วันที่ 20 มีนาคมของทุกปี ถือเป็นวันความสุขสากล (International Day of Happiness) โดยแต่ละปี องค์กร Sustainable Development Solutions Network ขององค์การสหประชาชาติ จะมีการเผยแพร่รายงาน World Happiness Report ประจำปี อันเป็นรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
สำหรับการจัดอันดับตามรายงานฉบับปี 2023 ซึ่งมาจากข้อมูลในช่วงปี 2020-2022 ที่ผ่านมา พบว่าประเทศที่ถือเป็นประเทศที่มีความสุขในโลก ได้แก่ ฟินแลนด์ และเป็นประเทศที่ได้อันดับ 1 มาอย่างยาวนาน 6 ปีซ้อน โดย 10 อันดับแรกของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้แก่
1. ฟินแลนด์
2. เดนมาร์ก
3. ไอซ์แลนด์
4. อิสราเอล
5. เนเธอร์แลนด์
6. สวีเดน
7. นอร์เวย์
8. สวิตเซอร์แลนด์
9. ลักเซมเบิร์ก
10. นิวซีแลนด์
สำหรับประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 60 ไต่ขึ้นมาจากปีที่แล้ว 1 อันดับ โดยประเทศในแถบเอเชียที่ได้อันดับสูงที่สุดก็คือ สิงคโปร์ ในอันดับที่ 25 ตามมาด้วยไต้หวัน อันดับที่ 27 ซาอุดีอาระเบีย อันดับที่ 30 ญี่ปุ่น อันดับที่ 47 มาเลเซีย อันดับที่ 55 และเกาหลีใต้ อันดับที่ 57
ในส่วนของประเทศท้ายตารางนั้น พบว่า อัฟกานิสถาน–ที่ถูกยึดครอง โดยกลุ่มตาลีบัน–รั้งท้ายสุดในอันดับที่ 137 ถัดขึ้นมาคือเลบานอน เซียราลีโอน ซิมบับเว คองโก และบอตสวานา
ว่าแต่ ค่าความสุขนี้วัดกันที่ตรงไหน? ทางองค์กร Sustainable Development Solutions Network พิจารณาตามคะแนนขององค์ประกอบดังต่อไปนี้
1. ค่า GDP ต่อหัว
2. อายุไขเฉลี่ยเมื่อแรกคลอด ที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงสุขภาพของผู้คนในประเทศ
3. Social Support หรือการสนับสนุนทางสังคม ที่มาจากคำถามอย่างเช่นว่า “เมื่อคุณเจอปัญหาในชีวิต คุณมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงที่คุณจะสามารถขอความช่วยเหลือได้หรือไม่”
4. Freedom to make life choices หรือเสรีภาพในการเลือกทางเลือกในชีวิต ซึ่งมาจากคำถามตรงๆ เช่น “คุณพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจ ต่อเสรีภาพที่จะเลือกสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต”
5. Generosity หรือความเอื้ออาทรและพร้อมแบ่งปันของคนในประเทศ ซึ่งวัดได้จากคำถาม “คุณได้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิใดๆ ในเดือนที่ผ่านมาหรือไม่”
6. Perceptions of corruption หรือความรับรู้ต่อการคอรัปชั่น ซึ่งวัดได้จากคำถาม “รัฐบาลของคุณมีการคอรัปชั่นหรือไม่” รวมถึง “ในธุรกิจหรือองค์กรของคุณมีการคอรัปชั่นหรือไม่”
ทั้ง 6 ข้อนี้ จะถูกนำมารวบรวมเป็นคะแนนและนำไปวิเคราะห์เพื่อจัดอันดับต่อไป ซึ่งน่าสนใจที่ 2 ประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามอย่าง ยูเครน (อันดับ 92) และรัสเซีย (อันดับ 70) ไม่ได้อยู่ในอันดับรั้งท้ายเป็นเพราะแม้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จะย่ำแย่ แต่ในด้านของพลังใจผู้คนยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในรัฐบาลและมีจุดยืนร่วมกันในฐานะเพื่อนร่วมประเทศ นี่เป็นส่วนที่ดึงอันดับของทั้ง 2 ประเทศให้ไม่อยู่รั้งท้ายนั่นเอง
อ้างอิงhttps://worldhappiness.report/ed/2023/world-happiness-trust-and-social-connections-in-times-of-crisis https://edition.cnn.com/travel/article/world-happiest-countries-2023-wellness/index.html https://www.forbes.com/sites/laurabegleybloom/2023/03/20/ranked-the-20-happiest-countries-in-the-world-in-2023