การปรับโครงสร้างของธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมานั้น ความน่าสนใจส่วนหนึ่งน่าจะอยู่ที่การแตกบริษัทใหม่คือ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) เพื่อดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของการปรับโครงสร้างในครั้งนั้น โดยเริ่มมีการโอนลูกค้าจากไทยพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะแล้วเสร็จในวันที่ 10 ธันวาคมนี้
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ คาร์ด เอกซ์ จะเป็นอีกการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการเข้าสู่โลกแห่งอนาคต ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่หากยังคงเป็นแบงก์พาณิชย์ อาจจะไม่สามารถเข้าไปได้
ไม่เพียงเท่านั้น การใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ ยังสามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าที่จะนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างตรงจุด
ต่อมุมมองดังกล่าวนี้ สารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด บอกว่า คนรุ่นใหม่เข้าถึงรูปแบบทางการเงินใหม่ๆ เต็มไปหมด ซึ่งคาร์ด เอกซ์ เอง ก็จะทำธุรกิจการเงินโดยเน้นหนักเรื่องของการเอาเทคโนโลยีมาใช้ เราคงไม่บอกว่าเราจัดตั้งบริษัทใหม่โอนกิจการออกมาแล้วทำธุรกิจโดยใช้ขีดความสามารถเดิมๆ เรามีแผนว่าการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หรือทำให้คนเข้าถึงสินเชื่อได้โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย
“วันนี้ด้วยโควิตเห็นว่าคนไทยมีการเรียนรู้เรื่องของดิจิทัลสูงขึ้น อย่างเช่น แอปเป๋าตังค์จะมีคนเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มค่อนข้างเยอะ เรื่องของการสั่งอาหารต่างๆ นานาเติบโตค่อนข้างเยอะ เชื่อว่าในอนาคตถ้าเราไม่สร้างขีดความสามารถ หรือไม่เอาเทคโนโลยีมาใช้ เป็นขีดความสามารถหลักของเราก็จะแข่งขันยาก”
เขายังบอกอีกว่า Mission Statement คาร์ด เอกซ์ วางไว้คือ ต้องเป็นคนที่ Pioneer ในเรื่องของ AI หรือการนำ AI มาช่วยพัฒนาประสบการณ์บริการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า เพื่อที่จะให้เขาเข้าถึงบริการหรือสินเชื่อได้อย่างสะดวกสบาย โดยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน Advanced AI Analytics รวมถึงการใช้ข้อมูลทางเลือกอื่นๆ (Alternative Data) เพื่อสร้างเครื่องมือสำหรับ ตอบโจทย์ความต้องการทางสินเชื่อของลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการที่หลากหลายให้ได้มากที่สุด
“สิ่งที่อยู่ในแผนก็คือ ในอดีตเวลาเราอยู่ที่แบงก์เราอาจจะไม่ได้ลงไปในเซกเมนท์นี้ อย่างพวกสินเชื่อสำหรับคนรายได้น้อยต่ำกว่าหมื่นห้าพันบาท คงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เราจะออกมา ให้คนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของคาร์ดเอกซ์มากขึ้น เช่นเดียวกับบางผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยทำที่แบงก์ เช่น Buy Now Pay Later ซึ่งวันนี้ทั่วโลกค่อนข้างในความสนใจค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นการซื้อของบนอีคอมเมิร์ซ เรื่องพวกนี้ก็จะเกิดขึ้น”

สารัชต์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนที่ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ยังอยู่กับธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากเป็นองค์กรใหญ่ จึงค่อนข้างที่เน้นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง สิ่งเป็นผลบวกก็คือธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน จริงๆ แล้วแนวทางในการบริหารความเสี่ยงของสินเชื่อพวกนี้มีความแตกต่างมากกับสิ่งที่แบงก์คุ้นชิน ซึ่งแบงก์คุ้นชินกับสินเชื่อที่มีหลักประกัน การบริหารความเสี่ยงของ 2 โปรดักส์นี้มีความแตกต่างกัน ต้องบอกว่าพอเราแยกออกมาทำธุรกิจภายใต้คาร์ดเอกซ์ เราไม่ถูกข้อจำกัดของแบงก์ในการบริหารงานแบบเดิม ซึ่งอาจจะเหมาะกับหลายๆ อัน แต่อาจไม่เหมาะกับธุรกิจนี้ เพราะมันไดนามิกมาก มันไม่มีหลักประกัน
“ผมคิดว่าขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจะเป็นตัวหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถทำให้คนเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น เพราะถ้าผมบริหารความเสี่ยงไม่เก่งก็จะไม่กล้าปล่อย ถ้าเก่งเรื่องบริหารความเสี่ยงก็จะสามารถกล้าปล่อยเซ็กเมนต์ที่คนอาจจะมีรายได้น้อย หรือคนที่อาจมีประวัติบ้าง แต่ถ้าอยู่แบงก์จะถูกจำกัดอยู่แค่คนไม่เสี่ยง เครดิตคาร์ดจะมีคน 2 รูปแบบ มีชอบผ่อนจ่ายกับชำระครั้งเดียวตรงเวลา เน้นก็อาจจะเน้นเรื่องคนตรงเวลา ตรงนี้จะเป็นการเปิดน่านน้ำใหม่สำหรับเรา ผมคิดว่าเป็นการทำธุรกิจเดิมแต่ด้วยความสามารถใหม่ๆ ของเรา ด้วยวิธีการบริหารใหม่ๆ จะทำให้เราสามารถเข้าถึงเซ็กเมนต์ของคนที่เราไม่เคยเข้าถึงในอดีตได้”
ขณะที่เรื่องของการทำ Branding นั้น สารัชต์ มองว่า สมัยก่อนอาจจะได้ยินคอมเมนท์ว่าไทยพาณิชย์เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงค่อนข้างยากสำหรับคนที่รายได้น้อย หรือปานกลาง แต่เมื่อเป็น คาร์ด เอกซ์ แล้ว จะพยายามสร้างแบรนด์โดยไปมราเน้นเรื่องของการสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสีสัน รูปลักษณ์ต่าง ๆ นั่นเป็นสิ่งที่เราพยายามจะเน้น จริง ๆ เราให้ความสำคัญกับทุกเซ็กเมนต์ แต่ในอนาคตเซกเมนต์ที่เน้นจะเป็นนิวเจน คนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ เป็นกลุ่มที่คิดว่าจะมีการเติบโต โดยอยากเป็นแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่นึกถึง
“การ Branding คงขึ้นอยู่กับช่วงของการที่เราจะออกโปรดักส์หรือบริการ คงเลือกว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เหมาะกับเซ็กเมนต์ไหน คงจะเลือกแคมเปญหรือ Branding ที่เหมาะสมกับกิจกรรมนั้น คงไม่ได้มีลักษณะของคนๆ เดียวที่จะมาใช้ เราอาจจะมีหลากหลาย ผมเชื่อว่าทุกเซ็กเมนต์มีความต้องการที่แตกต่างกัน ถ้าเราเป็นแบรนด์ที่พยายามจะสร้างในเรื่องคอนซูเมอร์เซนทริกเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง เราต้องมีความแตกต่างในแต่ละเรื่องที่เราเปิดตัวออกไป”
ส่วนอีกกลยุทธ์สำคัญที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจก็คือ Partner Ecosystem ที่จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งของ Ecosystem ผ่านเครือข่ายพันธมิตรร้านค้ากว่า 100,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุม 12 กลุ่มไลฟ์สไตล์ พร้อมเดินหน้าเพิ่มจำนวนพันธมิตรร้านค้าอีกกว่า 50,000 แห่ง เสริมแกร่งพันธมิตรที่เป็นร้านค้าขนาดเล็ก และร้านค้าที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงพันธมิตรร้านค้าสำหรับสินค้าและบริการที่ใช้รายวัน
“เราเชื่อเรื่องของพันธมิตร เพราะเราเชื่อว่าหลายเรื่องไม่ต้องเองตั้งแต่ต้น ถ้าเราหาพาร์ทเนอร์ที่เก่งและแข็งแรงได้ ผมว่ามันเป็นสิ่งทำเรื่องของโนวเลตทรานฟอร์มได้เร็ว ถ้าถึงเวลาเราคงมีโอกาสเล่าให้ฟัง เช่น ที่เราทำ Buy Now Pay Later ก็เป็นการเซตอัพ JV หรือ Joint Venture กับบริษัทต่างประเทศในการทำโปรดักส์ซื้อก่อนผ่อนทีหลังบนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม เพราะถ้าเราเองก็คงช้า และคงไม่มีความชำนาญเท่ากับทางพาร์ทเนอร์”

สารัชต์ ยังบอกถึงเป้าหมายของ คารด์ เอกซ์ว่า วิสัยทัศน์ของคาร์ด เอกซ์ ต้องการเป็นเดอะ โมส แอด มายด์คือเป็นแบรนด์ที่ทุกคนนึกถึง สามารถสร้างประสบการณ์ บริการที่ประทับใจสำหรับทุกคนได้ เข้าถึงง่าย
นอกจากนี้ ยังต้องการเป็นไฟแนนซ์เชียล แพลตฟอร์ม แปลว่าเราคงไม่ได้ทำเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิค และสินเชื่อส่วนบุคคล เรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการป้องกันความเสี่ยงได้ ทั้งเฮลธ์แคร์และประกันด้านอื่น ๆ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถเสนอได้บนแพลตฟอร์มของคาร์ด เอกซ์
“คำว่าแพลตฟอร์มนั้นแน่นอนเราจะเน้นเรื่องของการเอาพวกดิจิทัล แพลตฟอร์มต่าง ๆ มาใช้ในการที่จะเข้าถึงและเอนเกจกับลูกค้า จริง ๆ อันหนึ่งที่อยากแชร์คือเราก็เป็นฟินเทค ในมุมมองที่ว่าการพัฒนาขีดความสามารถเรื่องผลิตภัณฑ์และบริการในยุคต่อไป จะมาจากการเอาเทคโนโลยี เรื่องเอไอเข้ามาใช้ วันนี้เรามีการลงทุนสองพันล้านบาทที่จะพัฒนาเรื่องของระบบ ซึ่งเป็นเรื่องของคลาวด์ จริง ๆ แล้ว คาร์ดเอกซ์อยู่บนระบบเรื่องของคลาวด์ร้อยเปอร์เซ็นต์
ข้อดีไม่ใช่เฉพาะแค่เราสามารถเก็บข้อมูลอยู่บนฟ้าได้ แต่เป็นเรื่องของการที่บอกว่าการที่เราอยู่บนคลาวด์ทำให้เราสามารถที่จะทำเรื่อของการใช้โมเดลต่าง ๆ การใช้ดาตา การประมวลผลต่าง ๆ อย่างเรียลไทม์ รวดเร็ว และสามารถทำในจำนวนข้อมูลมหาศาล เพราะคลาวด์คอมพิวติ้งคือการประมวลข้อมูล เรื่องของดีฟเทคต่าง ๆ เป็นพื้นฐานสำคัญที่เราลงทุนไปแล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่อยากเล่าให้ลูกค้าฟังว่าเป็นสิ่งที่เราพยายามเอาเรื่องของระบบและความสามารถของเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งเรื่องของระบบเป็นพื้นฐาน แต่ด้วยพื้นฐานที่ดีที่เราลงทุนไป เราจะเอาอะไรไปใช้ เรื่อง AI จะเป็นตัวผลักดันจะเป็นอาวุธหลัก ในการผลักดันประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า และจะเป็นอาวุธสำคัญในการทำธุรกิจของเรา” สารัชต์ กล่าวปิดท้าย