ระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือน “Suan Meow Cat Garden Mae Wang” หรือ “สวนแมวแม่วาง” ได้กลายมาเป็น Destination ที่ร้อนแรงใน Airbnb สำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์การพักผ่อนที่สงบร่มเย็น และมีพนักงานต้อนรับเป็นแมวจรจัดที่เจ้าของเก็บมาเลี้ยงไว้ถึง 63 ตัว
Suan Meow Cat Garden Mae Wang เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “The Maewang Project" ขนาด 300 ไร่ ของ “จูดี้” จุรีพร ไทยดำรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ เกรย์เอ็นเจ ยูไนเต็ด นักโฆษณาระดับท็อปของประเทศไทยที่วางแผนชีวิตหลังวางมือจากอาชีพโฆษณามาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
จุรีพร เล่าว่าโครงการ Suan Meow Cat Garden เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ได้ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก โดยจุรีพรเริ่มพัฒนาโครงการที่แม่วางมาตั้งแต่ปี 2017 ด้วยการปลูกป่าในพื้นที่เสื่อมโทรมด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหลายหมื่นต้น และปล่อยให้ธรรมชาติค่อยๆ พื้นตัว

“จากที่เป็นป่าเสื่อมโทรม เราปลูกใหม่ไปหลายหมื่นต้นรวมแล้ว 5 ปีกว่า จนป่าเกิดมันคืนถิ่นเกิดมาได้ พอความชุ่มชื้นเริ่มกลับมาก็เริ่มมีความน่าอยู่ เพราะว่าร่มเย็น ต่างจากตอนแรกที่แห้งแล้งมากๆ พอนกเริ่มกลับมา สัตว์ป่า กระต่าย นกยูง เริ่มออกมาให้เห็น เริ่มน่าอยู่เราก็เริ่มทำศาลาใบไม้ขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน ส่วนตัวเป็นคนชอบไม้ไผ่ เพราะมันธรรมชาติ ไผ่ปลูกแถวนี้เยอะมาก หาง่าย แข็งแรง เราให้สถาปนิกชาวสเปนมาออกแบบศาลาเป็นรูปทรงใบสักคว่ำ เรียกว่า The Leaf เพื่อเอาไว้ทำกิจกรรมอเนกประสงค์”
จูดี้ เล่าเพิ่มเติมว่า จังหวะที่ COVID-19 ระบาด จึงมีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่ที่แม่วางบ่อยขึ้น และเริ่มพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ทั้งเจาะบ่อบาดาล, ติดแผงโซล่าร์เซลล์, เดินสายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระยะทาง 3.5 กิโลเมตรจากชุมสายที่ใกล้ที่สุดมาเพื่อที่จะสามารถทำงานจากสวนแม่วางได้
“พอมีน้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต เราก็เริ่มสองจิตสองใจว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ดีหรือไม่ หรือจะอยู่กรุงเทพฯ ต่อ เพราะพอเรามาบ่อย เราก็เริ่มชอบ เนื่องจากมันสงบ ร่มเย็น จนในที่สุดก็ตัดสินใจย้ายแมวที่เลี้ยงที่กรุงเทพฯ 63 ตัว มาอยู่ที่นี่ เพราะที่กรุงเทพฯ แมวอยู่ในห้องหลายๆ ตัว สุขภาพก็แย่ จริงๆ ก่อนหน้านี้ มีแผนที่จะทำคาเฟ่แมวที่ห้วยขวาง ทำจนสรุปแบบเรียบร้อย ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนใจ หยุดที่ห้วยขวางไว้ แล้วหันหัวมาเชียงใหม่มาทำสวนแมวแทน เพราะจะย้ายมาอยู่เองด้วย”

จุรีพรย้ายเข้ามาอยู่แม่วางเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมาอยู่ที่บ้านสลับกับบ้านบนต้นไม้ในสวนแมว ซึ่งรู้สึกผ่อนคลายมากๆ จึงเริ่มไม่อยากเก็บสถานที่นี้ไว้คนเดียว
“ปัญหาที่ทำให้พี่ตัดสินใจมาก็เพราะว่า หลังๆ พี่เป็นโรคนอนไม่หลับ สมองไม่ยอมชัตดาวน์ คือนอนอย่างไรก็ไม่หลับ เราไม่อยากกินยา เราลองรักษามาหมด ฟังเสียงคลื่นเดลต้า ฝังเข็ม กินวิตามิน เราลองมาหมด พอมาอยู่ที่นี่เราอยู่กับธรรมชาติจริงๆ ทำให้ปล่อยวาง ไม่ฟุ้งซ่าน เราก็หลับง่าย หลับลึก หลับเร็วกว่าที่กรุงเทพฯ มากๆ นอนได้เต็มอิ่มมากๆ พลังของธรรมชาติช่วยฟื้นฟูเรา เรารู้สึกว่ามันดี ก็เลยเริ่มคุยกับคนงานว่าเราจะลองเปิดรับคนดู อย่างน้อยก็เอารายได้มาช่วยค่าอาหารแมว แล้วแมวก็เริ่มแก่ ค่ายา ค่ารักษาก็แพง อย่างน้อยก็เอาค่าเช่าตรงนี้มาช่วยเลี้ยงแมว”
ความตั้งใจแรกของจุรีพรนั้น ต้องการสร้างบ้านให้เสร็จก่อน แต่พอเริ่มมีสื่อรายงานข่าวออกไปว่าเตรียมจะทำ Airbnb จึงเริ่มมีคนติดต่อเข้ามา ทั้งคนที่จะมาเที่ยว จะมาสมัครงาน ประกอบกับช่วงปลายปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของเชียงใหม่พอดี ก็เลยตัดสินใจลองเปิดให้จอง เพราะถ้าเสียโอกาสนี้ไปก็ต้องรอไปอีก 1 ปี แล้วทาง Airbnb ก็ติดต่อเข้ามาพอดีจึงได้เริ่มต้นคุยกัน

ด้วยจุดเด่นในเรื่องของบ้านแมวจรจัด 63 ตัว กับบ้านไม้ไผ่บนต้นไม้ที่ออกแบบได้อย่างสวยงามลงตัว กับบรรยากาศที่สงบร่มเย็น จึงทำให้ Suan Meow Cat Garden ถูกจองเต็มในเวลาอันรวดเร็วในช่วงเทศกาลปีใหม่
“พอเราเปิดก็มีคนจองเลยทันที เรามีห้องเดียวด้วย จองง่าย ขายง่าย ตอนแรกเราก็ไม่แน่นใจ เพราะว่าเราทำโฆษณามาทั้งชีวิต เราก็ไม่แน่ใจว่าที่พักเรามันดีพอหรือยัง เราก็ชวนน้องๆ ที่สนิทมาลองพัก เพื่ออยากรู้คอมเม้นต์ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนกันหมดว่าได้มารีชาร์จ ได้ปล่อยวาง ได้เล่นกันแมว เขารู้สึกว่ามันได้เยียวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคน Gen Y อายุ 30 ต้นๆ 40 จะชอบมากๆ เราก็รู้สึกดีใจ เพราะคนที่มาส่วนใหญ่จะเป็นคนรักแมว ชอบช่วยเหลือแมวจร ชอบช่วยแมวตามตึก แต่ไม่มีเวลา อยู่คอนโดเลี้ยงแมวไม่ได้ แต่ว่าอยากช่วยเหลือแมว”
ช่วงแรกของการเปิดจอง ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะตั้งราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม จูดี้วางราคาที่พักต่อคืนไว้ที่ 3,999 บาท ซึ่งก็เป็นการคาดการณ์ที่ผิด เพราะแขกที่มาพักส่วนใหญ่บอกว่าราคาที่ตั้งนี้ถูกเกินไป เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับกลับไป
“มีฝรั่งคนหนึ่งมาจากนิวยอร์ก เข้าทำธุรกิจ Airbnb ด้วย เขามองต่างจากเรามาก เขามองว่า 3,999 บาท แลกกับพื้นที่ส่วนตัว 1 ไร่ กับห้องนอน 1 หลัง แถมมีครัวของตัวเองเดินไปชงกาแฟ กินเครื่องดื่มอะไรได้หมดเป็นอะไรที่ถูกมาก ส่วนคนไทยที่มาพักส่วนใหญ่จะจัดทริปขับรถวนเที่ยว มีคนไปน่านมีห้องพักคืนละ 8,000 บาท ก็บอกว่ายังไม่ได้เท่านี้เลย เราได้ฟังก็แอบดีใจ”
จุรีพร อธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่มา Suan Meow Cat Garden แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นคน Gen Y หรือ Entrepreneur ที่เริ่มทำธุรกิจของตัวเองที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยี และมีรายได้ดีจากธุรกิจของตัวเอง และไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ อยากจะหาที่อยู่กับธรรมชาติ
ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นกลุ่มคนวัย 40 กลางๆ มีครอบครัวแล้ว ลูกเรียนจบแล้ว มาเหมือนเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ มาเป็นครอบครัว ส่วนใหญ่ทำงานในแวดวงสื่อ อีเวนท์ มีเดีย เอเจนซี่

“กลุ่มที่ 2 จะสนใจเรื่องป่า เรื่องเกษตรอินทรีย์ ชอบให้พาเดินป่า ส่วนแก๊งวัยรุ่นจะชอบแมว แต่ทุกคนที่มา คือได้ Recharge ได้อยู่กับธรรมชาติ และที่มาจะบอกว่าคืนเดียวไม่พอ ส่วนนักท่อง เที่ยวต่างประเทศก็มาจากหลายเมือง มีมาจากเยอรมนี, สิงคโปร์, จีน, ฮ่องกง, โปแลนด์, และมาจากพอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา”
เมื่อถูกถามถึงว่าจะเอาประสบการณ์จากธุรกิจความคิดสร้างสรรค์มาออกแบบประสบการณ์ให้กับคนที่เข้ามาพักอย่างไร จุรีพรตอบว่า ทุกอย่างทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ปล่อยให้ธรรมชาตินำทางโดยไม่ฝืน ธรรมชาติมีอะไรพร้อม Suan Meow Cat Garden ก็จะทำสิ่งนั้น เช่น ตอนนี้ส้มเริ่มสุก เราก็ให้แขกที่พักไปเก็บส้มถ้าไม่อยากจะนั่งเล่นกับแมว หรือจะเป็นการจัดกิจกรรมเดินป่าก็ยังทำได้

“หน้าแล้งเราจะเดินป่าได้เลย หน้าร้อนที่นี่ก็จะไม่ร้อนมาก ถ้าเราอยู่ในร่มนี่ไม่ร้อนเลย หนาว ร้อนเดินป่าได้ ที่รอบๆ ของเราไม่ได้มีแค่ 300 ไร่ เรามีที่ติดกับชายป่าด้วย ความชื้นมันจะกระจายออกไปเรื่อยๆ สามารถดูนกได้ เดินขึ้นไปกลุ่มดอยแม่วางก็ได้ เพราะมีพระธาตุอายุ 900 ปีอยู่ข้างบน ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าอยากเดินเราก็สามารถจัดกิจกรรมได้ ตรงนี้เรียกว่าพระธาตุดอยกู่ เป็น 1 ใน 3 อารยธรรมของเชียงใหม่ เทรลเดินเขาเรายังไม่เคยจัด แต่เราคุยกับน้องๆ คุยกับชาวบ้านที่เป็นคนรุ่นใหม่แถวนี้ไว้หมดแล้ว ให้เขามาช่วยประชาสัมพันธ์บ้านเกิดของเขาให้คนอื่นเห็นคุณค่า เช่น ประเพณีการจุดถางประทีป ถ้าจะมีกิจกรรมวันสำคัญๆ มีแขกผู้ใหญ่มา เราสามารถทำเสริมได้ เป็นประเพณีโบราณของคนแถวนี้ อยากให้คนได้มาเรียนรู้ อยากให้คนเข้ามาเรียนรู้จากป่า”
ในเรื่องของอาหารการกิน จูดี้ได้ชวนน้องจากวงการโปรดักชั่นมาทำหน้าที่เป็น Onsite Chef เพื่อทำอาหารให้กับแขกที่เข้ามาพัก โดยเน้นวัตถุดิบจากพืชที่ปลูกเองแบบอินทรีย์ และใช้ผักพื้นบ้าน หรือผักป่าที่ออกตามฤดูกาล เช่น ผักจอก เห็ดถอบ ผักกูด ผักกาดหิ่น มาทำเป็นอาหารให้คนเข้าพัก

ตามแผนงาน จุรีพรตั้งใจจะขยายห้องพักเพิ่มอีก 2 ห้องในปีนี้ โดยจะมีการสร้างห้องพักเพิ่มอีก 1 ห้อง และนำเอาบ้านสวนหลังใหญ่มาปรับปรุงเพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการจะเข้าพัก
“ลานกางเต็นท์ เรายังไม่พร้อมจะรับ คนเรายังไม่พร้อม ถ้ามากันเยอะ เราจะต้อนรับไม่ดีแล้วมันจะเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดี เราไม่อยากให้คนเข้ามากินเหล้าเมายา ถ้าเราจะทำเราจะต้องทำลานใกล้ๆ ลานสัก ต้องปูหญ้า จัดสวน ทำห้องน้ำเพิ่มก่อนแล้วค่อยให้คนมาพัก ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไปถึงตรงนั้น”
การเปลี่ยนเอาสถานที่ดูแลแมวจรจัดมาทำเป็นที่พักครั้งนี้ จูดี้อธิบายว่าส่วนหนึ่งก็เพื่อนำรายได้มาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหารและค่ารักษาพยาบาลแมวจรจัดที่สูงพอสมควรในแต่ละเดือน
“ถามว่ามีคนเอาแมวมาฝากเพิ่มไหม ตอนนี้ยังไม่มี ส่วนใหญ่จะมาแบบชอบแมวเรา แล้วอยากเอาไป แต่เอาไปไม่ได้ เพราะว่าอยู่คอนโดไม่มีที่จะให้เลี้ยง สมัยที่อยู่กรุงเทพฯ พี่ยังเก็บแมวจรจัดแมวป่วยมารักษาเรื่อยๆ บางตัวเจองูเหลือมรัด เราไปช่วยชีวิตมา เราก็ต้องเลี้ยงไว้ บางตัวก็เจอกัดไส้ทะลักมา เราก็เอามารักษามาเลี้ยง เราก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขา จะปล่อยกลับไปมันก็ไม่รอด แต่พอย้ายมาอยู่นี่เราก็ไม่ได้ไปไหน ก็ไม่ได้เก็บมาเพิ่มเท่าไหร่”

จุรีพร ยังอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของแมวว่า จากประสบการณ์ที่เลี้ยง แมวไม่ชอบย้ายที่ การเอาแมวตัวใหม่มาอยู่กับตัวเก่าต้องใช้ทั้งเวลาและความอดทน
“เราก็ต้องฝึกปลงด้วยถ้าแมวตัวไหนจะต้องจากไป เพราะไม่มีอะไรอยู่ตลอดไป ถ้ามันลดลงๆ เราก็ค่อยดูเหตุการณ์ข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ก็มีความคิดที่จะทำ Suan Meow Cat Garden เป็นที่อนุรักษ์แมวไทย เพราะว่าตอนนี้แมวไทยก็หายากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องแล้วแต่โชคชะตาในอนาคต”