พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์สปา เป็นรีสอร์ทแบรนด์ไทยระดับ 5 ดาว แห่งแรกบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ บนอ่าวกันเตียง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ไร่ ตั้งแต่ภูเขาจนถึงชายหาดติดทะเลอันดามันที่ทอดยาวด้านหน้ารีสอร์ท ถึง 900 เมตร ล้อมรอบด้วยภูเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 โดย คุณอนุรัต ตียาภรณ์ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง หลังจากเดินทางมาค้นพบที่ดินผืนนี้บนเกาะลันตาเมื่อ 20 ปีก่อน และปลุกปั้นให้กลายเป็น รีสอร์ทที่เป็น Secret Paradise Sanctuary ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และยังสร้างชื่อเสียง ให้กับ “เกาะลันตา” เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลก
แต่ COVID-19 ที่ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกพังราบเป็นหน้ากลองนั้น แน่นอนว่า พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปาก็ได้รับผลกระทบเข้าเต็มๆ เช่นกัน
ปี 2019 หรือก่อน COVID-19 พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา มีตัวเลขอัตราการเข้าพักไว้เฉลี่ยถึง 60% และมี รายได้ต่อห้องว่าง (RevPar) อยู่ที่ 2,400 บาท แต่ในปี 2021 ตัวเลขอัตราการเข้าพักได้ลดลงมาอย่างน่าใจหาย เหลือ เพียง 13% ส่วนรายได้ต่อห้องว่างตกลงมาอยู่ที่ 80 บาท
ความกดดันทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่ชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 และเจ้าของร่วม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

ชรินทิพย์ เล่าให้ฟังว่า ที่พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา รอดมาได้นั้นเพราะสปิริตของพนักงานทุกคน แม้ว่าใน ช่วงตกต่ำที่สุดจะไม่สามารถรักษาพนักงานทุกคนไว้ได้ก็ตาม
โดยสิ่งแรกที่ชรินทิพย์ปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ การปรับเปลี่ยนเป้าหมายมาเน้นเจาะตลาด คนไทย เพื่อประคองธุรกิจให้พอที่จะเดินต่อไปได้ในช่วงคับขัน
“ปัจจัยที่ทำให้พิมาลัยฟื้นตัวเร็ว เนื่องมาจากเรามีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาแม้ในช่วงวิกฤต ไม่ว่า จะเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่ในช่วง COVID-19 การปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของ พนักงานทั้งในด้านภาษา การบริการ และฝึกอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ เมื่อประเทศกลับมาเปิดอีกครั้ง จึงทำให้พิมาลัยมีความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ทันที นอกจากนั้น ในช่วงปีที่ผ่านมา ยังได้ปรับใช้ประโยชน์และทำการตลาดต่อยอดนโยบายภาครัฐอีกด้วย”
ชรินทิพย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า COVID-19 ส่งผลให้พฤติกรรมและเทรนด์การท่องเที่ยวของผู้บริโภคเปลี่ยน แปลงไป โดยนักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความสะอาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผล ให้อัตราการเข้าพักของพิมาลัยปรับตัวดีขึ้น เพราะเอกลักษณ์และจุดขายของรีสอร์ท ที่เป็นรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ เงียบ สงบ เป็นส่วนตัว และบริการระดับลักชัวรี่ มีกิจกรรมหลากหลายทั้งในรีสอร์ทและพื้นที่อุทยานใกล้เคียง สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มเพื่อน ที่มองหา สถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวที่เอ็กซ์คลูซีฟ เป็นไพรเวท และแตกต่างมากกว่าที่เคย
ชรินทิพย์ กล่าวว่า ในช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยลง ทางโรงแรมได้มีการทยอยรีโนเวท Beach Villa จำนวน 7 หลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งห้องพักไฮไลท์ของรีสอร์ท รวมถึงมีการปรับปรุงห้องอาหาร Seven Seas ซึ่งเป็นห้องอาหารหลัก ของรีสอร์ทให้พร้อมที่จะกลับกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของเกาะลันตาอีกด้วย

นอกจากนี้ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา ยังมีการปรับตัวเพื่อรองรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เริ่ม เป็นที่นิยมมาพักใหญ่
ชรินทิพย์ กล่าวว่า นโยบายของบริษัทในปัจจุบันจะเน้นการบริหารงานใน 4 เรื่องหลัก คือ
1. เน้นคุณภาพ มาตรฐาน และการบริการระดับ World’s Luxury
2. เน้นเรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยทั้งของลูกค้า พนักงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
3. เน้นด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะดำเนินธุรกิจที่ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
4. เน้นเรื่องสังคมและวัฒนธรรม โดยดำเนินธุรกิจโดยคิดถึงการพัฒนาสังคม และส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับ ชาวบ้านบนเกาะลันตา
พิมาลัยได้ร่วมบูรณาการการท่องเที่ยวของเกาะลันตาร่วมมือกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพิมาลัยได้มีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน โดยนำร่องส่งเสริมหมู่บ้าน “ทุ่งหยีเพ็ง” ให้เป็นชุมชนตัวอย่างใน ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวยั่งยืน ทั้งนี้ ทุ่งหยีเพ็งมีชื่อเสียงด้านทัวร์ล่องเรือแจว หรือกอนโดล่าลันตา ชมป่าโกงกางที่สวยงามอย่างมาก
“พิมาลัยเตรียมที่จะผลิตน้ำดื่มเอง เพื่อลดต้นทุน และเรื่องสิ่งแวดล้อม ตอนนี้เรากำลังศึกษา ความเป็นไปได้ กำลังดูซัพพลายเออร์ว่าจะใช้เครื่องแบบไหนที่จะเหมาะสม เราผลิตน้ำประปาทำเองตั้งแต่ เริ่มต้น แต่น้ำดื่มต้องขนเข้ามาจากแผ่นดินใหญ่ ซึ่งการขนส่งสร้างปริมาณคาร์บอน เราพยายามจะลดตรง ส่วนนี้”
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผลการดำเนินงานในปีนี้ของพิมาลัยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น รีสอร์ทมีการฟื้นตัวอย่าง รวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดประเทศ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาเที่ยวในไทยมากขึ้น โดยตลอดทั้งปี 2565 มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy) เฉลี่ย 44% RevPar 5,400 บาท และในไตรมาส 4 นี้ Occupancy 70% สูงกว่าก่อนโควิด (2562) มีทั้งแขกชาวต่างชาติที่เคยมาพิมาลัยแล้วกลับมาซ้ำ ซึ่ง 10 เดือนผ่านมา เป็นลูกค้า ชาวไทยอันดับ 1 เยอรมัน อังกฤษ ตามมาด้วย ออสเตรเลีย อเมริกา และสิงคโปร์ รวมถึงลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วน เพิ่มขึ้น เนื่องจากการทำการตลาดเน้นกลุ่มคนไทยมากขึ้นในช่วงโควิด ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมา หลังจากการระบาดเป็นกลุ่มลูกค้าจากอิสราเอล

“ตัวเลขเฉลี่ยห้องพักปีนี้น่าจะเป็น 44% เรามาได้ตัวเลขในไตรมาสสุดท้ายนี้ประมาณ 70% ซึ่งสูง กว่าปี 2019 ก่อน COVID-19 ทั้งปีเรามีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 60% ปี 2023 เราจะทำให้ได้ 64% และทำ GOP เท่ากับ 2019 ตอนนี้สนามบินกระบี่เริ่มมีไฟลท์ต่างชาติบินเข้ามาเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่เราทำในตอนนี้ก็คือต้อง เทรนพนักงานเกี่ยวกับภาษาอังกฤษใหม่ รวมถึงต้องเทรนเรื่องเรื่องไวน์และอาหาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ต่างชาติ”
สำหรับปี 2565 พิมาลัยยังคงลุยตลาดอย่างเต็มกำลังทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนการพัฒนา บริการต่าง ๆ ด้วยเงินลงทุนกว่าสิบล้านบาท เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ในหลากหลายมิติ โดยจะ เน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าอันน่าจดจำให้กับลูกค้า ผ่านการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ และการสร้างสรรค์กิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ กิจกรรมผจญภัยดำน้ำลึกหรือฟรีไดฟ์ เที่ยวเกาะที่สวยติด อันดับโลก หรือเดินป่าสำรวจธรรมชาติ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่ง ในจุดขายของพิมาลัยและเกาะลันตา
พิมาลัยได้ตั้งเป้าปี 2566 สำหรับอัตราการเข้าพักไว้ที่ 64% ตลอดทั้งปี และ RevPar (รายได้ต่อห้องว่าง) อยู่ที่ 2,400 บาท และตั้งเป้า GOP (ผลกำไรจากการดำเนินงาน) ให้ได้เท่ากับปี 2019
