GMM SHOW ผู้นำธุรกิจ ShowBiz ในเครือ GMM GRAMMY มุ่งสร้างความสุขด้วยเสียงเพลงผ่านงานดนตรี ตอบสนองทุกความต้องการ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทย ตั้งเป้าเดินหน้าจัดกิจกรรมทางดนตรี 20 งาน พร้อมเสริมด้วย 10 เทศกาลดนตรีภายในปีหน้า
กว่า 3 ปีที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ แน่นอนว่ากิจกรรมงานดนตรี คอนเสิร์ต และเฟสติวัลต่าง ๆ ได้รับผลกระทบโดยตรง พอสถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้นผู้คนจึงเกิดความต้องการมาก
คุณยุทธนา บุญอ้อม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส หน่วยงานโชว์บิซ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราหยุดการจัดงานไป 2 ปี เมื่อวันก่อนผมอ่านข่าวไม่ได้ยินคำว่า COVID-19 มานาน มันเริ่มปี 19 ไง แล้วนี่เราอยู่ปี 22 แล้วอ่ะ เราเพิ่งเริ่มกลับมาจัดงานได้ครึ่งปีหลังของปีนี้ ดังนั้นอันนี้มันเป็นเรื่องคอมมอนเซนส์อยู่แล้วครับ คนเราไม่ได้ออกมาร่วมงานไม่ได้ออกมาเจอกันเป็นเวลา 2 ปีกว่า มันก็ย่อมจะกระหาย หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่ามันอั้น พอเราเริ่มจัดตู้ม ก็มากันใหญ่เลย เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าเริ่มกลับมาได้แล้วนะ มันก็เลยทำให้เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางทีมเก็บข้อมูล พบว่าเป็นเดือนที่มีอีเว้นท์จัดเยอะที่สุดในรอบหลายปีเลย เดือนนั้น 65 งานภายใน 1 เดือน ที่มีแค่ 31 วัน แปลว่าค่าเฉลี่ยวันละ 2 งานนิดๆ”

สะท้อนให้เห็นว่า หลังจากสถานการณ์มีทีท่าดีขึ้นเรื่อยๆ กิจกรรมงานดนตรี คอนเสิร์ต และเทศกาลดนตรี ภายใต้ GMM SHOW ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สังเกตได้จากบัตรงาน BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 12 ที่สร้างปรากฏการณ์บัตร SOLD OUT ภายในเวลาเพียง 9 ชั่วโมง ซึ่งมีจำนวนบัตรมากถึง 100,000 ใบ ทำให้เทศกาลดนตรีดังกล่าวติดอันดับ Top 3 เทศกาลดนตรีที่มีคนดูมากที่สุดของเอเชีย บ่งบอกได้ว่าผู้ร่วมงานยังคงคิดถึงศิลปิน เสียงเพลง ความบันเทิง การเข้าสังคม งานปาร์ตี้ การพบปะกลุ่มเพื่อน และพยายามหากิจกรรมสันทนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตัวเอง เพื่อผ่อนคลายจากการเรียน การทำงาน และปลดล็อคความตึงเครียดจากสถานการณ์ COVID-19
จากการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และความสำเร็จที่ผ่านมา ทาง GMM SHOW จึงเตรียมแผนเดินหน้าจัดทัพงานดนตรีต่างๆ ภายในปี 2023 ไว้มากถึง 20 งาน ประกอบด้วยงานคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย และงานเฟสติวัลอีกนับ 10 ตลอดทั้งปี

เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ยกทัพศิลปินไปสร้างเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน “เฉียงเหนือเฟส” จ.ขอนแก่น วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งถือเป็นปีแรกของงานนี้ ต่อมาพร้อมเสิร์ฟความสุขชาวร็อคบนภูเขาที่ “ROCK MOUNTAIN 2023” วันเสาร์ที่ 11 ก.พ. 2566 ณ Jolly land เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ถัดไปเดือนมีนาคมลงใต้ไปที่งาน “พุ่งใต้เฟส” อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ในเดือนเมษายนพาทุกคนไปฟังดนตรีกันริมทะเลใน “ NANGLAY BEACH PARTY AND MUSIC FESTIVAL 2” ซึ่งเทศกาลดังกล่าวนี้ได้รับผลตอบรับอย่างดีมากในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ในเดือนเมษายนยังมีเซอร์ไพรจากทางผู้จัดอีก 1 งาน ที่เตรียมสร้างความประทับใจให้ทุกคนอยู่
เว้นช่วงมาจนถึงครึ่งปีหลังประเดิมงานแรกด้วย “MONSTER MUSIC FESTIVAL 2023” กทม. ในเดือนพฤศจิกายน และในเดือนสุดท้ายของปีอย่างธันวาคมมีเทศกาลดนตรีมากถึง 4 เทศกาล ได้แก่ “BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 13” ณ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตามมาด้วย “นั่งเล่น 7” จ.นครราชสีมา เช่นกัน ปิดท้ายปีด้วย “เชียงใหญ่เฟส 4” จ.เชียงใหม่ และอีกหนึ่งงานที่รอการเปิดเผยจากทางผู้จัด ว่าจะพร้อมยกทัพศิลปินไปบุกริมทะเลโซนตะวันออกของประเทศไทยเมื่อไหร่และที่ไหนต้องติดตามกันอีกที

งานดนตรี คอนเสิร์ต หรือเทศกาลต่างๆ ก็เปรียบเสมือนแบรนด์ แบรนด์หนึ่งของบริษัท การที่มีแบรนด์ที่หลากหลายย่อมสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมและเฉพาะทาง
ในขณะที่การทำ Branding นั้นต้องเกิดจากการไปใช้ชีวิตไปเยี่ยมชมไปสัมผัสไปดูคอนเสิร์ต เมื่อเวลาที่ผู้บริโภคต้องตัดสินใจชื่นชมหรือติแน่นอนว่าคำชมย่อมไปถึงศิลปินแล้วจะตามไปที่ผู้จัดในทางกลับกันถ้ามีเรื่องไม่ดีผู้จัดมักจะโดนก่อน ประเด็นนี้คือธรรมชาติของธุรกิจนี้
ทาง GMM SHOW จะสามารถสร้าง Branding ของทุกงานดนตรีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมในงานต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้สำเร็จหรือไม่ ก็ต้องมาลุ้นและเชียร์กันต่อไปในปีหน้า…