ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของญี่ปุ่นลดลงตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มักเรียกกันว่า “The Lost Decades” โตเกียวจึงต้องปรับตัวเปลี่ยนยุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็น “Game Changer” ผ่านนโยบายใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาสตาร์ทอัพที่อนาคตแรง
Yuriko Koike ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวให้ข้อมูลในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายนว่า การสนับสนุนทั้งหมดที่เสนอเทียบได้กับโครงการ Station F ของปารีส ซึ่งเคลมว่าเป็น Campus สำหรับสตาร์ทอัพใหญ่ที่สุดในโลก มีบริษัทที่สนับสนุนประมาณ 1,000 บริษัท
Station F ในปารีส มีรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นผู้นำความคิดริเริ่ม ""La French Tech"" เป้าหมายหลัก คือสนับสนุนสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ มีสตาร์ทอัพสาขาแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ได้รับการสนับสนุนจำนวนมาก
โตเกียวตั้งเป้าเพิ่มจำนวนยูนิคอร์น หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (138,000 ล้านเยน) หรือ 36,000 ล้านบาท
ข้อมูลของ CB Insights ระบุว่า สิ้นเดือนตุลาคม 2022 มียูนิคอร์นประมาณ 1,200 บริษัททั่วโลก แต่ญี่ปุ่นมีเพียง 6 บริษัท ในจำนวนนี้ 5 บริษัทอยู่ในโตเกียว
ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว เพิ่มเติมว่า กลยุทธ์หลักที่ใช้ คือ 'Born Global' ซึ่งหมายความว่าจะ Target ไปที่โลก ไม่จำกัดเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาที่โตเกียว
ปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้สตาร์ทอัพในญี่ปุ่นบูม เริ่มจากประมาณปี 2014 จนถึงปัจจุบัน คือความต้องการนวัตกรรมแบบเปิด โดยแสวงหาความร่วมมือกับสตาร์ทอัพของบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมี R&D ของตนเอง
ตัวอย่าง เช่น DENSO ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ร่วมทุนกับ FLOSFIA สตาร์ทอัพที่เกิดจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ทั้ง2บริษัทตกลงพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าร่วมกัน
การค้นหาสตาร์ทอัพไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศ แต่ยังค้นหาจากต่างประเทศด้วย เช่น ฟูจิตสึ จับมือ Quantstamp สตาร์ทอัพของสหรัฐในโครงการ Fujitsu Accelerator Program เพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่มีบล็อกเชนเป็นกุญแจสำคัญ กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในอนาคต
โตโยต้า ร่วมมือกับ IngDan บริษัทสนับสนุนการพัฒนาอุปกรณ์ IoT สำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และมีเป้าหมายลดต้นทุนของสินค้าที่ผลิตจากจีน
ในวันเดียวกันนี้เอง Fumio Kishida นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายสตาร์ทอัพระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ของรัฐบาลกลาง ที่มีเป้าหมายเพิ่มเงินลงทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพเป็น 10 ล้านล้านเยนภายในปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2027 ซึ่งมากกว่างบประมาณปีที่แล้ว 820,000 ล้านเยนถึง 10 เท่า ภายใต้แผนนี้ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพจาก 10,000 รายเป็น 100,000 ราย โดย 100 รายจะเป็นยูนิคอร์น
Fumio Kishida นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การส่งเสริมสตาร์ทอัพเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางเศรษฐกิจสูงสุดของญี่ปุ่นภายใต้รูปแบบทุนนิยมแบบใหม่ (New Form of Capitalism)
“เราจะดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้และเปลี่ยนญี่ปุ่นให้เป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพใหญ่ที่สุดในเอเชีย Turn Japan into Asia’s Largest Startup Hub ” Kishida กล่าว
ที่มา www.jetro.go.jp , japantimes.com