หลายคนดีใจเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายมากขึ้น เพราะนั่นหมายความว่า เราจะได้ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ แม้จะเป็นความปกติในรูปแบบใหม่ก็ตาม คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเริ่มกลับไปเดินทางท่องเที่ยว กลับไปทำงานที่ออฟฟิศ พบปะเพื่อนฝูง และร่วมกิจกรรมสันทนาการต่างๆ อีกครั้ง
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำแบบนั้นได้ เพราะยังมีประชากรกลุ่มเสี่ยง อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง และผู้ป่วยโรคไตที่ยังไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไป เพราะถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วแต่ร่างกายอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เพียงพอ คือสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เองระดับหนึ่ง แต่เป็นระดับที่ไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรคหรือมีปัญหาภูมิตกเร็ว อันเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือการได้รับยากดภูมิคุ้มกัน จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อและเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

มีคำถามตามมาว่า ในเมื่อโควิดยังอยู่กับเราและเราต้องอยู่กับโควิด-19 ต่อไป กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะมีทางออกอย่างไร หลังจากที่ทีม BrandAge ได้มีโอกาสดูคลิปวิดีโอจากแคมเปญ “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ” ก็พบคำตอบ
คลิปหนังสั้นในแคมเปญ “เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวระหว่างคู่แม่ลูกซึ่งลูกสาวเป็นผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองจึงไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไป และไม่อยากเสี่ยงกับโควิด-19 เพราะหากติดเชื้อจะส่งผลให้เกิดภาวะเจ็บป่วยรุนแรงหรืออาจเสียชีวิตได้ แต่สุดท้ายภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป หรือ LAAB ก็สานฝันให้แม่ลูกคู่นี้ได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินในดวงใจด้วยกันหลังจากครั้งหนึ่งเคยพลาดโอกาสนี้ไป
แคมเปญนี้จึงเป็นการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความรุนแรงของโควิด-19 ในกลุ่มคนที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด รวมถึงประโยชน์ของ LAAB ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทำให้ประชากรกลุ่มนี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

เมื่อเราไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมทำให้รู้ว่า LAAB (Long-acting Antibody) หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป คือยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวแบบผสม ปัจจุบันได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขในประเทศไทยให้นำมาใช้สำหรับการฉีดเพื่อป้องกันและรักษาโควิดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยนำมาใช้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวอย่างน้อย 40 กิโลกรัม โดย LAAB จะฉีดที่สะโพกทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่เสริมภูมิคุ้มกันได้เลย โดยออกฤทธิ์ใน 6 ชั่วโมง จึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป หรือไม่ตอบสนองต่อวัคซีน

กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางการใช้ LAAB เพื่อการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อในกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดหรือมะเร็งที่อวัยวะอื่นๆ ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิ รวมไปถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มสุดท้ายเกิน 6 เดือน ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มสุดท้ายเกิน 6 เดือน เป็นต้น
LAAB จึงเป็นตัวช่วยสำหรับเสริมภูมิคุ้มกันให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ สำหรับคนที่มีพ่อแม่และญาติที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับยา LAAB นี้ และผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายในการรับยา LAAB ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข สามารถปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ หรือรพ. ต้นสังกัด เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้#เตรียมภูมิคุ้มกันให้ทุกความพิเศษ #เตรียมความพร้อมให้ทุกความพิเศษ TH-12838
สามารถรับชมวิดีโอได้ที่ :
https://www.youtube.com/watch?v=W1lFef55dc0&t=5s