ถ้าเราไล่เลียงถนนจากเส้นสี่แยกปทุมวัน ลงมาบนถนนพระราม 1 ผ่านแยกราชประสงค์ ชิดลม เพลินจิต อโศก ต่อเนื่องมาถึงถนนสุขุมวิทตลอดทั้งสายก็จะเห็นภาพเส้นเลือดใหญ่ของย่านเศรษฐกิจการค้ากรุงเทพฯ แต่เมื่อเทียบกันจุดต่อจุดคงต้องยอมรับว่าย่านสยามถือเป็นไพรม์แอเรียที่ไม่ต่างจากย่านการค้าใหญ่ในมหานครระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและนิยมไปเยือน ย่านนี้จึงอัดแน่นไปด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่รองรับกำลังซื้อมหาศาล
ทีนี้เราลองมาโฟกัสย่านสยามก็จะพบว่า “สยามพารากอน” เป็นจุดหมายปลายทางที่ใครมาแล้วก็ต้องปักหมุด จนได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 6 ของสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเช็กอินสูงสุดในโลกและเป็นสถานที่เดียวในไทยและเอเชียที่ติดอันดับ 1 ใน 10 จากการจัดอันดับของ Facebook Review ในปี 2558
หากถามว่าทำไมสยามพารากอนจึงเป็นแม่เหล็กที่สามารถดึงดูดคนได้มากมายขนาดนี้ คำตอบคงมาจากการวางตำแหน่งเป็นโครงการระดับ World-class Global Destination ที่เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตั้งแต่ Day 1 และเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวงการค้าปลีกให้มีความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญเป็น Destination ของลักชัวรี่แบรนด์ทุกประเภทจนสามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่โดดเด่นสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ส่งผลให้แบรนด์หรูต่างๆ ได้ทยอยเปิดพื้นที่เป็น “Pop-up Store” เพื่อขายลิมิเต็ด คอลเลคชั่นพิเศษเป็นครั้งแรกในเอเชียอยู่เสมอ สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมายของลูกค้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย
ปี 2565 ที่ผ่านมา สยามพารากอนประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก สามารถสร้างรายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ เติบโตมากกว่า 50% จากปี 2564 และสูงกว่าปี 2562 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มีจำนวนมากเทียบเท่าก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ที่สามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่สูงตลอดระยะเวลา 3 ปี ส่งผลให้มีความต้องการขยายพื้นที่และขยายสาขามากขึ้น สอดรับกับแผนการลงทุนปรับโฉมใหม่ของสยามพารากอน เพื่อต้อนรับลักชัวรี่แบรนด์และแบรนด์ใหม่ๆ อีกนับร้อยแบรนด์ที่อยู่ในรายชื่อ Waiting List โดยหลายแบรนด์จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยและมีแบรนด์ที่ Exclusive เฉพาะที่สยามพารากอนเท่านั้น ตอกย้ำ Luxury Destination ระดับโลกอย่างแท้จริง
แต่อย่างที่ทราบดีว่าหัวใจสำคัญของการทำค้าปลีกก็คือการสร้าง Consumer Experience ซึ่งการถือกำเนิดของอีคอมเมิร์ซ จนมาถึงวิกฤตโควิดยิ่งเร่งให้ผู้ประกอบการทุกรายหาทางสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สถานการณ์โควิดคลี่คลาย เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว และการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวยิ่งเป็นเวลาแห่งการช่วงชิงโอกาส
แน่นอนว่าด้วยความที่สยามพารากอนเป็น World-class Global Destination จึงต้องยกระดับโครงการและสร้างประสบการณ์ระดับโลกเหนือความคาดหมายให้ล้ำหน้าจากคู่แข่งไปอีกขั้นเสมอ ที่ผ่านมาสยามพารากอนเริ่มขยับปรับโฉมพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ไปแล้วหลายชั้นตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2566 ล่าสุดเพิ่มงบประมาณอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่ส่วนศูนย์การค้าทั้งหมด โดยได้เริ่มต้นดำเนินการแล้วเป็นส่วนๆ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วคาดว่าจะใช้เวลา 18 เดือนนับจากนี้ หรือมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2567 ว่ากันว่าการปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนให้เป็นโครงการแลนด์มาร์คระดับโลกกลางมหานครกรุงเทพฯ เลยทีเดียว
แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการขายและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวถึงโครงการใหม่ที่กำลังเดินหน้าอยู่นี้จะเป็นโครงการที่เรียกว่า ‘The Next Level Evolution’ ที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการค้าปลีกอีกครั้ง โดยปรับโฉมสยามพารากอนทั้งอาคารบนพื้นที่ 5 แสนตารางเมตรใจกลางมหานครย่านสยามเพื่อพลิกเกมเปลี่ยนโลก หรือ Game Changing ให้ประเทศไทยผงาดบนเวทีโลกและครองความเป็นที่ 1 ในใจของคนทั้งโลกอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้การปรับโฉมที่สยามพารากอนเรียกว่าจะเข้ามาเปลี่ยนเกมค้าปลีก ยังมาจากการสร้างแพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก (Global Prototype) ที่จะเป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนง ทั้งสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศิลปะ เทคโนโลยี รวมทั้งผนึกกำลังกับผู้ประกอบการลักชัวรี่แบรนด์ทั่วโลก และผู้ประกอบการคนไทย มาร่วมกัน Co-create เพื่อสร้างผลงานและประสบการณ์ระดับโลกเหนือความคาดหมาย หลอมรวมพื้นที่โลกกายภาพ (Physical World) โลกดิจิทัล (Digital World) ผ่าน One Siam Super App และโลกเสมือนจริง (Metaverse) เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ
แผนการทำงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า สยามพารากอนไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเพียงศูนย์การค้าอีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้ายกระดับโครงการแห่งนี้ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ ซึ่งน่าจับตากันต่อไปว่าการเดินหน้าทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนแบบฉีกตำราการพัฒนาแบบฉีกกฎและตำราเดิมๆ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการค้าปลีกอีกครั้งอย่างไร