เรื่องของ Brand Portfolio Strategy ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดเบียร์ที่มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยกลยุทธ์นี้ จะเข้ามาตอบโจทย์การดื่มเบียร์ที่หลากหลายของคนไทย ซึ่งการมีเบียร์แบรนด์เดียว หรือตัวเดียวอยู่ในตลาดอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องที่ว่านี้ได้
แม้ตลาดเบียร์ของบ้านเราจะมีการแบ่งเซ็กเม้นต์ของตลาดเบียร์ออกมาอย่างชัดเจน โดยตลาด 73% จะเป็นเบียร์ในเซ็กเม้นต์แมส ขณะที่อีก 25% จะเป็นเบียร์พรีเมียม ส่วนอีก 2% เป็นเซ็กเม้นต์ที่เรียกว่า พรีเมียมแมส แต่การดื่มที่หลากหลายของคนไทยนั้น ยังคงทำให้เกิดการดื่มเบียร์แต่ละตัวตามโอกาสในแต่ละช่วงเวลา หรือสถานที่นั้นๆ ทำให้ต้องมีการทำตลาดเบียร์แบบครบพอร์ต
การเลือกใช้กลยุทธ์ขับเคลื่อนตลาดด้วยการมีแบรนด์ในพอร์ตที่ครบ จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ดี โดยคอเบียร์อาจจะดื่มเบียร์พรีเมียมในช่องทางออนพรีมีสที่เป็นผับบาร์ ขณะเดียวกัน การดื่มในบ้านอาจจะหลากหลายออกไป ตามกำลังซื้อของแต่ละคน ซึ่งการเลือกใช้กลยุทธ์นี้ อาจจะมีการใช้แต่ละแบรนด์เพื่อเจาะเข้ามาในแต่ละเซ็กเม้นต์ หรือการแตกแบรนด์เดิมให้ครอบคลุมทุกตลาด
อย่างในกรณีของเบียร์ช้าง ที่วันนี้ เริ่มมีเบียร์หลายตัวภายใต้แบรนด์ช้าง ล่าสุดกับการให้น้ำหนักกับการรุกตลาดเบียร์ที่เป็นพรีเมียมแมสด้วยการใช้งบ 1,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันแบรนด์ ช้าง โคลด์ บรูว์ รุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ

เลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้เหตุผลถึงการรุกตลาดในครั้งนี้ว่า ปี 2565 ที่ผ่านมา เบียร์แมสพรีเมียมเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยมูลค่าตลาด 25,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตที่สูงถึง 10% โดยผลิตภัณฑ์ช้าง โคลด์ บรูว์ ถือได้ว่าขับเคลื่อนตลาดอย่างแท้จริง จากการประสบความสำเร็จอย่างสูง คว้าตำแหน่งการเติบโตอันดับ 1 ในบรรดาเบียร์ที่เปิดตัวใหม่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา
การเติบโตของตลาดเบียร์พรีเมียมแมสนั้น ปัจจัยที่เข้ามาสนับสนุนอย่างหนึ่งก็คือ การดื่มเบียร์ของคอเบียร์รุ่นใหม่หันมานิยมดื่มเบียร์รสชาตินุ่ม ที่เป็น Low Energy ทำให้การดื่มในชีวิตประจำวันขยายตัวมากขึ้น ถ้าเทียบจากในอดีตที่จะมีการดื่มเฉพาะวันสำคัญหรือในงานสังสรรค์เท่านั้น รวมถึงงานคอนเสิร์ตและงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งกระแสนี้ ถูกมองว่ายังน่าจะเป็นกระแสที่แรงต่อเนื่อง ทำให้ช่วยส่งผลต่อการทำตลาดของช้าง โคลด์บรูว์
ตลาดเบียร์รสนุ่ม มีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี ทำให้ผู้เล่นในตลาดนี้ ให้ความสำคัญและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด อย่างกรณีของไฮเนเก้น ที่นำไฮเนเก้น ซิลเวอร์ เบียร์รสนุ่ม ดีกรี 4% เข้ามาทำตลาดกับกลุ่มที่ไฮเนเก้นนิยามว่าเป็นกลุ่มคนวัย ‘Zennials’ คือเจนซีและเจนวายบางส่วน ในวัย 20-30 ปี รวมถึงเน้นสัดส่วนผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆ กัน ซึ่งแตกต่างจากโปรไฟล์ผู้บริโภคเบียร์ไฮเนเก้น ออริจินอลซึ่งมักจะเป็นคนวัย 35-55 ปี และเป็นผู้ชาย 70% ผู้หญิง 30%
ขณะที่การให้ความสำคัญกับการทำตลาดช้าง โคลด์ บรูว์ นั้น จะ มีการใช้งบการตลาดถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดสนับสนุนแบบ 360 องศา โดยมองถึงการขยายฐานการดื่มไปยังคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่า นอกจากยอดขายแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องของการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ช้างโดยรวมให้เข้าไปเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

ช้างเอง มีการเดินเกมในเรื่องนี้มาตลอดในช่วง 5 – 6 ปีหลังมานี้ ทั้งในเรื่องของการปรับเบียร์ให้มีรสชาติที่นุ่มคอมากขึ้น การสื่อสารแบรนด์ที่พุ่งตรงไปยังคนรุ่นใหม่ๆ โดยในช่วงปลายปีนี้ ตัวช้างที่ทำตลาดแมสจะมีการออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกับการเข้ามาทำตลาดของกลุ่มคาราบาวแดงที่จะเปิดตัวเบียร์เข้าตลาดอย่างน้อยๆ 2 ตัว ในช่วงปลายปีนี้
ก่อนหน้านั้น ปลายปี 2565 ที่ผ่านมา ช้างมีการเปิดตัว “ช้าง อันพาสเจอร์ไรซ์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเบียร์รูปแบบใหม่ที่ใช้นวัตกรรมการผลิตที่ไม่ผ่านความร้อน (Unpasteurized) เพื่อคงความหอมและสดใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ และใช้กระบวนการไนโตรจิเนชัน (Nitrogination) เพื่อให้อณูฟองที่ละเอียดและนุ่ม ในการกระจายสินค้าจะใช้การขนส่งพิเศษระบบโคลด์เชน (Cold Chain) ควบคุมอุณหภูมิให้ไม่เกิน 4 องศา โดยวางขายเฉพาะช่องทางออนพรีมีสในเขตภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นอีก 1 จิ๊กซอว์ในการเข้ามาช่วยยกระดับในเรื่องของแบรนด์ที่มีการนำเสนอนวัตกรรมให้กับตลาดเบียร์อย่างต่อเนื่อง
ตลาดเบียร์บ้านเรา มีไซส์ของขนาดค่อนข้างใหญ่ โอกาสทางการตลาดจึงอยู่ที่การเข้าไปหาดีมานด์ที่ซ่อนอยู่ในตลาดเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่มีใครนำเสนอให้กับพวกเขาได้ โดยช้าง โคลด์ บรูว์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่วางขายในตลาดมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และที่ผ่านมาการทำตลาดหลักๆ จะอยู่ที่ภาคเหนือ แต่จากนี้เตรียมให้น้ำหนักกับการกระจายช้าง โคลด์ บรูว์ ไปยังช่องทาง Traditional Trade ทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด เพราะก่อนหน้านี้จะโฟกัสแค่ช่องทาง On Trade และ Modern Trade