จากความสำเร็จของการจัดงานสัมมนาธุรกิจนานาชาติเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA เดินหน้าโครงการ NIDA INTERNATIONAL BUSINESS CONFERENCE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยหัวข้อสำคัญที่จะเป็นธีมหลักของการสัมมนาในปีนี้ คือ Dealing with Disruption ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังมีบทบาทกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างมากมาย
รศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน เจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA ในฐานะประธานการจัดงาน กล่าวว่า งานสัมมนาธุรกิจนานาชาติ NIDA INTERNATIONAL BUSINESS CONFERENCE 2018 เกิดขึ้นครั้งแรกในวาระที่นิด้าฉลองครบรอบ 50 ปี เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย และมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก โดย 60% มาจากกลุ่มนักวิชาการ และ 40% จะมาจากภาคปฏิบัติซึ่งเป็นนักธุรกิจและเจ้าของกิจการที่ต้องการเข้ามาอัพเดทเทรนด์ในด้านการบริหารธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ
“ปีนี้จะเป็นเรื่องของ Dealing with Disruption เพราะเรามองเห็นสภาพแวดล้อมของธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก มี Business Model และเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เราได้เห็นธุรกิจ เช่น Grab, Uber หรือ Airbnb อีกทั้งยังมีการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง IoT (Internet of Things) หรือแม้แต่สกุลเงินใหม่ๆ อย่าง Crypto Currency ที่ใช้กันในโลกออนไลน์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้การทำธุรกิจในโมเดลแบบเดิมๆ เป็นไปได้ค่อนข้างยาก จึงเป็นที่มาของการสัมมนาในครั้งนี้เพื่อเป็นแพลตฟอร์ม ให้ภาควิชาการและนักธุรกิจ”
สำหรับงานสัมมนา NIDA INTERNATIONAL BUSINESS CONFERENCE 2018 จะมี Keynote Speakers สำคัญ 3 ท่าน คือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการ ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) และอดีตผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการค้าโลก (WTO) จะพูดถึงบทบาทของ Digital Economy: Escaping the National Middle Income Trap และยังมี Keynote Speakers จากต่างประเทศอีก 2 ท่าน คือ ศ.ดร.ไมเคิล ดี.มายส์ (Michael D. Myers) จาก University of Auckland Business School อดีตบรรณาธิการวารสาร MIS Quarterly ซี่งเป็นวารสารทางวิชากระดับโลกชั้นนำของสาขาบริหารธุรกิจจะบรรยายในหัวข้อ Digital Disruption: New Challenges for Academics and Business Practice และ ศ.ดร.เหมันต์ เมอร์ชานต์ (Hemant Merchant) จาก University of Florida ณ St. Petersburg และท่านยังเป็นบรรณาธิการให้กับวารสาร Journal of Asia Business Studies วารสารทางวิชาการที่มีชื่อเสียงในด้านการบริหารธุรกิจ ท่านจะบรรยายในหัวข้อ The Evolution and Outcomes of Scholarly Disruptions
“ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ได้มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนในภาพของวิชาการ และธุรกิจ คือทางภาควิชาการจะมีการทำงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ในภาคทฤษฎีใหม่ๆ ขณะที่ภาคธุรกิจจะเน้นไปที่การแก้ปัญหาธุรกิจหรือการสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาสองส่วนนี้จะไม่ค่อยได้คุยกัน แต่วันนี้เราไม่คุยกันไม่ได้แล้ว ดังนั้นทาง ศ.ดร.มายส์ จะมาพูดถึงการร่วมมือกันระหว่างภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติเพื่อให้เกิดการทำงาน และสร้างประโยชน์ร่วมกัน ส่วนของ ศ.ดร.เหมันต์ จะมาพูดถึงเรื่องบทบาทของ การเปลี่ยนแปลง (Disruption) ของเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกิดขั้น และส่งผลกระทบทั้งในภาคธุรกิจ รวมถึงงานวิจัยทางธุรกิจ”
นอกจากนี้ ในส่วนของ Business Leader’s Forum ยังได้รับเกียรติจากผู้นำทางธุรกิจระดับแนวหน้า เช่น คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท วีฟู้ดส์ จำกัด และ ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการการะทรวงการคลัง และปัจจุบันเป็นศาสตราภิชาญคณะบริหารธุรกิจ นิด้า
งานสัมมนาครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากนานาประเทศกว่า 20 ประเทศ โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 2-3 มีนาคม 2561 ซึ่งงานวันแรก จะเป็นการสัมมนาของกลุ่มนักวิชาการ และมีเวิร์คช็อป Doctoral Consortium ให้กับนักศึกษาปริญญาเอกทางธุรกิจในประเทศไทย และต่างประเทศ และยังมีกิจกรรม Junior Faculty Consortium สำหรับอาจารย์ที่ยังใหม่ (ทำงานไม่เกิน 2 ปี) ต้องการคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ประสบความสำเร็จในวงการวิชาการในเรื่องของเทคนิคการทำงาน การสอนและการทำวิจัยให้ประสบความสำเร็จ
ส่วนงานวันที่สอง ในช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายของ Keynote ศ.ดร.ไมเคิล ดี.มายส์ ต่อเนื่องด้วยช่วงของการนำเสนอผลงานวิชาการที่น่าสนใจ ที่ผ่านการคัดเลือกจากหัวข้องานวิจัยกว่า 40 บทความ ซึ่งในช่วงเที่ยงจะคั่นด้วยการสัมมนา Business Leader’s Forum สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์ของทางนิด้า โดยงานนี้สามารถรองรับผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาได้ถึง 400 – 500 คน สุดท้ายช่วงบ่ายจะเป็นการบรรยายในหัวข้อทิศทางของนวัตกรรมและการบริหารธุรกิจโดย ศ.ดร.เหมันต์ เมอร์ชานต์ และตามด้วยพิธีปิดมีการมอบรางวัลงานวิจัยดีเด่น
รศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน ยังกล่าวถึง การปรับตัวของผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ที่เรื่องของ Disruption เข้ามามีบทบาทในแง่มุมต่างๆ ว่า “การปรับตัว” เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นยุคของการเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี นวัตกรรม และรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น วันนี้คนไม่ดูทีวี ไม่ฟังวิทยุ แต่คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากโทรศัพท์มือถือ คนไม่เชื่อโฆษณาไม่เชื่อโบรชัวร์แต่คนเชื่อคอมเม้นต์บนพันทิพย์ วงใน หรือเข้าไปดูรีวิวบนทริปแอดไวเซอร์
ธุรกิจที่จะอยู่รอดควรต้องทำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น และไม่มีธุรกิจโมเดลไหนสามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมได้ตลอดไป ดังนั้นใครที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมได้ก็สามารถอยู่รอดได้ แต่ใครที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็จะต้องหายไปจากโลกธุรกิจ
“เราตั้งใจให้สัมมนาครั้งนี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักวิชาการ และนักธุรกิจให้สามารถเข้ามาอัพเดททิศทางธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป้าหมายของเรา คือ การมุ่งสร้างเครือข่ายของนักวิชาการ และภาคธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพราะในยุคของ Disruption การทำธุรกิจควรมีงานวิชาการเข้ามาร่วมสนับสนุนแลกำหนดทิศทาง ขณะเดียวกันการทำงานวิจัยก็ต้องตอบโจทย์ของภาคธุรกิจด้วย ส่วนข้อมูลของงานสัมมนาครั้งนี้ เราจะนำมาเผยแพร่บนเฟสบุ๊คของทางคณะอีกครั้ง เพื่อให้ธุรกิจนำบทเรียนที่ได้จากงานสัมมนานี้ไปใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจต่อไป” รศ.พ.ต.ต.ดร.ดนุวศิน กล่าว
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://mba.nida.ac.th/conference/2018/