หากสังเกตดีๆ เรามักจะเห็นน้ำสิงห์ไปคอลแลปส์กับการ์ตูนดัง ตั้งแต่ My Little Pony, Frozen, Mickey Mouse, Doraemon ไปจนถึง Toy Story
ทั้งๆ ที่เป็นแบรนด์น้ำดื่ม Top of Mind ในใจผู้บริโภค แต่ทำไมน้ำสิงห์ ยังเลือกคอลแลปส์กับ แบรนด์การ์ตูนดังระดับโลก วันนี้เราจะพาไปค้นหาคำตอบกัน

นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพของน้ำดื่มสิงห์ ที่ให้ความสะอาดปลอดภัยสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ Smart Micro Filter แล้ว การชูเรื่อง Functional Benefit เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในแง่ของการสื่อสารที่จะทำให้ผู้บริโภคมี “ความรู้สึกร่วม” ไปกับแบรนด์
เพราะฉะนั้น หนึ่งในสิ่งที่น้ำสิงห์เลือกใช้ ก็คือการทำงานร่วมกับแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งในกรณีนี้ แบรนด์ที่น้ำสิงห์เลือกมาคอลแลปส์ ส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์การ์ตูน หรือคาแร็กเตอร์ระดับโลกทั้งนั้น
แล้วน้ำสิงห์ ใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกแต่ละตัวการ์ตูนมาใช้ ?
อย่างแรก ตัวการ์ตูนต่างๆ มักมีลักษณะเหมือนกันก็คือจะไม่มีพรมแดนเรื่องอายุ (No Age Barrier) ที่สำคัญคือตัวการ์ตูนระดับโลกที่เป็นขวัญใจของคนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือเด็กๆ การที่แบรนด์จะเข้าไปคอลแลปส์ได้นั้น ทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนเองก็ต้องพิจารณาแบรนด์ที่จะเข้ามาร่วมคอลแลปส์ด้วย
อย่างที่สอง น้ำสิงห์ เป็นหนึ่งในน้ำดื่มที่มีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ หรือจะสรุปง่ายๆ คือ “ทุกคนในครอบครัว” การคัดเลือกตัวการ์ตูนสักตัวนึงที่เป็นที่รู้จักของคนทุกเพศทุกวัย หรือการคัดเลือกพรีเซ็นเตอร์สักคนนึงที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ก็คงเป็นเรื่องที่ยากมากเหมือนกัน
แต่คาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูน อาจจะเป็น “ทางออก” ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเรื่องนี้ได้ดี
หากลองสังเกตดู เราจะเห็นว่าที่ผ่านมา แบรนด์เจ๋งๆ ก็มักจะเลือกตัวการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักของคนทุกเพศทุกวัย (No Age Barrier)

ยกตัวอย่าง เช่น การคอลแลปส์กับตัวการ์ตูนดังของน้ำสิงห์ที่ผ่านมา อย่าง “มิกกี้เมาส์” คาแร็กเตอร์สุดคลาสสิกที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ 1928 ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นการ์ตูนอันดับ 1 ของ ดิสนีย์ที่ครองใจคนทั่วโลก รวมถึงเด็กๆ อยู่
นอกจากการ์ตูนดังค่ายดิสนีย์แล้ว น้ำสิงห์ได้คอลแลปส์กับ “โดราเอมอน” ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นยอดฮิตที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเช่นกัน รวมถึงล่าสุด Toy Story ก็ยังคงเป็นลักษณะแบบนี้อยู่
แต่ใช่ว่าน้ำสิงห์จะมีเกณฑ์คัดเลือกพาร์ทเนอร์มาคอลแลปส์ฝ่ายเดียวเท่านั้น เพราะในทางกลับกัน เจ้าของคาแร็กเตอร์ดังระดับโลกก็มีเกณฑ์ในการเลือกสินค้ามาคอลแลปส์ด้วย ดังนั้นการจับมือเป็นพันธมิตรทางการตลาดดังกล่าว จึงเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ซึ่งกันและกัน
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการเลือกตัวการ์ตูนใดตัวนึงมาคอลแลปส์ด้วยนั้น นอกจากจะดังเป็นที่รู้จักของคนทุกเพศทุกวัย หรือ No Age Barrier แล้ว น้ำสิงห์ยังมีการวางกลยุทธ์ในการนำคาแร็กเตอร์เหล่านั้นมาดีไซน์เป็นฉลากได้อย่างดึงดูดใจ และสร้างอิมแพ็คกับคนทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างแคมเปญ “Create Your Own Happiness ส่งต่อความสุขในแบบของคุณ” ด้วยการนำคาแร็กเตอร์มิคกี้ เม้าส์กว่า 60 แบบไม่ซ้ำกัน ดีไซน์ออกมาเป็นตัวอักษร A-Z มาสร้างความสนุกให้ผู้บริโภค ในช่วงสถานการณ์โควิด ที่เราไม่ค่อยได้เจอกัน
โดยให้สามารถนำไปเรียงเพื่อสื่อสารส่งต่อกำลังใจหรือแทนความรู้สึกให้กันและกันผ่านข้อความง่ายๆ ซึ่งต้องบอกว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค
การวางสินค้าในช่องทางที่ “เหมาะ” และ “ใช่” เป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจของน้ำสิงห์โดยจะเห็นว่า ไซส์ใหญ่ขนาด 600 ml. 1,500 ml. และ 6 L ซึ่งลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มครอบครัว จะวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ
ขณะที่ไซส์เล็ก 330 ml. จะถูกวางวางขายตามโรงเรียนหรือสถานศึกษา ตามกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และยังวางขายในซูเปอร์ มาร์เก็ต ให้ผู้บริโภคทั่วไปหาซื้อง่ายและสะดวกอีกด้วย
เห็นไหมว่าภายใต้ตัวการ์ตูนบนน้ำสิงห์ 1 ขวด มีเบื้องหลังการทำงานที่ถูกคิดมาอย่างละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกคาแร็กเตอร์การ์ตูนมาคอลแลปส์ การดีไซน์แพ็กเกจจิ้งให้ดึงดูดและสร้างอิมแพคให้กับแบรนด์จน ไปถึงการวางแคมเปญการตลาดต่างๆ และช่องทางขาย ตอกย้ำการเป็นแบรนด์น้ำดื่มสำหรับทุกคนที่สิงห์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด