ความน่าสนใจของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น นอกจากจะอยู่ที่ขนาดของตลาดที่เป็นรองแค่อาหารตะวันตกอย่าง Quick Service Restaurant หรือ QSR ในแง่ของมูลค่าตลาด โดยตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรามีในปีนี้จากการประเมินของผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นนั้น น่าจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งเขยิบเข้ามาใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าการเกิดโควิด
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ การเติบโตของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ที่ยังมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ ทำให้เราได้เห็นการเกิดขึ้นของร้านอาหารญี่ปุ่นในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกับการเข้ามาทำตลาดของต้นตำรับจากญี่ปุ่น โดยพรีเมียมเทรนด์นี้จะเห็นว่า มีมิชลินสตาร์เข้ามาเปิดในบ้านเรามากขึ้น
ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยเอง ก็มีประสบการณ์การบริโภคร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีไม่น้อยคุ้นเคยกับการมีประสบการณ์ตรงจากประเทศญี่ปุ่น จึงมีความคาดหวังหรือความต้องการที่มากขึ้น จากแค่รูปแบบการบริโภคเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว
ทำให้ผู้เล่นหน้าเดิมๆ ต้องมีการปรับเกมเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไป การปรับโฉม “โออิชิ แกรนด์” สาขาพารากอน ที่เพิ่งเปิดตัวโฉมใหม่ไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คือ 1 ในภาพสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ โออิชิ บอกว่า เทรนด์การเติบโตของอาหารญี่ปุ่นยังคงมีอยู่ โดยตลาดแมส ยังมีโอกาสเติบโตอยู่ ขณะที่ตลาดพรีเมียม จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่หันมาดูแลตัวเองผ่านการบริโภคอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้อาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ยังมีการเติบโตที่ดีเช่นกัน แต่ต้องมีการเน้นหรือให้ความสำคัญกับการนำเสนอคุณภาพที่ตอบโจทย์ ตลอดจนสามารถตอบรับไลฟ์สไตล์การบริโภคของพวกเขาได้
การปรับโฉมโออิชิ แกรนด์ นอกจากมุ่งเน้นในเรื่องของการนำเสนอ และมุ่งส่งมอบประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ วัตถุดิบคุณภาพ สะอาด สดใหม่ ที่ครบครัน และหลากหลายกว่าที่เคย ผสานการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการอย่างระบบการสั่งอาหารอัตโนมัติผ่านคิวอาร์โค้ดด้วยแท็บเล็ต ณ จุดให้บริการภายในร้าน หรือโทรศัพท์มือถือส่วนตัว เป็นต้น ขณะเดียวกัน ก็ให้ความสำคัญกับการปรุงประกอบอาหารแบบจานต่อจาน ในลักษณะ Made-to-Order ด้วยความพิถีพิถัน และใส่ใจ เพื่อคุณภาพและความสดใหม่ของอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) โดยเปล่าประโยชน์ รับเทรนด์การบริโภคอาหารแบบยั่งยืน
“เรามีการปรับจากการเป็นบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ มาสู่การเป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น โดยให้ความสำคัญกับการนำอินไซต์ของผู้บริโภคมาปรับเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างเรื่องของการ Made-to-Order นั้น ก็เป็นการหยิบเอารูปแบบของโอมากาเสะ หรือการที่เชฟแต่ละร้านนำ วัตถุดิบพรีเมียม มารังสรรค์เป็นซูชิแบบพรีเมียม แบบฟิวชั่น และเมนูอื่น ๆ แบบแปลกใหม่ อีกมากมาย สิ่งนี้เป็นอีกประสบการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากอินไซต์ของผู้บริโภคโดยตรง โดยเราจะให้ความสำคัญกับการเป็นซูชิ เดสติเนชั่น ที่ขายคุณภาพและความสด”
โออิชิ พยายามที่จะเติมประสบการณ์ใหม่ๆ ในการบริโภคอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ โดยทำภาพให้โออิชิ แกรนด์ เป็น Authentic Japan อย่างการเติมรูปแบบของ “โอมากาเสะ” ที่มีภาพของความเป็นพรีเมียมในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เข้าไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ถูกเติมเข้าไปเพื่อสะท้อนจุดยืนของการเป็นเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น หรือ KING OF JAPANESE FOOD นั่นเอง
สำหรับ “โออิชิ แกรนด์” โฉมใหม่ ตั้งอยู่ในโซน ฟู้ด พาสสาจ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นการย้ายจากพื้นที่แถวบริเวณหน้าลิฟท์มาด้านใน แม้พื้นที่จะเล็กลงกว่าเดิม ที่ 400 ตร.ม. 130 ที่นั่ง จากพื้นที่เดิมเกือบ 600 ตร.ม. 200 ที่นั่ง แต่สิ่งที่ปรับเปลี่ยนให้แตกต่างไปจากเดิมก็คือ จะมีการจัดโซนที่นั่งให้สอดรับกับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มธุรกิจและกลุ่มนักท่องเที่ยวมากขึ้น

นอกจากบรรยากาศร้านที่เน้นความเป็นญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่ถูกปรับเปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือ การเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในลักษณะของการเป็นบุฟเฟต์ + อะลาคาร์ท โดยมี 3 ระดับราคาคือ ระดับ “PREMIUM Buffet” อิ่ม ฟิน ไม่อั้น กับซูชิระดับโอมากาเสะ และซาชิมิ ชิ้นโต เต็มคำ พร้อมอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ เมนูยอดนิยมต่าง ๆ รวมกว่า 140 รายการ ในราคาท่านละ 1,059 บาท++
ระดับ “PLATINUM Buffet” อิ่ม ฟิน ไปอีกขั้น กับซูชิระดับโอมากาเสะ และซาชิมิ ชิ้นโต เต็มคำ พร้อมอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ เมนูยอดนิยมต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วยเมนูพิเศษระดับแพลทินัม อาทิ ซูชิโฮตาเตะย่างซอสอูนิ ยากินิคุเนื้อวากิว หอยเชลล์ซอสมิโสะย่างใบโฮบะ ฯลฯ รวมกว่า 190 รายการ ในราคาท่านละ 1,659 บาท++
ระดับ “PRESTIGE Buffet” อิ่ม ฟิน ขั้นสุด กับซูชิระดับโอมากาเสะ และซาชิมิ ชิ้นโต เต็มคำ พร้อมอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ เมนูยอดนิยมต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วยเมนูพิเศษระดับเพรสทิจ อาทิ ซูชิชูโทโร่คาเวียร์ กุนกันอูนิเนกิโทโร่คาเวียร์ ยากินิคุเนื้อวากิวญี่ปุ่น A4 ฯลฯ รวมกว่า 200 รายการ ในราคาท่านละ 2,659 บาท++

การปรับโฉมโออิชิ แกรนด์ ในครั้งนี้ ผู้บริหารของโออิชิ บอกว่า จะดูผลสำเร็จที่เกิดขึ้นก่อน ถ้าการตอบรับดี จะมีการขยายสาขาที่ 2 หรือสาขาที่ 3 ตามมา โดยมีทำเลพร้อมที่จะสามารถเปิดได้ อย่างการเข้าไปเปิดในโครงการ One Bangkok เป็นต้น
ขณะเดียวกัน รูปแบบการให้บริการที่เป็น Made-to-Order นั้น อาจจะมีการนำมาปรับใช้กับร้านอาหารในเครือแบรนด์อื่นๆ เพราะนอกจาก จะเป็นประสบการณ์ใหม่ในการใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นในแนวบุฟเฟต์แล้ว ยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของการลดขยะที่เหลือจากการบริโภคหรือ Food Waste ซึ่งเป็น 1 ในเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่โออิชิวางไว้อีกด้วย
ที่สำคัญ ยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน โดยเฉพาะกับการทำร้านบุฟเฟต์พรีเมียมที่ต้องคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพที่มีราคาค่อนข้างสูง การเสิร์ฟแบบพอดีกิน ในจำนวนที่ไม่มากเกิดไปนั้นจะเป็นตัวช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
เป็นอีกการปรับเกมการทำตลาดใหม่ ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว....