ในโลกของการแข่งขันทุกประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสเพื่อชิงการเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลกไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือประเภทใดก็ตาม เพราะนั่นหมายถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างบทบาทบนเวทีโลกของประเทศในหลากหลายมิติ รวมถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสังคม รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลกที่เข้ามาชมงาน
สำหรับประเทศไทย เรามีโอกาสได้แสดงศักยภาพในการจัดงาน เมกะอีเวนท์ที่สร้างชื่อเสียงให้ไทยในระดับโลกได้เป็นอย่างมากคือ “งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ 2549” ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตลอดการจัดงาน 3 เดือน มีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกรวม 3.8 ล้านคน และได้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายไปทั่วเชียงใหม่ได้กว่า 20,000 ล้านบาท
ทุกครั้งที่มีการจัดงาน เมกะอีเวนท์ นั่นหมายถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมภาพลักษณ์บนเวทีโลกให้กับประเทศ ด้วยเหตุนี้ ในปี พ.ศ.2546 ประเทศไทยจึงได้ก่อตั้งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดประชุมและนิทรรศการของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้น และจากการดำเนินงานของทีเส็บที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและท้าทายของอุตสาหกรรมนี้ ในปี พ.ศ.2562 ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนและเป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชียในอุตสาหกรรมการจัดประชุมและนิทรรศการ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ถึงมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาทีเส็บสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวน 16,344 ล้านบาท จากนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ 3,446,102 คน และทีเส็บมองว่าภายในปีงบประมาณ 2565 จะมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 6,130,000 คน คิดเป็นรายได้ 28,400 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าดึงนักเดินทางไมซ์ 6.1 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2.8 หมื่นล้านบาทในปี 2566
ทีเส็บ ได้วางกลยุทธ์กระตุ้นการจัดงานและการเดินทางของนักเดินทางกลุ่มไมซ์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังการระบาดของ COVID 19 ที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ด้วยการเร่งสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งสถานที่และผู้จัดงาน ออกแคมเปญกระตุ้นการตลาด “Thailand MICE B-A-C-K” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้ประกอบการทั่วโลกในการเข้ามาจัดการประชุมหรือจัดนิทรรศการในประเทศไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้รู้จักในเวทีโลกผ่านการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ และเดินหน้าประมูลงานระดับโลกให้เข้ามาจัดงานในไทย ซึ่งงานหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดงานไมซ์ในไทยกลับมาได้อย่างดีคือความสำเร็จของงาน FTI 2022 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-3 ก.ค. 2565 ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นการนำเสนอฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG Economy ซึ่งมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 60,000 คน และมีผู้เข้าถึงงานบนโลกออนไลน์กว่า 1.4 ล้านคน และงานนี้ยังทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพลิกโฉมอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทย และสร้างกระแสความตื่นตัวและการเรียนรู้เรื่อง Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Economy ได้ในวงกว้าง
ซึ่งในขณะนี้ เราได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นหลายงาน ยกตัวอย่าง งาน Udon Thani International Horticultural Expo 2026 หรืองานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 และงาน Thailand International Air Show ซึ่งมีกำหนดจัดงานประกาศตัวในปี 2566 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2568 และการจัดงานอย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในปี 2570 การที่ทีเส็บประสบความสำเร็จได้นั้นเพราะได้รับความร่วมมือที่เข้มแข็งจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมไมซ์ ที่เห็นความสำคัญและต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
อีกหนึ่งเมกะอีเวนท์สำคัญ ที่ทีเส็บได้ดำเนินการยื่นประมูลสิทธิ์ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานคือ Specialised Expo 2028, Phuket Thailand ที่มีกำหนดจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2571 เป็นงานมหกรรมการแสดงนวัตกรรมและการพัฒนาระดับโลก อยู่ภายใต้การจัดการขององค์การนิทรรศการนานาชาติ Bureau International des Expositions : BIE องค์กรที่เป็นเจ้าของสิทธิ์งาน Specialised Expo 2028 หรือเอ็กซ์โปวาระพิเศษ ซึ่งมีการจัดมาแล้ว 35 ครั้งทั่วโลก เราคนไทยมาร่วมกันส่งกำลังใจให้ ทีเส็บ และส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้คว้างานนี้มาจัดที่ประเทศไทยได้สำเร็จ เพราะจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของประเทศไทยและภูเก็ตในระดับนานาชาติ เพื่อก้าวสู่การแข่งขันระดับโลกได้อย่างมั่นคง สร้างภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก และที่สำคัญคือยังเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานเมกะอีเวนท์ระดับโลกด้วยเช่นกัน