BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
14,310
VIEWS

กว่าจะมาเป็นโกเต็กซ์ แบรนด์ผ้าอนามัยจากยุคสงครามโลก

มี.ค. 08, 2566 S.Kawintip
รู้หรือไม่? ผ้าอนามัยโกเต็กซ์ มีจุดเริ่มต้นจากผ้าพันแผลสำหรับทหารในยุคสงครามโลก
 
สำหรับวันสตรีสากล (International Women’s Day) นี้ หากจะกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ที่มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “ผ้าอนามัย” ของใช้แสนจำเป็นของผู้หญิงที่ต้องวิ่งซื้อกันทุกเดือน
 
ในวันนี้ Brand Story จึงหยิบเรื่องราวของการถือกำเนิดผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งแบรนด์แรกของโลกอย่าง “โกเต็กซ์” (Kotex) มาเล่าให้ฟัง
 
อย่างที่ได้เกริ่นว่า แรงบันดาลใจของผ้าอนามัยโกเต็กซ์ เริ่มจากการพยาบาลในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ต้องใช้ผ้าจำนวนมากในการทำแผล ทีมแพทย์พยาบาลจึงมีการคิดค้นผ้าปิดแผลผ่าตัดขึ้นมากมาย ซึ่งรูปแบบที่ประสบความสำเร็จคือผลิตเยื่อไม้ เพื่อให้ได้ผ้าพันแผลที่สามารถซับเลือดได้ดีและยาวนานที่สุด จนสามารถนำมาต่อยอดเป็นผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับผู้หญิงอย่างทุกวันนี้
 
หากจะพูดในมุมที่ตลกร้ายกว่านั้น เท่ากับว่าถ้าไม่มีการบาดเจ็บทางการทหารของผู้ชาย ชีวิตที่ต้องรับมือกับการเลือดออกและปวดท้องน้อยทุกเดือนของผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็อาจจะถูกมองข้ามเสียด้วยซ้ำ
 
โกเต็กซ์เป็นหนึ่งในแบรนด์ของบริษัททิชชู่คุ้นหูอย่าง Kimberly Clark ที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีค.ศ. 1920 ถือเป็นแบรนด์แรกที่โฆษณาผ้าอนามัยของตนได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในนิตยสารและหนังสือพิมพ์สำหรับผู้หญิง พร้อมกับให้เครดิตกับต้นไอเดียของคุณหมอคุณพยาบาลคนเก่งอีกด้วย

ใช่ว่าโกเต็กซ์จะไม่เคยโปรโมทผ้าอนามัยเลย รู้หรือไม่ว่าก่อนที่โกเต็กซ์จะขายผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง เคยทำผ้าอนามัยชั้นเดียว (แบบตัดเย็บ) และเปิดพรีออเดอร์ผ่านแคตตาล็อกเพื่อตัดเย็บตามออเดอร์มาก่อน แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนฝ้ายในช่วงสงครามโลก และมีการผลิตเยื่อไม้ (Cellucotton) มาแทนที่การผลิตฝ้ายเพื่อนำไปถักทอเป็นผืนผ้า โกเต็กซ์จึงถือโอกาสนี้สร้างผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งขึ้นมา
 
แรกเริ่มก่อนผ้าอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งของโกเต็กซ์จะเป็นที่แพร่หลาย โกเต็กซ์ได้ลองวางขายผ้าอนามัยแบบใหม่บนชั้นวางครั้งแรก ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในชิคาโก เหล่าพนักงานหญิงและชายต่างก็รู้สึกเขินอายที่จะแนะนำสินค้าใหม่นี้ให้ลูกค้าได้ลอง อายที่จะพูดคำว่า “ผ้าอนามัย” หรือคำว่า “ประจำเดือน” โกเต็กซ์จึงค้นหาวิธีสร้างภาพจำใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้หญิงกล้ามาซื้อสินค้าของตนมากยิ่งขึ้น
 
สำหรับการพลิกโฉมการขายผ้าอนามัยของโกเต็กซ์ คือการเปิดตัวแคมเปญโฆษณา “Ask for them by name” หรือแปลเป็นไทยง่าย ๆ ว่า “เรียกชื่อยี่ห้อแทนสิ” ในปีค.ศ. 1920 กล่าวคือ ถ้าวันไหนจะไปซื้อผ้าอนามัยแต่ไม่อยากพูดคำว่าผ้าอนามัย ก็ให้พูดคำว่าโกเต็กซ์แทนเสียสิ ถือเป็นการสร้างภาพจำให้กับแบรนด์เพื่อจุดซ่อนเร้นอย่างโกเต็กซ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
 
ในปีค.ศ. 1921 เป็นครั้งแรกที่แบรนด์ผ้าอนามัยได้รับการโฆษณาลงนิตยสารผู้หญิงในวงกว้าง และโกเต็กซ์เป็นแบรนด์แรกที่ได้รับโอกาสนั้น จนสามารถกล่าวได้ว่าโกเต็กซ์เป็นตัวช่วยสำคัญในการยกระดับการดูแลตนเองในช่วงมีประจำเดือนอย่างถูกสุขลักษณะทางการแพทย์ จากเดิมต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ซื้อผ้ามาตัดเย็บเองที่บ้าน ชีวิตก็สะดวกมากขึ้นเมื่อมีผลิตภัณฑ์สำหรับประจำเดือนอย่างผ้าอนามัย
 
ถึงแม้จะได้วางขายตามห้างสรรพสินค้า หรือได้รับการโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ แต่รูปร่างของผ้าอนามัยไม่เคยปรากฏอยู่บนสื่อไหนเลย โดยจะอธิบายถึงรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งขนาดของแผ่นและวิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้อง และโฆษณาอีกตัวหนึ่งที่โกเต็กซ์ คือการพยายามสื่อว่าแพ็คเกจโกเต็กซ์นั้นมิดชิด มีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในกระเป๋าผ้าได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับโลโก้โกเต็กซ์สีฟ้า ๆ บนห่อกระดาษ

มองอีกมุมหนึ่ง การทำโฆษณาเช่นนี้ของโกเต็กซ์ก็เหมือนดาบสองคม แทนที่จะมอบความสบายใจในการเลือกซื้อหรือพกผ้าอนามัยได้อย่างมั่นใจ แต่การทำการตลาดเช่นนี้ของโกเต็กซ์กลับเป็นการตีกรอบว่าการมีประจำเดือนเป็นสิ่งที่ควรปกปิด สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้หญิง ไม่ได้ Normalized การมีประจำเดือนแต่อย่างใด
 
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การทำการตลาดของโกเต็กซ์ก็ต้องเปลี่ยนตาม โฆษณาและแคมเปญทางการตลาดของโกเต็กซ์มีความทันสมัย และพยายามขับเคลื่อนให้สังคมมองว่าประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ว่าจะแคมเปญ That’s Not All นำภาพผ้าอนามัยจริง ๆ มาวางบนแพ็คเกจจิ้ง
 
หรือจะเป็น Be Natural, Be Free คิดค้นผ้าอนามัยแบบกลางคืน เพื่อให้ผู้หญิงสามารถพลิกตัวนอนได้อย่างไร้กังวลยามมีประจำเดือน และเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา มีแคมเปญ Period or Not, She Can เพื่อบอกว่าไม่ว่าจะมีหรือไม่มีประจำเดือน ผู้หญิงก็สามารถทำได้ทุกอย่างเช่นเดิม
 
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าผ้าอนามัยเป็นสินค้าสิ้นเปลือง และไม่เข้าใจในความยากลำบากในการรับมือกับเลือดเสียที่ออกมาทุกเดือน ราคาของผ้าอนามัยที่ผู้หญิงต้องจ่ายในแต่ละเดือน ไม่ใช่ซื้อเพียงแค่ห่อเดียวแล้วจบเท่านั้น แต่ยังต้องเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีกำลังจ่ายเพียงพอต่อการซื้อผ้าอนามัยมากกว่าห่อเดียว
 
และปัญหาเหล่านี้ยังคงมีอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
 

กว่าจะมาเป็นโกเต็กซ์ แบรนด์ผ้าอนามัยจากยุคสงครามโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact