แนวโน้มตลาดท่องเที่ยวในปีนี้ดูจะสดใสกว่าไตรมาส 4 ปี 2022 ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสที่ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถทำยอดขายได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ COVID-19 ระบาดอย่างรุนแรงในปลายปี 2019 ต่อต้นปี 2020 โดยคาดว่าในปีนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 28-30 ล้านคน หลังจากหลายประเทศทยอยลดเงื่อนไขการเดินทางเข้า - ออกนอกประเทศลง
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักจนใกล้เคียงกับปี 2019 แล้ว โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ในส่วนของโรงแรมประมาณ 6,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ประมาณ 40% มาจากไตรมาสที่ 4 ของปีไตรมาสเดียว
สำหรับแผนงานในปีนี้ ทางเซ็นทาราวางเป้าหมายจะเปิดโรงแรมเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรมในต่างประเทศ 1 แห่ง คือ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า โรงแรมแห่งแรกภายใต้แบรนด์เซ็นทารา แกรนด์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ Upper Upscale ตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านนัมบะ มีความสูง 33 ชั้น พร้อมห้องพักจำนวน 515 ห้อง โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้
ส่วนในประเทศไทย ทางบริษัทวางแผนเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 5 แห่ง คือ ที่จังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 160 ห้องในวันที่ 10 มีนาคม, ที่จังหวัดระยอง จำนวน 200 ห้องพัก ในไตรมาส 3, จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 110 ห้องพัก ในไตรมาส 3, บนเกาะสมุย จำนวน 61 ห้องพักในไตรมาส 3 และสุดท้ายที่จังหวัดอยุธยา จำนวน 224 ห้องพักในไตรมาส 4 นอกจากนี้ยังรวมถึงการเข้าไปบริหารโรงแรมในประเทศไทย
ธีระยุทธ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การกลับมาของตลาดท่องเที่ยวครั้งนี้ กลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวสูง คือกลุ่ม FIT ที่ค่อนข้างจะมีกระแสตอบรับดีกว่าตลาดโฮลเซลล์ ที่สำคัญคือ กลุ่มลูกค้าดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น ดูได้จากการที่ทางโรงแรมมีการปรับเรทราคาห้องพักสูงขึ้น แต่ก็ยังมีอัตราเข้าพักที่ดี
“โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ปัจจุบันมีการปรับราคาห้องพักเฉลี่ยจาก 4,400 บาทเป็น 6,000 บาท แต่ก็ยังมีมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 80% แสดงว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีคุณภาพขึ้น
ส่วนภาพรวมในตลาดต่างจังหวัด เมืองพัทยาก็มีนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามามากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวเกาหลีก็มีเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดใหญ่ก็ยังคงเป็นรัสเซีย ส่วนภูเก็ตก็มีกระแสตอบรับที่ดีมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเกือบ 90% ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และที่เกาะสมุยก็มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80%”
ทางเซ็นทาราคาดว่าในปี 2023 นี้ จะสามารถทำตัวเลขเติบโตได้อย่างน้อย 30-40%
สำหรับแผนงานในระยะกลาง ทางบริษัทวางแผนที่จะเปิดโรงแรมที่เกาะมัลดีฟส์เพิ่มอีก 3 แห่ง ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มก่อสร้างไปบ้างแล้ว และคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการได้ในปี 2025

ผลการดำเนินงานในปี 2565 ของกลุ่มเซ็นทารา บริษัทฯมีรายได้รวม 18,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 4,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% เทียบปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 398 ล้านบาท หรือเติบโต 123% (เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งขาดทุนสุทธิ 1,734 ล้านบาท)
โดยธุรกิจโรงแรม มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงิน (EBITDA) จำนวน 1,796 ล้านบาท (ปี 2564: ขาดทุน 494 ล้านบาท) เติบโต 464% และมี % EBITDA Margin อยู่ที่ 27% ดีขึ้นเทียบปีที่ผ่านมา (ปี 2564: -21%) ขาดทุนสุทธิจำนวน 161 ล้านบาท ขาดทุนลดลงเทียบปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,945 ล้านบาทในปี 2564 หรือปรับตัวดีขึ้น 92% ผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2565 สืบเนื่องจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของโรงแรมระดับห้าดาวและระดับลักชัวรี่ (Luxury) ในสถานที่ท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะกรุงเทพฯ, พัทยา, ภูเก็ต และเกาะสมุย
ในส่วนของธุรกิจอาหาร ยอดขายสาขาเดิม (SSS) มีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% และมีอัตราการเติบโตรายได้รวม (TSS) เฉลี่ย 26% รายได้จากธุรกิจอาหารรวม 11,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เทียบปี 2564 มีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) อยู่ที่ 2,615 ล้านบาท เติบโต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้รวม (% EBITDA) อยู่ที่ 22% ธุรกิจอาหารมีกำไรสุทธิ 559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 348 ล้านบาท เทียบปีก่อน หรือเติบโต 165% โดยกลุ่มแบรนด์หลักที่ผลการดำเนินงานฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องเทียบปีก่อน คือ เค เอฟ ซี, อานตี้แอนส์, โอโตยะ และเปปเปอร์ลันช์
เป้าหมายในระยะยาวของเซ็นทารา นั้น ต้องการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2565 เซ็นทารามีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งหมด 92 แห่ง (เปิดให้บริการแล้ว 50 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนา 42 แห่ง) มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 19,348 ห้องพัก ใน 13 ประเทศ
ปัจจุบันเครือเซ็นทารามีโรงแรมและรีสอร์ททั้งสิ้น 6 แบรนด์ โดยเน้นจับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับลักชัวรี่ไปจนถึงตลาดแมส คือ Centara Reserve, Centara Grand Hotels & Resorts, Centara Hotels & Resorts, Centara Boutique Collection, Centra by Centara และ COSI
