ตลาดธรุกิจสัตว์เลี้ยง นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นตลอดทุกปี จากการคาดการณ์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทุกปี ชี้ 49%ของกลุ่มตัวอย่างกลุ่มตัวอย่างมักจะเลี้ยงสัตว์เป็นลูก
ส่งผลให้ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงในปี 2021 มีมูลค่า 43,372 ล้านเหรียญสหรัฐ และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 110,268 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าตลาดในไทย ธุรกิจสินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 3,954 ล้านบาท และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 40,638 บาท
CMMU ได้ทำการวิจัยเจาะข้อมูลอินไซต์เหล่าทาส นำมาต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นกลยุทธ์ “PETSUMER” ให้นักการตลาดควรรู้ เพื่อมัดใจทาสสายเปย์

เราเลี้ยงสัตว์เพื่ออะไร...?
49% Pet Parent เพื่อ...เป็นลูก
ไม่ได้มองว่าสัตว์เลี้ยง เป็นแค่สัตว์เลี้ยงเท่านั้นแต่ยังยกสถานภาพเทียบเท่ากับ "ลูก" หรือบุคคลในครอบครัว
โดยพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นลูกเกิดขึ้นมานานแล้วแต่มีการถูกกล่าวถึงอย่างมากในช่วงปี2019 ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์
ข้อมูลในช่วง 2-3ปี ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 อัตราการเกิดของเด็กทารก และอัตราการเลี้ยงสัตว์ สวนทางกันอย่างชัดเจน ซึ่งก็บ่งชี้ได้ว่าใน
ปัจจุบันประชากรไทยมีลูกกันน้อยลง หรืออาจจะอยู่เป็นโสดมากขึ้นแล้วก็หันมาเลี้ยงสัตว์แทนลูกกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
33% Pet Prestige เพื่อ...สถานะทางสังคม
นอกจากจะเลี้ยงเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของเจ้าของแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้เลี้ยงอีกด้วย เช่น จากภาพที่เป็นคนเลี้ยงสิงโต ก็คือการเลี้ยงสัตว์หายากราคาแพง จะเห็นได้ชัดว่าเป็นการเลี้ยงเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของเจ้าของ และ
สะท้อนบุคลิกและตัวตนที่ดูร่ำรวย หรือแม้แต่เหล่าคนดังที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงทำให้เกิดกระแสนิยมในการเลี้ยงสัตว์ จนทำให้เกิดการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตามเหล่า Celeb คนดังกันอยู่ในปัจจุบัน
18% Pet Healing เพื่อ...ช่วยเหลือ ช่วยบำบัดรักษา
นอกจากสองรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งรูปแบบในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ Pet Healing ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยพบว่ามีถึงร้อยละ 18 ที่บอกว่าพวกเค้าเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยในการบำบัดหรือเอาไว้ช่วยเหลือ เช่น เลี้ยงเพื่อช่วยในการดูแลญาติผู้ใหญ่ ให้มีน้องๆสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคลายเหงาหรือใช่เลี้ยงเพื่อช่วยผ่อนคลายจากความเครียด หรือบำบัดรักษาทางสภาพจิตใจอีกด้วย
ประโยชน์ของสัตว์เลี้ยงบำบัด สำหรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Healing ถือว่ามีประโยชน์กับผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่าการที่เราเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและเราใช้เวลาว่างในการเล่นหรือดูแลเค้า ร่างกายของเราจะเกิดกลไกในการบำบัดทางด้านอารมณ์และความรู้สึกโดยอัตโนมัติและในขณะเดียวกัน สมองก็จะเกิดการสั่งการ ให้ร่างกายผลิตสารก่อความสุขขึ้นมาซึ่งสามารถช่วยลดอาการเครียดและความเหงาได้นั้นเอง
เพิ่มความสุข
· เพิ่มระดับสาร Oxytocin ได้ 20%
· ทำให้สภาพจิตดี ลดความหดหู่ซึมเศร้าและจิตใจเปิดกว้างมากขึ้น
ลดความเสี่ยง
· ทำให้ความดันโลหิตลดลง
· เจ้าของสุนัขที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าผู้ไม่มีสัตว์เลี้ยงภายในบ้านถึง 9 เท่า
เลี่ยงความเหงา
· ช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกาย
· มักใช้ในบ้านพักคนชรา, โรงพยาบาล, สถานกักกันเพื่อบำบัดจิตใจ

สำรวจประเภทสัตว์เลี้ยงที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากสุด
–เลี้ยงสุนัข 40.4% สาเหตุที่หลงรักเจ้าตูบ เพราะมีความซื้อสัตย์ ขี้เล่น ฉลาด แสนรู้ และช่วยคลายเหงา
–เลี้ยงแมว 37.1% สาเหตุที่หลงรักน้องเหมียว เพราะไม่เสียงดัง น่ารัก และขี้อ้อน การเลี้ยงดูง่าย เป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น
–เลี้ยงสัตว์ Exotic 22.6% สาเหตุที่ชอบสัตว์แปลก เพราะดูแตกต่าง เทรนดี้ บ่งบอกตัวตนคนเลี้ยง เป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย อายุยืน เป็นโรคน้อย สามารถเลี้ยงตามธรรมชาติได้ ความนิยมสัตว์เลี้ยว Exotic เช่น ปลาสวยงาม นก กระต่าย เต่า หนู
เป็นทาสเมื่อพร้อม
ในการเลี้ยงสัตว์ การศึกษาข้อมูลให้มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นคนเราจะเลี้ยงสัตว์ได้นั้นควรพิจารณาถึงความพร้อมที่จะสามารถเลี้ยงได้ ในด้านต่างๆ โดยเราได้แบ่งความพร้อมในการเป็นทาสสัตว์เลี้ยงออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้...
1.พร้อมเลี้ยง
"ความพร้อม" ในการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงอย่างดี ด้วยอาหารที่เหมาะสม
เรื่องของความพร้อมในการเลี้ยงนั้น ปัจจัยหลักในการเลี้ยงสัตว์คือ "อาหารสัตว์"เพื่อการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ด้วย
อาหารที่เหมาะสม
ช่องทางการซื้ออาหารสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ 1. ร้านขายสินค้าสัตว์เลี้ยง 34.8% 2. อีคอมเมิร์ซ 22.2% 3. ซุปเปอร์มาร์เก็ต 12.4% 4. ไฮเปอร์มาร์เก็ต 11.8% และ 5. คลินิกรักษาสัตว์ 8.2% โดยมีความถี่ในการซื้อ มากกว่า 50% ซื้อมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ปัจจัยกระตุ้นการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง คือ โปรโมชั่น ความหลากหลายสินค้า และคุณภาพ
แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงยอดนิยม กลุ่มสัตวเลี้ยงทั่วไป คือ 1. Smart Heart 2. Me-O และ 3. Royal Canin กลุ่มสัตว์เลี้ยง Exotic คือ 1. Optimum 2. Sakura 3. Prima
ค่าใช้จ่ายอาหารสัตว์เลี้ยงต่อเดือน
ต่ำกว่า 1,000 บาท 34.2%
1,001-2,000 บาท 39.3%
2,001-3,000 บาท 15.6%
มากกว่า 3,000 บาท 10.9%
โดยจากการสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับค่าอาหารสัตว์ ประมาณ1,000 – 2,000 บาทต่อเดือน
บริการยอดนิยมในการดูแลสัตว์เลี้ยง คือ 1. อาบน้ำตัดขน 60.1% 2. รับฝากเลี้ยง 25.9% 3. สปานวด 6.7% 4. ทำเล็บ 5.8%
2.พร้อมดูแล
"ความพร้อม" ในการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงอย่างดี ด้วยการดูแลผ่านการใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง
บริการยอดนิยมอันดับแรก คือ อาบน้ำตัดขน รองลงมา คือบริการรับฝากเลี้ยงหรือโรงแรมสัตว์ สำหรับอันดับที่ 3 และ 4 คือ สปา นวด และ ทำเล็บ
ปัจจัยที่เลือกใช้บริการร้านเสริมสวยสำหรับสัตว์เลี้ยง พบว่าอันดับแรก คือ ทำเลสะดวกในการเดินทางอันดับต่อมา คือ ความน่าเชื่อถือของสถานบริการ นอกจากนี้จำนวนพนักงานจะต้องมีเพียงพอและมีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้แบรนด์ต้องมีชื่อเสียง และเป็นที่น่าเชื่อถือจึงจะได้รับความไว้วางใจในการพาสัตว์เลี้ยงไปใช้บริการ
ค่าใช้จ่ายต่อครั้งในการใช้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
1,000-3,000 บาท สัดส่วน 57%
ต่ำกว่า 1,000 บาท สัดส่วน 15.6%
มากกว่า 3,000 บาท สัดส่วน 27%
ความถี่ในการนำสัตว์เลี้ยงไปใช้บริการ
1 ครั้งต่อเดือน 38.1%
น้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน 28.1%
มากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน 14.4%
โอกาสสำคัญ 19.4%
สำหรับค่าใช้จ่ายต่อครั้งในการใช้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอยู่ในช่วง 1,000 - 3,000 บาท และ ความถี่ในการใช้บริการ คือ ประมาณ 1 ครั้งต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีความสม่ำเสมอในการใช้บริการ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการที่ควรให้ความสำคัญ
3.พร้อมรักษา
"ความพร้อม" ในการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงอย่างดี ด้วยการพาไปรักษายามเจ็บป่วย
จากการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องสถานพยาบาลที่ผู้เลี้ยงสัตว์มักจะพาสัตว์ไปรับการรักษาพบว่าส่วนใหญ่จะพาสัตว์ไปรับการรักษา
ที่สถานพยาบาลภาคเอกชน ได้แก่คลินิกเอกชน โรงพยาบาลสัตว์เอกชน เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและไม่ต้องรอคิวนาน และบางส่วนจะพาสัตว์เลี้ยงไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลัตว์รัฐบาล เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่า
ด้านการรักษาพยาบาลคนเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ 43.3% เลือกที่จะนำสัตว์ไปรักษาในคลินิกเอกชน รองลงมา 41.2% เลือกนำสัตว์เลี้ยงเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เอกชน และ 9.8% เลือกรักษาในโรงพยาบาลสัตว์รัฐบาล
โดยปัจจัยที่พิจารณาเลือกโรงพยาบาล หรือคลินิกในการใช้บริการ คือ ความเชื่อมั่นในสัตวแพทย์เป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ ทำเลที่ตั้ง และชื่อเสียงของคลินิก ทางด้านการรักษาของสัตว์เอ็กโซติก คลินิกเฉพาะทางยังมีไม่มากเท่าไรนัก

การสื่อสารการตลาดจากแบรนด์ถึงคนเลี้ยงสัตว์
การตลาดสัตว์เลี้ยง (Pet Marketing) นิยามได้จากคำ 2 คำคือ Pet คือสัตว์ที่อาศัยอยู่กับมนุษย์และเป็นสมบัติที่มนุษย์นำไปใช้ประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจ และ คำว่า Marketing เป็นกระบวนการของการวางแผนการบริหารความคิด การตั้งราคา การส่งเสริมการขาย และการจัดจำหน่าย เกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนและตอบสนองความต้องการของบุคคล ดังนั้น Pet Marketing จึงเป็นกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์เลือกใช้ "สัตว์เลี้ยง" เข้ามาเป็นอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของแบรนด์เพื่อช่วยในการสื่อสาร "สร้างภาพจำ หรือเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มบางอย่างเป็นพิเศษ
สำหรับการใช้สัตว์เลี้ยงในการโฆษณา (Pet on Advertising)
ภาพโฆษณาที่มีสัตว์และสินค้าอยู่ด้วยกันมีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด 43.82%
ผู้ให้สัมภาษณ์เชิงลึก 43.82% ให้เหตุผลว่าภาพโฆษณาที่มีการใช้สัตว์เลี้ยงและสินค้าช่วยดึงดูดความสนใจต่อตัวโฆษณาได้ดีและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงยังช่วยให้เห็นภาพของขนาดสินค้า เมื่อเปรียบเทียบกันในตัวโฆษณานั้นๆ และสัตว์เลี้ยงยังช่วยให้รู้สึกว่าโฆษณาไม่เน้นการขายจนเกินไป สามารถเห็นรายละเอียดของสินค้าชัดเจนแถมยังมีสัตว์เลี้ยงมาช่วยดึงดูดความสนใจและทำให้ภาพโฆษณาดูละมุนมากขึ้น ไม่ยัดเยียดจนเกินไป
ภาพที่มีสินค้าอย่างเดียว 37.08%
ภาพโฆษณาที่มีการใช้ภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ช่วยให้ตัดสินใจอสินค้าได้ง่ายขึ้น เพราะว่าเห็นภาพสินค้าที่ต้องการซื้อชัดเจน
ไม่มีสิ่งรบกวนในภาพ โดยอาจจะเหมาะสำหรับเป็นภาพ Print Ads ที่ต้องการขายสินค้าโดยตรง หรืออยู่ในเว็ปไซต์และแอปพลิเคชัน ที่เป็นแกลอรี่สำหรับเลือกซื้อสินค้าโดยเฉพาะก็จะเหมาะสมที่สุด
ภาพคน สัตว์ และสินค้า มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ 19.10%
ภาพโฆษณาที่มีการใช้คน สัตว์เลี้ยง และสินค้าร่วมกันช่วยให้รู้สึกถึงความอบอุ่น มีเรื่องราวที่น่าสนใจ (Story Telling) ช่วยเห็น
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และสินค้า รวมไปถึงเห็นถึงการใช้งานของสินค้าจริงที่มีอยู่ในตัวภาพโฆษณาต่างๆ จะเห็นว่าการใช้สัตว์ร่วมกับคนในโฆษณาสินค้าจึงเหมาะสำหรับแบรนด์แคมเปญที่ต้องการสื่อสารเรื่องราว Mood&Tone ของ Story Tellingและนำเสนอ Lifestyle ระหว่างคนและสัตว์ในการทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันมากกว่าการขายสินค้าตรงๆ
โดยภาพที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุดอย่าง ภาพที่มีสัตว์และสินค้าอยู่ด้วยกันจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเพราะ สัตว์จะช่วยดึงดูดได้ ดูไม่เน้นการขายมากจนเกินไป และสามารถเปรียบเทียบขนาดของสินค้าได้อย่างชัดเจน สำหรับสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคอยากเห็นสัตว์เลี้ยงในการสื่อสารการตลาด ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค สายการบิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์
นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงที่ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล หรือ Pet Influencer ที่หมายถึง สัตว์เลี้ยงที่มีอิทธิพลที่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ด้านการตลาด ประโยชน์ของ Pet Influencer มีทั้งช่วยโปรโมทสินค้า หรือบริการเพื่อคนรักสัตว์ ช่วยในการโปรโมทกิจกรรมและการท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และความบันเทิงแก่ผู้ติดตาม และสร้างรายได้จากคอนเทนต์ต่างๆ
ประเภทของคอนเทนต์ที่โดนใจผู้ชมมากที่สุด คือ คอนเทนต์บันเทิง ขำขัน โชว์พฤติกรรมสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ โดยคลิปสั้น หรือ Shout Clip ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำคอนเทนต์

PETSUMER กลยุทธ์มัดใจทาสสายเปย์และโอกาสทางธุรกิจ
หมัดเด็ดทางการตลาด เพื่อมัดใจทาสสายเปย์ให้อยู่หมัด คือกลยุทธ์ "PETSUMER" ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงสามารถนำไปปรับใช้ในการสื่อสารให้มัดใจลูกค้าได้อีกด้วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ ออกมาเป็นกลยุทธ์ “PETSUMER” ดังนี้
4 กลยุทธ์ทางด้านสินค้าและบริการ
Personalization – ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน
ปัจจุบันผู้ประกอบการจะต้องมีสินค้าหรือบริการที่ customize ตามชนิดหรือสายพันธุ์ หรือเรื่องที่ต้องการเป็นพิเศษ เช่น อาหารสำหรับสัตว์ป่วยในบางโรคเพราะด้วยพฤติกรรม Pet parent นั้น ต้องการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด
Easy Access – ความสะดวกและเข้าถึงง่าย คือ หัวใจ
หัวใจสำคัญในการทำธุรกิจหรือบริการ นั่นคือลูกค้าจะต้องเข้าถึงได้ง่าย ทั้งในเรื่องของทำเลที่เอื้ออำนวยต่อคนเลี้ยงสัตว์ หรือบริการแบบ Delivery ที่อำนวยความสะดวกให้ถึงที่ รวมถึงการมีแพลตฟอร์ม Online เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ก็จะช่วยในการเติมเต็มความต้องการของคนเลี้ยงสัตว์ได้
Trustworthiness – มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ
ความน่าเชื่อถือนับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้า จากพฤติกรรม Pet Parent ที่เลี้ยงสัตว์เสมือนลูก รักและดูแลเหมือนคนในครอบครัว จึงมักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แบรนด์ที่ดูน่าเชื่อถือให้สัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่เสมอ
Social Influence – อิทธิพลจากคนในสังคมสำคัญต่อการตัดสินใจ
คนเลี้ยงสัตว์นั้นมีกลุ่มสังคมของคนเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน ที่จะช่วยกันแชร์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทัศนคติและพฤติกรรม จากอิทธิพลที่ได้รับจากสังคมนั้นๆ การที่แบรนด์ผลิตสินค้าและบริการที่สร้างความประทับใจจนผู้บริโภคสามารถบอกต่อกันได้ในวงกว้าง จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
4 กลยุทธ์ด้านการสื่อสาร
Uniqueness – สร้างเอกลักษณ์ให้โดดเด่นและเป็นที่จดจำ
การสร้างเอกลักษณ์หรือภาพจำเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้แบรนด์โดดเด่นเป็นที่จดจำ ดังนั้นการเลือกใช้สื่อโฆษณา การทำคอนเท้นท์เพื่อการสื่อสารต้องมีการเลือกใช้สัตว์เลี้ยงในการโฆษณาอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะช่วยให้แบรนด์มีความแตกต่างและน่าจดจำ
Mental Support – การสื่อสารโดยใช้สัตว์เพื่อคลายเครียด
การสื่อสารให้เข้าถึงใจกลุ่มเป้าหมายได้ เรื่องราว หรือ Content ต้องสามารถช่วยในเรื่องของจิตใจ ทำให้รู้สึกดี ดูแล้วผ่อนคลายมีความสุข มอบความบันเทิงและต้องสื่อสารได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยง
และเจ้าของได้เป็นอย่างดี
Engagement – สร้างความผูกพันกับลูกค้าจนเกิด Loyalty
สินค้าและคอนเทนต์ต้องถูกใจ และสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ลูกค้าให้เกิดการซื้อซ้ำ เพราะตลาดนี้มีลักษณะแบบ One chance, one shot คือมีเพียงแค่โอกาสเดียวเท่านั้นที่จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า เนื่องจากลูกค้าในตลาดนี้มักจะซื้อแบรนด์ที่เคยซื้ออยู่เป็นประจำ เปลี่ยนใจได้ยาก
Rights – ให้ความสำคัญกับสิทธิของสัตว์เลี้ยง
สิทธิของสัตว์เลี้ยง เป็นเรื่องสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องสนใจ เพราะคนรักสัตว์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ดังนั้นสิทธิสัตว์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม ดังนั้นการใช้สื่อโฆษณา การสื่อสาร และการเลือกทำคอนเท้นท์จึงต้องมีความระมัดระวังและเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม และคำนึงถึงเรื่องสิทธิสัตว์อยู่เสมอ