ข่าวที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจมากที่สุดในสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นการล้มลงของ Silicon Valley Bank-SVB ธนาคารอันดับ 16 ของสหรัฐ สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก
เพราะวิกฤตการณ์ Subprime และการล้มครืนลงของ Investment Banking รายใหญ่ของโลกคือ Lehman Brothers ยังหลอนผู้คนไม่น้อย ด้วยเกรงว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์จะกลับมาอีกรอบ
ซึ่งถ้าหากกลับมาจริงก็คงหนักหนาสาหัสเอาการ เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากโควิด และกำลังถูกกระหน่ำด้วยวิกฤตเงินเฟ้อ รวมทั้งสงครามยูเครนก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกระลอก
Silicon Valley Bank-SVB เป็นหนึ่งในผู้ให้กู้และสถาบันการธนาคารที่แข็งแกร่งให้แก่บรรดา Venture Capital (VC) และสตาร์ทอัพ ได้แถลง [วันพุธที่ 8 มีนาคม ตามเวลาสหรัฐ] ว่ากำลังขายหลักทรัพย์และพยายามระดมทุนหลายพันล้านขายหุ้น เพื่อชดเชยการขาดทุนที่สูงลิ่วในงบดุล
หุ้นของ Silicon Valley Bank ร่วงลงประมาณ 60% ในการซื้อขายปกติเมื่อวันพฤหัสบดีซึ่งการดิ่งลงรุนแรงขนาดนี้ไม่เคยเห็นมาหลายปีแล้ว
หลังจากนั้นก็เกิดภาวะ Bank Run ผู้ฝากพร้อมใจกันถอนเงินออกจากธนาคารจำนวนมาก โดยเมื่อวันศุกร์ทางการสหรัฐได้ ประกาศให้ SVB ปิดกิจการ และล่าสุดบริษัทอื่นๆ อาทิ Signature ถูกสั่งปิดเช่นกัน
เช้าวันนี้ (13 มีนาคม 2566) ทางการสหรัฐฯ โดยกระทรวงการคลัง, Fed, และ FDIC เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ฝากเงินทั้ง 2 ธนาคารเต็มจำนวน โดยตั้งเป็นกองทุนให้ความช่วยเหลือผู้ฝากเงิน (Bank Deposit Insurance Fund)
ซึ่งเงินส่วนนี้จะไปหักคืนจากสถาบันการเงินในสหรัฐ โดยผู้ฝากเงินของ SVB และ Signature จะสามารถถอนเงินได้เต็มจำนวนตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป
นอกจากนี้ Fed ได้ประกาศตั้ง Bank Term Funding Program (BTFP) โดยให้ธนาคารนำพันธบัตรมาค้ำ
ประกันในการกู้เงินได้หากเกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง อนึ่ง Fed จะจัดประชุมนัดฉุกเฉินวันนี้ (คืนวันจันทร์ตามเวลาในประเทศไทย) คาดหารือแผนแก้ปัญหาสถาบันการเงินสำหรับในประเทศไทย ไม่มีธนาคารหรือสถาบันการเงินของไทยลงทุนหรือมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับธนาคารที่มีปัญหาทั้ง 2 แห่ง ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินสหรัฐ น่าจะอยู่ในวงจำกัดเนื่องจากทั้ง 2 แห่งมีการทำธุรกิจที่มีความเฉพาะ ไม่ได้บริการแบบกว้าง เช่น ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และทางการสหรัฐดำเนินการดูแลปัญหารวดเร็ว
ด้านฐานะของสถาบันการเงินไทยทั้งระบบมีความแข็งแกร่ง โดยธปท.กำกับด้วยมาตรฐานที่เข้มงวด ณ สิ้นปี 65 ธพ.ไทยทั้งระบบ มีเครื่องชี้ฐานะทางการเงินในระดับสูง โดยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 19.4% มีสภาพคล่องสูง มีหนี้ NPL ต่ำเพียง 2.73% ขณะที่เงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ สูงถึง 171.9%
การให้สินเชื่อและรับเงินฝากในภาพรวมมีการกระจายตัว ไม่กระจุกตัวในลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนี่ง
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีระบบดูแลเงินฝากที่เข้มแข็งด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ปัจจุบันกองทุนคุ้มครองเงินฝากมีจำนวน 1.34 แสนล้านบาท คุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งครอบคลุมผู้ฝากเงินกว่า 98% ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย Yuanta Securities รายงานว่า HSBC บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อ Silicon Valley Bank อังกฤษ ส่งผลให้ลูกค้าของ SVB อังกฤษสามารถเบิกเงินฝากและใช้บริการของธนาคารได้ตามปกติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ที่มา www.ft.com/?saveConsentPreferences=success