เมื่อ 10 ปีที่แล้วถ้าพูดถึงอาหารเกาหลี อาจจะไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก ต่างจากปัจจุบันที่ร้านอาหารเกาหลีนอกประเทศได้รับความนิยมมากขึ้นจนตีตื้นขึ้นมาได้รับความสนใจพอๆ กับอาหารเอเชียชาติอื่น เป็นเพราะ K-Culture ทำให้อาหารเกาหลีเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็น K-Music, K-Drama รวมถึง K-Food

ชยะพงส์ นะวิโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ-เบสท์ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเกาหลีในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึง Joint Venture กับ บริษัท ซีเจ เชอิลเจดัง จำกัด นำเข้าแบรนด์ bibigo เพื่อบุกตลาดอาหารเกาหลีในประเทศไทย
โดยบทบาทหลักของ ซีเจ เชอิลเจดัง ประเทศเกาหลี คือ ความเป็นยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งในหลากหลายวงการ รวมถึงวงการอาหารที่เกาหลีมานานกว่า 70 ปี มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่มาพร้อมกับความเชี่ยวชาญในด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการผลิตและการสร้างแบรนด์ทั้ง bibigo และแบรนด์ในเครือของ CJ Group ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก
ทาง A-BEST มีประสบการณ์ในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผักผลไม้ในประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี ทำให้เรามีความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค จึงมีบทบาทหลักในด้านการทำการตลาดและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ bibigo ด้วยการกระจายสินค้าไปในทุกช่องทางทั่วประเทศเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้สะดวกที่สุด

ชยะพงษ์ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทางซีเจ เชอิลเจดัง เข้ามาร่วม Joint Venture เป็นเพราะปีที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายสินค้า bibigo เฉพาะกิมจิได้กว่า 1 ล้านชิ้น รวมถึงทำการตลาดกับกิจกรรม #ก็ป้อนมาเลยสิคะ ผ่าน Tiktok ชวน duet ทานกิมจิกับพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ พัคซอจุน มียอดชมกว่า 400 ล้าน ทำให้ซีเจ เชอิลเจดัง เห็นถึงศักยภาพ และในอนาคตคาดว่าจะมีการตั้งโรงงานผลิตในไทยเตรียมส่งออกเช่นกัน
ด้านกลยุทธ์แผนการตลาดของ bibigo ในปีนี้ เน้นการทำตลาดเชิกรุก มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ผ่านพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ พัคซอจุน นักแสดงชื่อดังของเกาหลี อีกทั้งเป็นผู้สนับสนุนหลักของเทศกาลดนตรี KCON 2023 Thailand แจกบัตรคอนเสิร์ตกว่า 100 ใบ ที่สำคัญชยะพงษ์ย้ำคือ ของกินต้องอร่อย ให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ bibigo ว่าเป็นอาหารเกาหลีรสชาติดั้งเดิม
รวมถึงสร้าง Engagement ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนที่มีความชอบในวัฒนธรรมเกาหลีผ่านแคมเปญการสื่อสารและกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมทางการตลาดทั้ง Online และ Offline เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองสินค้าและเข้าถึงรสชาติเกาหลีที่แท้จริง โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรคู่ค้าเป็นอย่างดี

ภาพของ A-BEST ต่อจากนี้ชยะพงษ์มองว่า “เราสามารถวิ่งสองเลนพร้อมกันได้ เลนที่หนึ่งจะเป็นเรื่องของสินค้าเกษตรที่เราทำมากว่า 20 ปี ช่วยส่งเสริมเกษตรกรในไทย ขณะเดียวกันเรามีพันธมิตรเพิ่มเข้ามาเพื่อวิ่งอีกเลนนั่นคือสายอาหารเกาหลีเพื่อนำเข้าและจัดจำหน่าย มองว่าทั้ง 2 เลนนี้สามารถไปด้วยกันได้ และจะใช้เส้นทาง 2 เส้นนี้เดินคู่ขนานกันไป”
ความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัทในครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการต่อยอดสำหรับประเทศไทยในการที่จะเป็นฐานการผลิตสินค้าอาหารส่งออกไปสู่ตลาดโลก โดยตั้งเป้าการเติบโตปีละ 40-50% ภายในระยะเวลา 3 ปี รวมถึงเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภค สินค้าที่เป็นตัวสร้างยอดขายหลัก ได้แก่ กิมจิ, มันดู, ซอสเกาหลี และน้ำพริกเกาหลี