ในวงการธุรกิจการจะก้าวขึ้นไปยืนในตำแหน่งผู้นำได้ หรือการรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เช่นเดียวกับ
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาและนำเสนอประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ บริการ และสิ่งดีที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการสร้างประโยชน์และความสุขให้แก่ลูกค้าเสมอ และนั่นคือความยั่งยืนที่
คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มองว่าเป็นปัจจัยที่จะช่วยทำให้เอไอเอสรักษาความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่อยู่ในใจของลูกค้าได้ จนทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่มีคะแนนเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่ม “เทคโนโลยีโทรคมนาคม” จากการสำรวจ
2022-2023 Thailand's Most Admired Company ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง ความโดดเด่นที่ถือเป็นความแตกต่างของเอไอเอส คือความมุ่งมั่นสร้างคุณภาพผลิตภัณฑ์และงานบริการที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ Stakeholder ทุกกลุ่ม โดยยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจของเอไอเอสจะมุ่งเน้นใน 4 กลุ่ม คือ
- Mobile 5G ธุรกิจหลักซึ่งพร้อมเสริมศักยภาพด้วยการเป็นโครงข่ายอัจฉริยะ AI, Data Analytic
- AIS Fibre เน็ตบ้านที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดจากนวัตกรรมและงานบริการ 24 ชั่วโมง
- Enterprise Business ธุรกิจที่ถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ที่ใช้นวัตกรรมพร้อมจุดแข็งของพาร์ทเนอร์สร้างความแข็งแกร่งใน Ecosystem ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- New Digital Service ที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ เช่น Mobile Payment, Insurance, Healthcare
เอไอเอสยังสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งสำหรับลูกค้า ที่ถือว่าเหนือกว่าเครือข่ายอื่นๆ เช่น AIS PLAY ที่คว้าสิทธิ์การถ่ายทอดศึกไทยลีกฤดูกาล 2022-2023 ในฐานะ Official Broadcaster ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ให้คนไทยได้เชียร์บอลกันอย่างเต็มที่กว่า 800 แมตช์ รวมถึงการถ่ายทอดสด Event สำคัญๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ ทั้ง concert รวมไปถึง Original Series ที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะผู้นำ เอไอเอส เริ่มศึกษาและนำเทคโนโลยีโลกเสมือนมาให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ ไม่ว่าจะเป็น AIS 5G PLAY AR/VR, V-Avenue.Co, และ Avatar Park
สำหรับปีที่ผ่านมา คุณปรัธนา เสริมว่า Success Story ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือส่วนของ AIS Fibre ซึ่งนำเสนอประสบการณ์เน็ตบ้านคุณภาพให้คนไทยผ่านแนวคิด “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า”
“เราเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาให้บริการ และพัฒนาบริการใหม่ๆ เช่น บริการ Speed Toggle, บริการเอไอเอส ไฟเบอร์ กูรู และบริการ AIS Fibre Line Connect เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของลูกค้ายุคใหม่ ส่งผลให้ AIS Fibre ได้รับรางวัลผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2020 (2020 Asia-Pacific Fixed Broadband Service Provider of the Year) จาก Frost & Sullivan องค์กรให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการวิจัยเชิงธุรกิจที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี โดยเอไอเอส ไฟเบอร์ เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รายแรกของไทยที่ได้รับรางวัลและได้คะแนนสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการอื่นๆ ในอีก 8 ประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”
ส่วนของธุรกิจ AIS Business มีการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของโครงข่ายด้วย Intelligent Network เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co ที่จะมาช่วยต่อยอดเป้าหมายการทำงานในฐานะผู้นำตลาดที่มุ่งส่งเสริมและผลักดันดิจิทัลเทคโนโลยีสู่กลุ่มลูกค้าองค์กร โดยเอไอเอส มุ่งสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบในแง่การแข่งขัน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทรานส์ฟอร์มองค์กรไทยด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ผ่านโซลูชั่นเครื่องมือดิจิทัล เช่น AIS 5G NEXTGen Platform สำหรับการพัฒนา 5G Use Cases การใช้งาน 5G ในภาคอุตสาหกรรม บริการ Cloud Security รวมถึง AIS Cloud X ระบบนิเวศคลาวด์อัจฉริยะ และเป็นรายแรกที่ให้การสนับสนุนให้ภาคธุรกิจไทยใช้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยมาร์เก็ตเพลสซอฟต์แวร์ อย่าง AIS Biz App Mart
นอกจากนี้ เอไอเอส ยังสร้างปรากฏการณ์ให้วงการอีสปอร์ตด้วยการแข่งขันเกม Pokémon Unite ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยการจับมือกับบริษัท โปเกมอน จำกัด (The Pokémon Company) เพื่อฉลองครบรอบ 1 ปีสำหรับการคิกออฟเกมดังกล่าวด้วย

ต้องยอมรับว่าปัจจัยความสำเร็จส่วนหนึ่งของเอไอเอส เกิดจากการเป็นองค์กรนวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดอยู่เสมอ ปีที่ผ่านมา เอไอเอส ส่งนวัตกรรมที่ถือว่าโดดเด่นหลายเรื่อง เช่น Metaverse ผ่านการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าได้รู้จักกับน้อง “ไอ ไอรีน” Metaverse Human คนแรกของไทย และปรากฏการณ์ใหม่กับการแสดงโชว์ร่วมกับ แบมแบม GOT 7 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น The 1st Live Multiverse Avatar Realtime Performance รวมถึงโชว์ศักยภาพของ 5G ด้วยการเป็นหนึ่งใน Guest Speaker ภายในงาน iCreator Conference 2022 โดยมีการพูดคุยถามสด ตอบสด แบบเรียลไทม์ นับเป็นครั้งแรกในวงการ Metaverse ของไทยที่สามารถพัฒนาให้ Metaverse Human สามารถพูดคุยตอบโต้ได้

ส่วนของนวัตกรรม 5G ทาง AIS 5G จับมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทดสอบ 5G ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน ร่วมเปิดตัวศูนย์ 5G R&D ในชื่อ “AIS 5G PLAY GROUND &5G GARAGE” แห่งแรกของสถาบันการศึกษาในเมืองไทย ณ อาคาร 100 ปี วิศวฯ จุฬา ที่ติดตั้ง LIVE Private Network ด้วยสถานีฐาน 5G กับ 2 คลื่นความถี่ 2600 MHzและ 26 GHz (mmWave) พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรม 5G ให้นิสิตและคณาจารย์หนุนภาคอุตสาหกรรม เสริมแกร่งประเทศ รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับ ZTE บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และเทคโนโลยีโทรคมนาคมสัญชาติจีน เปิดตัวโชว์เคส AIS 5G x ZTE LIVE Hologram ให้ผู้สนใจในอุตสาหกรรมบันเทิง หรือผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจัดอีเวนท์ สัมผัสประสบการณ์ชมการแสดงสดๆ ด้วยการถ่ายทอดสดภาพการแสดงจากศิลปินที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างเวที ให้สามารถมาปรากฏตัวในรูปแบบ Hologram และร่วมแสดงโชว์ไปด้วยกัน มีการสื่อสารและโต้ตอบระหว่างกันได้แบบ Real Time จากศักยภาพของเทคโนโลยี AIS 5G ซึ่งมีคลื่นความถี่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย
การบริการถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของเอไอเอส ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มี Service Mind เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
“เราเป็นองค์กรที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสมผสานงานบริการอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ลืมการให้บริการด้วยใจในแบบ Human Touch ตามหลักแนวคิดที่ 1 ดูแลด้วยใจ ให้ชีวิตดิจิทัล ที่เรายึดถือมาโดยตลอด เกิดเป็นสี่มิติใหม่แห่งงานบริการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการ Full-E ที่เข้ามาช่วยแก้ไขทุกความกังวลใจของลูกค้า และยกระดับความสะดวกสบายทั้งเช็ก จ่าย รับบิลและใบเสร็จ ครบจบในแอป my AIS เพียงแอปเดียว ซึ่งประกอบไปด้วย eBill เช็กบิลค่าใช้บริการผ่านมือถือ พร้อม SMS แจ้งเตือน ePay จ่ายบิลออนไลน์ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking App, Rabbit LINE Pay และ eReceipt เรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้สูงสุด 3 เดือน นอกจากนี้เรายังดูแลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยระบบแสดงตนแบบพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือ Face Recognition ที่มีประสิทธิภาพ ปลดล็อกความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ ครบทุกช่องทางการจำหน่าย สุดท้ายเรายกระดับงานบริการด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การจับมือกับ Google ในฐานะ Official Partner พัฒนา Action on Google บน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือที่ให้ลูกค้าสะดวกสบายเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น โดยสามารถเข้าถึงแอป my AIS และ AIS PLAY ได้ทันที ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยโดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหา ถือเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถใช้ Local Language หรือภาษาไทยบน Google Assistant ได้”
ความแข็งแกร่งเหล่านี้ส่งผลให้ผลประกอบการของเอไอเอส ปี 2564 โดยรวมยังคงสามารถสร้างการเติบโตได้ในทุกมิติ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 181,333 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตร้อยละ 4.9 และกำไรสุทธิ 26,922 ล้านบาท พร้อมยกระดับจาก Digital Life Service Provider เมื่อ 6 ปี สู่ Cognitive Tech-Co ที่มุ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับลูกค้า สามารถสร้างบริการแบบ Personalization ได้อย่างสอดคล้องกับทุกความต้องการ อีกทั้งยังต้องรวดเร็วและตอบสนองในระดับ Real Time ได้อย่างดีที่สุด
“ล่าสุดเราเดินหน้ายกระดับโครงข่ายไฟเบอร์ สู่ 2 Gbps เป็นรายแรกของไทยให้บริการครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.5 ล้านครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และรวมกว่า 8 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด และได้รับความไว้วางใจจากคนไทยแล้วกว่า 1.7 ล้านราย เช่นเดียวกับการพัฒนานวัตกรรมโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมสูงสุดทั่วประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 90% ในเขตกรุงเทพฯ ครอบคลุม 100% ในพื้นที่ EEC อีกทั้งยังนำนวัตกรรมมายกระดับโครงข่ายด้วยเทคโนโลยีล่าสุดระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น mmWave ด้วยความเร็วถึงระดับ 4 กิกะบิตต่อวินาที และ 5G CA ครั้งแรกของโลก รวมถึง Voice over 5G New Radio (VoNR) ให้โทรชัดใสได้บนเครือข่าย 5G SA รายแรกในไทย”
แม้การเติบโตทางธุรกิจจะเป็นไปอย่างน่าพอใจ แต่เอไอเอสก็ไม่ลืมที่จะส่งต่อความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินธุรกิจตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการมองประเด็นต่างๆ ทั้งในแง่ความเสี่ยงและโอกาสตาม “แนวทางกลยุทธ์สามมิติ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อมในโลกดิจิทัล” ครอบคลุมในมิติการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ (Drive Digital Economy) สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม (Promote Digital Inclusion) และการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Act on Climate) โดยมีโครงการที่โดดเด่น เช่น โครงการแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์ มุ่งพัฒนาให้เป็นเครื่องมือสื่อสารเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อความสะดวกรวดเร็วและทำงานแบบเชิงรุก โครงการ AIS Call Center สร้างอาชีพแด่ผู้พิการ สนับสนุนการดำเนินงานที่คำนึงถึงด้านสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม ซึ่งปัจจุบันมีการจ้างงานผู้พิการที่ปฏิบัติงานทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 106 คน โครงการ "อุ่นใจ CYBER" มุ่งให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงการรับมือกับภัยไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโครง ข่าย ในปี 2564 มีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์อีก 2,748 แห่ง ทำให้ปัจจุบันมีสถานีฐานและศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ กับอาคารชุมสายที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 5,561 แห่ง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8,139 tCO2e โครงการคนไทยไร้ E-Waste เพื่อจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
แผนการทำงานในปีต่อไป เอไอเอสยังคงมุ่งเดินหน้านำคลื่นความถี่ 5G ที่ประมูลได้มาสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมได้ยกระดับไปอีกขั้น สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต หรือแม้แต่อุตสาหกรรมบันเทิง หรืออีเวนท์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม, ลูกเล่นและโอกาสใหม่ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวสู่ Virtual Industry ที่สมบูรณ์แบบได้อย่างไรก็ตามเพื่อให้มั่นใจว่าเอไอเอสจะสามารถรักษา Top of Mind ในใจของลูกค้าได้ เอไอเอส จะยังคงยึดมั่นในการไม่หยุดพัฒนาที่จะนำเสนอประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์ บริการ และสิ่งดีที่สุดให้ลูกค้า
“เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการออกมาให้สามารถตอบสนองความต้องการสร้างประโยชน์และความสุขให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์นี้ การสื่อสารกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานประจำวันของคน เราจึงต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานของ Network ที่ต้องไม่ดรอป ถ้าลูกค้าเกิดปัญหาเขาต้องติดต่อเราได้ เราต้องดูแลลูกค้าตลอดเวลา ในสถานการณ์นี้เราจึงต้องปรับตัวเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Call Center เรื่อง Shop ซึ่งเราเองก็ถูกปิดตามมาตรการของรัฐ แต่ด้วยความที่เรายึดมั่นเรื่องของ Product Innovation เราจึงมีบริการที่ตอบรับลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เช่น myAIS App ที่สามารถทำธุรกรรมทุกอย่างได้ หรือ LINE AIS Shop ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเราได้ตลอดเวลา รวมถึงการเตรียมพนักงานให้พร้อมกับบริการทางออนไลน์เสมอ การเตรียมตัวและพัฒนาของเราอย่างต่อเนื่องทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่สะดุด ทำให้ลูกค้าไม่เกิดอุปสรรคในการติดต่อสื่อสาร” ®