เทคนิคอลไบโอเมด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ชั้นนำด้านความงามระดับโลก ปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจทั้งแบบ B2B และ B2C มากยิ่งขึ้น
โดยแนวโน้มการขยายตัวของตลาดเครื่องมือแพทย์ด้านความงามหลังสถานการณ์ COVID-19 มีทิศทางไปในทางบวกมากขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมความงามมีการเติบโตและฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงกับกลุ่มธุรกิจเครื่องมือแพทย์ด้านความงามทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ปี ในส่วนของประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มไปในมีทิศทางเดียวกันกับตลาดโลก

วรุตม์ สุทธินันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคนิคอลไบโอเมด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ชั้นนำด้านความงามระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ พร้อมทะยานสู่ New S-Curve และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “AESLA” เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ในใจผู้บริโภคในการเป็นผู้นำนวัตกรรมความงามที่ได้มาตรฐานระดับโลก อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจด้วยสินค้าและบริการนวัตกรรมใหม่ ตอบโจทย์การทำธุรกิจทั้งแบบ B2B และ B2C มากยิ่งขึ้น โดยแบ่งประเภทสินค้าและบริการเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. นำเข้า-จัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องมือแพทย์ด้านความงาม ให้แก่แพทย์และสถานประกอบการ
2. นำเข้า-จัดจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Consumable Products สำหรับกลุ่มแพทย์ด้านความงาม ให้แก่แพทย์และสถานประกอบการ
3. นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องมือแพทย์ด้านความงามในกลุ่ม Home Use เพื่อการใช้ในครัวเรือน
4. จำหน่ายสินค้าและให้บริการด้าน Digital Platform ต่าง ๆ สำหรับผู้บริโภคทั่วไป (End user) โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของใบหน้า รูปร่าง ผิวพรรณ กล้ามเนื้อ รวมถึงปัญหาสุขภาพของผู้หญิง และการปลูกผม
จากปีที่ผ่านมา ตลาดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ด้านความงามในประเทศไทย มีมูลค่าโดยรวมมากว่า 2,000 ล้านบาท และขยายตัวกว่า 15% ทางบริษัทฯ สามารถเป็นเจ้าของส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มสินค้าดังกล่าวที่ประมาณ 16% มียอดขายรวมกว่า 300 ล้านบาท และเติบโตจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 50%
ปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้ทุ่มงบไปกว่า 5 ล้านบาทในการประกาศรีแบรนด์เป็น “AESLA” ซึ่งชื่อแบรนด์ AESLA เกิดจากการรวมกันของคำว่า “Aesthetics” และ “Laser” สะท้อนถึงคุณค่าของแบรนด์ที่มุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยี ความทันสมัย และให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพ ความรู้ มาตรฐานในระดับ U.S. FDA (Gold Standard) ที่ทั่วโลกให้การยอมรับถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย และช่วยสร้างการจดจำให้กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น ในการรีแบรนด์ครั้งนี้ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำของบริษัทเครื่องมือแพทย์ด้านความงามที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทย และหวังว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 35% ในปี 2023 หรือมีรายได้อยู่ที่ 500 - 700 ล้านบาท ภายในช่วงระยะ 3 ปีข้างหน้า
“AESLA ยังคงมุ่งเน้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับ Medical Aesthetics ให้ความสำคัญถึงคุณภาพสินค้าและประโยชน์สูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้รับ มีกลุ่มสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกมากกว่า 10 แบรนด์ จากสหรัฐอเมริกา และยุโรป ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพ มาตรฐานของสินค้า และบริการที่เทียบเท่าในระดับสากล ครอบคลุมทุกความต้องการในตลาด Aesthetics ทั้งในด้านผู้ประกอบการ และผู้ใช้สินค้า ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะได้รับความเชื่อมั่น และผลการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น” วรุตม์ กล่าวเสริม

โดยแผนการดำเนินงานในปีนี้ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสที่ 2 จะยังคงมุ่งไปที่การดำเนินธุรกิจแบบ B2B เป็นหลัก พร้อมกับเตรียมตัวลงตลาด B2C มากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะพร้อมปล่อยสินค้าสู่ตลาดในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเพิ่มทีมงานและขยายจุดบริการในหัวเมืองของส่วนภูมิภาคในเขตภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสาน เพื่อตอบรับการให้บริการที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการวางแผนการปรับปรุงจัดการภายในองค์กร โดยมีการนำมาตรฐาน ISO 9001 และ 14001 Version 2015 พร้อมระบบต่าง ๆ มาใช้มากขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจแบบยั่งยืนและร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม