ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด เยี่ยมชมฐานไลน์การผลิตสกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียน 3 แบรนด์ดัง เครือ Piaggio Group ประกอบไปด้วย Vespa, Piaggio และ Aprillia โรงงานผลิต Vespa หรือ Piaggio Vietnam ณ เมืองหวิงฟุก ประเทศเวียดนาม
โรงงานผลิต Vespa หรือ Piaggio Vietnam ถือเป็น 1 ใน 12 โรงงานจากทั่วโลก (อิตาลี 5 แห่ง, อินเดีย 3 แห่ง, เวียดนาม 2 แห่ง, จีน และ อินโดนิเซีย ที่ละ 1 แห่ง) มีเทคโนโลยีการผลิตและประกอบที่ทันสมัย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดหวิงฟุก โดยเริ่มก่อตั้งโปรเจ็กต์สร้างโรงงานที่เวียดนามในปี ค.ศ. 2007 และเริ่มสร้างโรงงานในช่วงต้นปี ค.ศ. 2008
หากนับจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี โรงงานแห่งนี้ปล่อยผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ของแบรนด์ในเครือ Piaggio Group ทั้ง Vespa, Piaggio และ Aprillia ออกมา เพื่อส่งจำหน่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ในตระกูลท็อปคลาสอย่าง Vespa GTS ที่ผลิตตั้งแต่ในปี 2004 จนถึงรุ่นล่าสุดในเครืออย่าง Aprillia SR GT 200
นอกจากจะเป็นโรงงานผลิตและประกอบแล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลกอีกด้วย
สิ่งที่เป็นหัวใจหลักในการออกแบบและพัฒนา Vespa คือการเน้นแนวทางแบบดั้งเดิมในการออกแบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความเป็น Vespa ตามแบบฉบับความเป็น Scooter of Emotional รถที่ให้อารมณ์ร่วมในการขับขี่ การแต่งแต้มสีสันที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่สกู๊ตเตอร์จากแบรนด์ Vespa ยึดดีไซน์หลักจากสกู๊ตเตอร์ในยุคคลาสสิค พร้อมถ่ายทอดกลิ่นอายแห่งความทันสมัย และเทคโนโลยีการขับขี่เข้าไป แบบไม่เสีย Emotional ในสไตล์ดั้งเดิมมากจนเกินไป
ความน่าสนใจในการเยี่ยมชมโรงงานผลิตในเครือ Piaggio Group ในครั้งนี้คือ การมีโอกาสได้เยี่ยมชมสายการผลิต โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสปอตตัวเชื่อมถังด้วยแรงงานคน ที่ใช้โครงสร้างเหล็กขึ้นรูปเป็นส่วนหนึ่งของตัวถัง ลักษณะคล้ายกับรถยนต์ที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Monocoque หรือUnibody เป็นส่วนที่ทำให้สกู๊ตเตอร์จากแบรนด์ Vespa มีความทนทานเหนือกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป มีจำนวน 330-360 จุด โดยหลังจากเชื่อมเสร็จแล้ว โครงสร้างจะถูกส่งต่อตามไลน์การผลิต เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการชุบกันสนิมด้วยปฏิกริยาทางไฟฟ้า แต่ละคันจะต้องผ่านขั้นตอนการชุบกันสนิมเป็นเวลาประมาณ 30 นาที
หลังจากที่ผ่านขั้นตอนการชุบกันสนิมเป็นที่เรียบร้อย จะเข้าสู่อีกหนึ่งกระบวนการสำคัญ นั่นคือการพ่นสี โดยขั้นตอนในการพ่นสีของโรงงานที่นี่ จะใช้วิธีแบบดั้งเดิม คือการพ่นสีด้วยมือ ผู้บริหารในโรงงานของ Piaggio Group ให้เหตุผลของการใช้แรงงานคนในการพ่นสีว่า เป็นเพราะความละเอียด ใส่ใจในการทำงาน มีมากกว่าการผลิตในรูปแบบที่ใช้เครื่องจักร เห็นแล้วให้ความรู้สึกในความเป็นFactory of Emotional อย่างแท้จริง
ถัดมาจะถูกส่งเข้าสู่ไลน์การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ องค์ประกอบพื้นฐาน เพื่อประกอบให้เป็นคัน ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องตรวจสอบคุณภาพในขั้นตอนสุดท้าย กำลังการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 550 คัน/วัน
ไลน์การผลิตในโรงงานของ Piaggio Group ที่เมืองหวิงฟุก ประเทศเวียดนาม จะแบ่งออกเป็น 3 ไลน์ ตั้งแต่ขั้นตอนการเชื่อมโครงสร้างตัวถัง การทำสี รวมไปถึงขั้นตอนการประกอบตัวรถ เช่นเดียวกับไลน์การประกอบเครื่องยนต์ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ รับหน้าที่ประกอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 125, 150 และ 175 ซีซี.
ส่วนเครื่องยนต์ของ Vespa GTS 300 ซีซี. เป็นการนำเข้าจากประเทศอิตาลี มาเพื่อประกอบเข้ากับตัวรถภายในโรงงานเท่านั้น ชิ้นส่วนหลักๆ ที่ใช้มาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ โดยมีการควบคุมมาตรฐาน พร้อมปรับรายละเอียดให้เหมาะสมกับการนำมาใช้งาน ซึ่งนอกจากจะผลิตเครื่องยนต์เพื่อใช้ประกอบสกู๊ตเตอร์ 3 แบรนด์หลักภายในโรงงานแล้ว ยังมีการส่งออกไปยังโรงงานประกอบในที่อื่นๆ อีกด้วย
มร.จิอานลูกา ฟิอูเม ประธานกรรมการและกรรมการทั่วไป บริษัท พิอาจิโอ เวียดนาม และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท พิอาจิโอ เอเชีย แปซิฟิก สายงานกลุ่มธุรกิจสองล้อ ได้พูดถึงแนวทางธุรกิจและการทำตลาดว่า “ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เราได้สร้างโรงงานถึง 2 แห่ง โรงงานผลิตยานพาหนะและโรงงานผลิตเครื่องยนต์ รวมถึงได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ภายในโรงงานแห่งนี้ ในเวลานั้นตัดสินใจว่าเวียดนามจะเป็นศูนย์กลางในการผลิตยานพาหนะเพื่อจำหน่ายในตลาดเอเชียทั้งหมด”
โรงงานแห่งอารมณ์ (Factory of Emotional) มีวิธีการสื่อสารและถ่ายทอดแมสเซจสู่ลูกค้าว่า “การขี่สกู๊ตเตอร์ถือเป็นเพียงอีกข้ออ้างหนึ่งเท่านั้นในการเปิดประสบการณ์สู่อารมณ์ที่หลากหลาย Piaggio Group มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี ถือว่าเราเป็นมากกว่าผู้ผลิตยานยนต์ สิ่งที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เราเป็นผู้ออกแบบอารมณ์ความรู้สึกของการขับขี่รถสองล้อซึ่งสะท้อนออกมาด้วยดีไซน์และทักษะทางช่างฝีมือที่ดีที่สุดในแบบฉบับอิตาเลียน ซึ่งสกู๊ตเตอร์แต่ละคันประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายพันชิ้น การเล่าเรื่องและอารมณ์ของผลิตภัณฑ์ได้รับการวางโครงสร้างในลักษณะเดียวกันเพื่อให้สอดคล้องไปกับการสร้างอารมณ์ความรู้สึกและการเล่าเรื่องของตัวของผลิตภัณฑ์เอง”

มร.จิอานลูกา เล่าถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการตลาดว่า “ไลน์อัพผลิตภัณฑ์ของเรามุ่งเน้นการสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความประทับใจให้กับลูกค้าของเรา เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับนั้นเกินความคาดหมาย เพราะวิถีของลูกค้าขึ้นอยู่กับคุณค่า หน้าที่และความรับผิดชอบของเราก็คือการลงทุนและพัฒนาโซลูชันสำหรับการขับขี่ที่มีความทันสมัยที่สุด โดยกลยุทธ์หลักของเราเป็นการตอกย้ำและการสร้างบทสนทนากับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณค่าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีความโดดเด่น”
ปัจจุบันตลาดเอเชียกําลังอยู่ในช่วงการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นจากมุมมองระดับสังคมและเศรษฐกิจมหภาค ประชากรชาวเอเชียมีความอยากรู้อยากเห็นและกระตือรือร้นที่จะทดลอง โดยมองว่า เอเชียคือตลาดของวันนี้และวันพรุ่งนี้ ผู้คนที่นี่ต่างต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และเร่งสถานะทางสังคมของตนด้วยการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ด้านความรู้สึกและอารมณ์ที่มีความโดดเด่น และนี่คือสิ่งที่แบรนด์กำลังนําเสนอ Emotions และ Values
เดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา พิอาจิโอ กรุ๊ป เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก มีผลการดําเนินงานที่ดีมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีส่วนสําคัญมาจากยอดขายในตลาดเอเชีย เพื่อเป็นการต่อยอดความสําเร็จในอนาคต ทำให้จำเป็นต้องเติบโตพัฒนาไปด้วยการมีวิสัยทัศน์อันไม่หยุดยั้ง (A Never-ending Mindset) ซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญในการสร้างความโดดเด่นให้แตกต่างออกจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม
“ธุรกิจของเราเติบโตด้วยอัตราความเร็วสูงในทุกปีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งเป็นอานิสงค์มาจากกลยุทธ์ด้านการตลาดและเส้นทางที่เราได้กำหนดขึ้นในการมุ่งเน้นไปสู่การสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้สนับสนุนของเรา และสิ่งนี้ก็คือการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเรา”
แนวทางเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ ทาง Piaggio Group ได้เริ่มคิดค้น พัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเมื่อหลายสิบปีก่อน เปิดตัวรถสองล้อไฮบริดคันแรกของโลก คือรุ่น MP3 Hybrid จากนั้นได้เปิดตัวรุ่น E-liberty และ E-bike อีกทั้งปี 2566 Piaggio Group เตรียมเปิดตัวโซลูชัน Piaggio E-scooter เพราะมองว่านี่คือเส้นทางที่ได้พัฒนาความรู้ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า

สุดท้าย มร.จิอานลูกา มองว่า “คน ถือเป็นแบรนด์ที่ 5 ของพวกเรา อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสําคัญที่อยู่เบื้องหลังความสําเร็จทั้งหมดของบริษัท เรามีวัฒนธรรมองค์กรในการสนับสนุนให้พนักงานแต่ละคนสามารถเป็นตัวของตัวเองและเปล่งประกายความสามารถในแบบของตนเอง โดยไม่คํานึงถึงบุคลิกภาพหรืออายุของพวกเขา เรามุ่งสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้พนักงานของเราสามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเพื่อให้พวกเขาก้าวข้ามขีดจํากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
หลังจบการพูดคุยคงต้องบอกว่าแบรนด์สกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียน เป็นรถที่มอบสีสัน อิสระ ความสนุก ความสุข และยังมีความทันสมัย ดีไซน์สุดคลาสสิก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้ขับขี่ Vespa ต่างชื่นชอบ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจผู้คนทั่วโลกได้แบบไม่ติดใจ