล์ ทุกเทรนด์แฟชั่นและทุกบุคลิกตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงงานดีไซน์ที่จัดจ้าน”

CASETiFY ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้บริโภคในช่วง Gen Z ซึ่งสามารถเข้าถึง 1 ใน 5 ของผู้บริโภค Gen Z ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียโดยเป็นแบรนด์ตกแต่งอุปกรณ์ไอทีที่มีการค้นหาอันดับ 1 ของโลกระบุโดย Google Trends

จากการเติบโตดังกล่าว CASETiFY ได้คาดการณ์ว่าจะสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างรายได้ถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2025 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 15% ของตลาดอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยีทั่วโลก

ปัจจุบัน  CASETiFY มีจำนวนพนักงานกว่า 1,000 คนมีความหลากหลายมากกว่า 20 สัญชาติภายในสำนักงานในแอลเอเซี่ยงไฮ้โตเกียวและเกาหลี
ร้านออฟไลน์สร้างยอดขายสุดแกร่ง
แม้ว่า CASETiFY จะเป็นแบรนด์ D-to-C (Direct to consumer) มาอย่างยาวนานแต่การเติบโตส่วนใหญ่มาจากการเปิดร้านค้าปลีกแบบออฟไลน์ (CASETiFY Studio) เห็นได้จากความสำเร็จในการขายอย่างยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของร้านค้าปลีก 18 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกซึ่งหน้าร้านจริงมีผลต่อการเพิ่มการรับรู้ในตลาดนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีคุณภาพสูงและหลากหลายรวมถึงการตกแต่งที่มีสีสันเป็นไฮไลท์นอกจากนั้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อมโยงกับตลาดและผลงานสร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินท้องถิ่นในแต่ละประเทศที่ CASETiFYให้การสนับสนุนตลอดมาผ่านโปรแกรมแบ่งผลกำไรกับศิลปิน ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนยอดขายของร้านค้าปลีกออฟไลน์ให้สูงขึ้นอีกด้วย

CASETiFY มียอดขายเฉลี่ยต่อตารางฟุตใน CASETiFY Studio 18 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกในปี 2021 อยู่ที่ 1,441 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่ายอดขายทั่วโลกของร้านค้าออนไลน์ระดับโลกอย่าง Lululemon (1,560 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยยอดขายสูงสุดอยู่ที่ CASETiFY Studio Hong Kong ซึ่งมีมูลค่า 2,500 เหรียญสหรัฐต่อตารางฟุตใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Tiffany & Co. (2,951 เหรียญสหรัฐ)

จากความสำเร็จแบบจุดพลุ CASETiFY มีเป้าหมายที่จะเปิดร้าน 100 แห่งภายในปี 2025 โดย 20 ร้านจะตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดที่ทำรายได้สูงสุดจากทั่วโลกซึ่งเปิดสาขาแรกที่เปิดให้บริการตั้งอยู่ในเมืองซานตาคลารารัฐแคลิฟอร์เนีย (เปิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565) และมีแผนเปิดสาขาอื่น ๆ ทั่วทั้งชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกอีกด้วยนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาCASETiFYกำลังเดินตามแผนการเปิดตัวร้านค้าในเมืองอื่น ๆ อีก 5 เมืองทั่วโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้แก่ซิดนีย์เซี่ยงไฮ้ไทเปโซลและโตเกียว
ได้เวลาบุกประเทศไทย

หลังจากเปิดตัว Pop-up Store แห่งแรกในกรุงเทพฯไปไม่นานและสร้างปรากฏการณ์ต่อคิวแน่นกลางใจเมืองทำให้ CASETiFY ยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็วออนไลน์ส่งผลต่ออัตราการเติบโตถึงสองหลักเมื่อเทียบกับปีที่แล้วและได้ฐานลูกค้าใหม่ในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว

จากความสำเร็จในก้าวแรกนี้ CASETiFY มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นโดยตั้งเป้าลุยตลาดไทยอย่างเต็มตัวโดยมีแผนที่จะเปิด CASETiFY Studio ถาวรภายในปี  2566 นอกเหนือจากนั้น ทางแบรนด์วางแผนสร้างสรรค์กิจกรรมที่จะเชื่อมต่อกับลูกค้าชาวไทยได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น รวมถึงการคอลแลบกับแบรนด์ชั้นนำในประเทศและศิลปินนักออกแบบชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ CASETiFY Pop-Up Store สาขาแรกในประเทศไทยตั้งอยู่ภายใน “เซ็นทรัลเวิลด์” (โซน Atrium ชั้น 1) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 80 ตารางเมตรออกแบบขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “360° Creative Hub” ที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แตกต่างและครบวงจรทั้งการตกแต่งอันทันสมัยการใช้แสงและสีสันของสโตร์ที่สดใสสะดุดตาเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างมีสไตล์โดยมีสินค้าหลากหลายคอลเลกชันที่จะหมุนเวียนมาให้เลือกช้อปตลอด 6 เดือน
สรุปข้อมูลความสำเร็จและแผนการเติบโตของCASETiFY
1.             ขนาดและการเติบโตของบริษัท:
-               ในปี 2020 CASETiFYมีรายได้รวมกว่า125 ล้านดอลลาร์โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ +70%
-               ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2018-2022) CASETiFYเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ +70% YoY
-               CASETiFYวางแผนที่จะบรรลุรายได้สามพันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 มาจากส่วนแบ่งตลาดอุปกรณ์เสริมเทคโนโลยี 15%
 
2. ความสำเร็จในการขายปลีกออฟไลน์
-               CASETiFYวางแผนที่จะขยายร้านค้าปลีกที่แข็งแกร่งถึง 18 แห่งภายใต้แนวคิดCASETiFY Studio ในทั่วโลก
-               ปัจจุบันCASETiFY Studios ทั่ว Asia pacific มียอดขายต่อปี (2021) ต่อตารางฟุตโดยเฉลี่ยที่ 1,441 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งใกล้เคียงกับแบรนด์แฟชั่นอื่น ๆ เช่น Lululemon (1,560 ดอลลาร์สหรัฐ)
-               CASETiFY Studio ในฮ่องกง (สาขาหลัก)ทำรายได้สูงสุดมียอดขายต่อปี/ตารางฟุตเฉลี่ยที่ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Tiffany & Co. (2,951 ดอลลาร์สหรัฐ)
 
3.             แผนขยายธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก
-               CASETiFYวางแผนที่จะเปิดร้านค้าปลีก100 แห่งทั่วโลกในปี2025
-               รวมทั้ง20 แห่งในสหรัฐอเมริกา
-               ร้านค้าปลีกแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในซานตาคลาราแคลิฟอร์เนียเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน2022

ถอดรหัสความสำเร็จ เคสมือถือ CASETiFY ทำอย่างไรถึงขายได้ปีละ 4,500 ล้านบาท

เปิดแล้ว ‘CASETiFY’ Pop-Up Store แห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact